วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“พิษณุ” แจ้งความกลับอ้างถูกดิสเครดิต

จวกพวกฉ้อฉลหาผลประโยชน์ในองค์การค้าฯ จ่อโละสินค้าค้างสต๊อก

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. กล่าวว่า ตามที่นายวิชิต คำแก้ว ได้แจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต ให้ดำเนินคดีกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และตน โดยอ้างว่าปล่อยปละละเลยให้สำนักพิมพ์เอกชนแห่งหนึ่งนำหนังสือที่ไม่ผ่านการตรวจของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกจำหน่าย ทั้งยังไม่มีการดำเนินการเอาผิดกับสำนักพิมพ์แห่งนี้ ส่วนตนที่ดูแลองค์การค้าฯก็ถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ ยอดจำหน่ายขององค์การค้าฯ ซึ่งการแจ้งความดังกล่าว สร้างความเสียหายให้กับตนและองค์การค้าฯ ดังนั้นตนจึงได้มอบอำนาจให้รองผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค.ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายพิชิต ขณะเดียวกันกำลังสืบหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังในขบวนการกล่าวหาและดิสเครดิตตนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาด้วย สำหรับผลประกอบการในฤดูการขายที่ผ่านมาขององค์การค้าฯถือว่าดีขึ้น ล่าสุดรายได้อยู่ที่ 2,872 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยแล้วองค์การค้าฯขาดทุนประมาณ 500,000 กว่าบาท ดีขึ้นจากปีที่แล้ว ที่ขาดทุนประมาณ 200 ล้านบาท ที่ขาดทุนลดลงมากเพราะได้เจรจาปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ต่างๆ และต่อไปจะมีการตัดลดรายจ่ายเรื่องของเงินเดือนและค่าจ้างของลูกจ้างด้วย

“ผมแปลกใจที่องค์การค้าฯจ้างบริษัททำความสะอาดปีละ 10 ล้านบาท แต่กลับให้พนักงานของบริษัทมาทำโอทีแล้วเบิกเงินค่าโอทีจากองค์การค้าฯ ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ จะมีการนำสินค้าค้างสต๊อกที่อดีตผู้บริหารองค์การค้าฯซื้อไว้เต็มโกดังแต่ขายไม่ได้ เช่น หนังสือที่ซื้อจากบริษัทต้นอ้อแกรมมี่ จำกัด 1.4 ล้านเล่ม มูลค่ากว่า 251 ล้านบาท ที่ยังขายไม่ออกก็จะนำมาลดราคาหน้าปกเพื่อนำออกจำหน่าย รวมถึงเสื้อผ้าชุดนักเรียน หรือแม้แต่ทองเหลืองที่ซื้อมาทำหัวเข็มขัด หรือตราสัญลักษณ์ลูกเสือ เนตรนารีมีในสต๊อกถึง 31 ตัน หากนำมาผลิตและจำหน่ายคงผลิตได้ถึง 100 ปีจึงจะหมด เป็นการสต๊อกสินค้าเกินเหตุ ไม่คำนึงถึง ยอดจำหน่ายที่แท้จริง ถือเป็นการฉ้อฉลทำให้องค์การค้าฯลำบากอยู่ในปัจจุบัน ผมจึงสั่งให้มีการตรวจสอบหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉลเหล่านี้ และจะพยายามนำออกมาจำหน่ายเพื่อนำเงินรายได้กลับเข้าองค์การค้าฯต่อไป” ดร.พิษณุกล่าว.