วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิรันดร์ราตรี 40 ปี ความหลังในโรงหนังเก่า

วันวานในความทรงจำ จะหวนกลับคืนจออีกครั้ง...ใครเป็นคอหนังสารคดี น่าไปให้กำลังใจกันนะ ผลงานผู้กำกับหนุ่มแน่นไฟโชนแสง เบสท์ วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย ในหนังเรื่อง นิรันดร์ราตรี Phantom of illumination เล่าเรื่องราวชีวิตหนุ่มใหญ่ ฤทธิ์ สัมฤทธิ์ ประประโคน คนฉายหนังที่ผูกพันมากๆ กับโรงหนังธนบุรีรามา โรงหนังเก่าแก่ที่เปิดฉายมาตั้งแต่ปี 2515 ยืนยงยาวนานมากว่า 40 ปี ปัจจุบันเลิกฉายแล้ว เหลือแค่เป็นตึกเก่าๆ ตั้งอยู่บริเวณแยกบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพ

คนฉายหนังก็มีหลายคน ทำไมเบสท์ต้องมาเลือกเล่าชีวิตของพี่ฤทธิ์ สัมฤทธิ์? "ไปคุยหลายคนมาก พอมาคุยๆ กับพี่ฤทธิ์ แล้วชอบเลย เออ! คนนี้น่าค้นหา ชอบตรงที่พี่เขาเล่าเรื่องจิตเรื่องธรรมะ พี่ฤทธิ์เป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะมาก เรื่องราวชีวิตของพี่ฤทธิ์ ทำให้หนังของเรามีความน่าสนใจ มีความซับซ้อนมากขึ้น พี่ฤทธิ์ทำงานฉายหนังเกือบทุกวันตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นเลย" ตามติดชีวิตพี่ฤทธิ์ สัมฤทธิ์ นานแค่ไหน? "ตามนานกว่า 4 ปีครับ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน จะไปตามถ่ายเก็บๆ ข้อมูลไว้ ตอนนี้พี่ฤทธิ์กลับบ้านที่สุรินทร์ ไปบวชเป็นพระแล้ว"

โรงหนังเก่าๆ ในกรุงเทพมีเหลืออยู่หลายโรง เบสท์ไปสำรวจกี่โรง จนกว่าจะเลือกได้ที่โรงหนังธนบุรีรามา? "เราไปสำรวจมาหลายโรง มากกว่า 10 โรงทั่วกรุงเทพ" โรงหนังสวยๆ สกาลา แถวสยามสแควร์ อนาคตก็น่าโดนทุบทิ้งไปมั้ย เพราะที่ดินตรงนั้นราคาแพงมากๆ มองในแง่ธุรกิจ เอาไปทำอย่างอื่นน่าจะได้กำไรมากกว่า ที่จะทำเป็นโรงหนังต่อไปหรือไม่? "โรงหนังเก่าๆ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โรงหนังสกาลาเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า ที่ควรค่าแก่การรักษาเอาไว้ ต่อไปอาจจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ก็ได้ ให้เด็กๆ มาทัศนศึกษา ถ้าอยากจะให้อยู่ต่อไปได้ รัฐน่าจะมาช่วยออกทุนให้ส่วนหนึ่ง จริงๆ ต้องเริ่มจากรัฐก่อน หรือสำนักเขตมาร่วมระดมทุน และที่สำคัญอยากให้คนในพื้นที่หันมาร่วมรักษาตึกเก่าๆ ของชุมชนเอาไว้"

หนังนิรันดร์ราตรี Phantom of illumination ได้รับรางวัลมาแล้ว? "ใช่ครับ เป็นรางวัลพิเศษชมเชยจากคณะกรรมการ เทศกาลหนังที่โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก เป็นอีกเทศกาลใหญ่สำหรับหนังสารคดี ที่เน้นมีวิธีเล่าเรื่องแปลกๆ แตกต่างออกไป" 

จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจของเบสท์ กับการทำหนังเรื่องนี้? "เราทำหนังสั้นเรื่อง พาสซิ่งทรูเดอะไนท์ Passing Through The Night เป็นวิทยานิพนธ์จบมหา'ลัย หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำหนังอีกเลย เราใช้เวลา 3 ปี ทำงานกับเพื่อนกลุ่ม Eyedropper Fill ที่ตัวเองตั้งขึ้นเพื่อหาเงิน และเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองอยากทำ แต่ตลอดเวลาเราก็ยังเฝ้ารอที่จะทำหนังตลอด ในช่วงนั้นเราเลยเริ่มเขียนบทหนังสั้นเรื่องหนึ่ง ที่ต่อยอดจากหนังธีสิส (Thesis) พูดถึงช่วงเวลาความรักก่อนพ่อแม่จะแต่งงานกัน ซึ่งมีเรื่องโรงหนังเป็นพื้นหลัง พ่อเป็นคนชอบดูหนังมาก สมัยวัยรุ่นพ่อกับแม่ก็จะเดตและชวนกันไปดูหนัง พอเขาแต่งงานกัน เราเองในวัยเด็กก็เหมือนได้ซึมซับตรงนี้ไปด้วย สำหรับเราโรงหนังและภาพยนตร์ จึงเป็นเหมือนกิจกรรมหลักๆ ที่ครอบครัวเราจะใช้ในวันหยุดสุดสัปดาห์

"พอโตมาออฟฟิศแรกของเรา ตั้งอยู่ในตลาดสามย่าน ซึ่งข้างหลังถนนเส้นพระราม 4 มันจะมีโรงหนังหนึ่งชื่อว่ารามา เป็นโรงหนังที่มีขนาดใหญ่และสวยมาก (ตอนนี้โดนทุบทิ้งแล้ว สร้างเป็นคอนโดแทน) เราเลยชอบแอบเข้าไปเดินเล่นเวลาเบื่อ ตลกดีที่สำหรับเรา มันเหมือนสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เพราะเวลาเข้าไป มันจะเหมือนเราหลุดไปอยู่อีกช่วงเวลาหนึ่ง แต่ในวันหนึ่งก็เห็นว่าโรงหนังถูกล้อมรั้ว และกำลังจะกลายเปลี่ยนไปเป็นคอนโด เราก็สงสัยว่าทำไมไม่มีใครเก็บรักษาอะไรแบบนี้ไว้เลย

"เราเลยใช้เวลารีเสิร์ชทำความเข้าใจ เกี่ยวกับประวัติโรงหนังเก่าที่มีในกรุงเทพฯ ไปตามถ่ายภาพเก็บ และคุยกับคนอยู่เกือบปี จนมาเจอข่าวว่า ‘โรงหนังธนบุรีรามา’ ปิดตัว หนังเลยเปลี่ยนจากจะเล่าเรื่องของพ่อแม่ กลายมาเป็นสารคดีตามถ่ายคนฉายหนังแทน"

ความทรงจำดีๆ ในโรงหนังสแตนด์อโลน (Stand Alone) โรงหนังเดี่ยวใหญ่ๆ ในอดีตที่อยากจะแชร์? "จริงๆ เราเองเป็นคนรุ่นท้ายๆ ที่จะได้เข้าโรงหนังแบบนี้ จำได้ว่าเริ่มแรกก็ไปดูหนังกับพ่อในโรงแบบสแตนด์อโลนนี่แหละ พอถามพ่อ...พ่อก็บอกว่าจำไม่ได้ เพราะคงพาไปหลายที่ แต่หลักๆ น่าจะเป็นที่โรงหนังสยาม (โดนไฟไหม้ไปแล้ว กับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง) โรงหนังสกาลา แถวสยามสแควร์ เพราะแต่ก่อนแม่ทำงานเป็นแคชเชียร์ภัตตาคารจีนในสยาม ตอนเด็กๆ เราก็เลยใช้ชีวิตวนๆ อยู่แถวนี้

"เรามักจะจำได้ถึงบรรยากาศโรงหนังสมัยก่อน ที่ถูกตกแต่งสไตล์เดียวกับร้านภัตตาคารจีน ที่แม่เคยทำที่ฮ่องกงแกรนด์ เบาะหนังน้ำตาล ขอบกระจก หรือราวจับบันไดสีทอง มีโคมไฟแชนเดอเลียร์ พอเข้าไปในโรง หนังก็จะฉายด้วยฟิล์ม เราจะชอบนั่งเอาตาจับจ้องเศษฝุ่นที่ขึ้นมาบนจอ กลิ่นบุหรี่ แสงที่พุ่งตรงมาจากห้องฉาย เสียงเด็กร้องงอแง ซึ่งพอเริ่มโตมาเราก็ดูหนังแบบมัลติเพลกซ์ (โรงหนังมีหลายๆ โรงในที่เดียวกัน) องค์ประกอบเหล่านี้มันเลยไม่ค่อยมีแล้ว สำหรับเราแล้วโรงหนังเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำเราตอนเด็ก พอโตมามันก็คงจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เราสนใจในภาพยนตร์

ทำไมคนต้องมาดู แล้วคิดว่าคนดูจะได้อะไรมากที่สุดจากหนังเรื่องนี้? "หนังเราเองก็ไม่ได้ทำเพื่อพูดถึงเรื่องโรงหนังแบบสแตนด์อโลนอย่างเดียว แต่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงจากระบบฟิล์มสู่ระบบดิจิตอล ที่ส่งผลกระทบต่อคนที่ทำงานในโรงหนังด้วย หนังเรื่องนี้อาจจะทำให้ใครบางคนรุ่นที่โตกว่าเรา คิดถึงบรรยากาศโรงหนังแบบสมัยก่อน หรือเด็กรุ่นหลังๆ อาจจะได้เห็นว่า โรงหนังที่เราเห็นอยู่ตามซอกหลืบของกรุงเทพฯ นั้น ข้างในมันมีลักษณะเป็นอย่างไร

"การเปลี่ยนแปลงของระบบฉาย มันส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนที่มาจากต่างจังหวัด เพื่อเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ ยังไงบ้าง นอกเหนือจากความโรแมนติกแล้ว เรามองว่าหนังเรื่องนี้ ได้เข้าไปบันทึกชีวิตของคนทำงานในโรงหนัง ที่ไม่น่าจะมีใครเคยได้เห็นมาก่อน และเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคโรงหนังแบบสแตนด์อโลนไว้ได้อย่างครบถ้วน"

ใช้เวลาทำกี่ปีตั้งแต่เริ่มจนทำหนังจนเสร็จ? "รวมแล้วประมาณ 4 ปี ตามถ่าย 3 ปี ตัดต่ออีก 1 ปี" นายทุนไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับหนังสารคดี อาจเพราะเป็นแนวหนังที่ไม่ทำเงิน รู้สึกอย่างไรบ้าง? "ส่วนหนึ่งเราก็เข้าใจเขานะ ด้วยเศรษฐกิจที่มันแย่แบบนี้ และด้วยรากฐานของเรา ในการให้ค่าของศิลปะที่มีคุณค่าเชิงอื่น ที่ไม่ใช่เพื่อคอมเมอร์เชียล (commercial) มันยังไม่ได้ขยายวงกว้างมากนัก จริงๆ แล้ว ไม่ได้เป็นแค่ที่ไทยอย่างเดียวนะ

ตอนเราไปเทศกาลหนังที่ต่างประเทศ คนก็ต้องเอาโปรเจกต์มายื่นเพื่อพิตชิ่ง (pitching) ดิ้นรนขอทุนสร้างหนังกันเยอะมาก แต่ด้วยจำนวนคนหรือการสนับสนุน เขาอาจจะมีทางเลือกเยอะกว่า หรือมีตลาดที่กว้างกว่าในไทย มันเลยอาจจะทำให้บางคนรู้สึกว่า หนังสารคดีในบ้านเรามันแคบมาก จนไม่มีคนสนใจ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นภาพจำที่ไม่จริงทั้งหมด

"ในช่วงระยะหลังมานี้ เราก็มองเห็นช่องทาง กลุ่มคนจำนวนหนึ่งเลยที่สนใจ หรือมองว่าหนังที่เขาจะดู ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังเน้นบันเทิงอย่างเดียว แต่เป็นหนังให้ความบันเทิงที่ให้ความรู้พวกเขาด้วย ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกลุ่ม Documentary Club ของพี่ธิดา ผลิตผลการพิมพ์"

"หนังสารคดีต่างประเทศของพี่ธิดา ที่นำมาฉาย มันได้พิสูจน์ในจุดหนึ่งเลยว่า งานสารคดีที่คนคิดว่าดูยากหรือน่าเบื่อ จริงๆ แล้วมีคนอีกเยอะมากที่รู้สึกสนุก อยากดูและรอดูอยู่ สำหรับเราแล้วในฐานะที่เป็นคนทำหนังสารคดี ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่คำว่า ‘สารคดี’ อย่างเดียว แต่น่าจะเป็นเรื่องเนื้อหาหรือวิธีการสื่อสาร ให้กับคนดูกลุ่มต่างๆ มากกว่า ซึ่งเราคิดว่าก็ต้องทำต่อไป อย่าเพิ่งท้อ"

มองภาพรวมรัฐบาลไทย ให้การสนับสนุนคนทำหนังไทยดี หรือไม่ดีอย่างไรบ้าง? "อันนี้ก็ตอบไม่ได้มากเหมือนกัน เพราะเพิ่งทำหนังยาวเรื่องแรก เราเลยยังไม่เคยลองหาทุนจากองค์กร หรือแหล่งทุนอื่นๆ ในไทย สำหรับเราเองมองว่า มันก็มีแหล่งทุนที่สนับสนุนโดยรัฐนะ อย่าง กระทรวงวัฒนธรรม หนังเราเรื่องนี้เงินส่วนหนึ่งก็ได้การสนับสนุนมาเหมือนกัน ได้มา 400,000 บาท เราก็มองว่าเป็นอะไรที่ดีนะ ที่มีงบสนับสนุนก้อนหนึ่งให้กับคนทำหนัง ถึงอาจจะเป็นงบที่ไม่ได้มากเท่าไร แต่อย่างน้อยก็ยังมีงบก้อนนี้ลงมา ซึ่งประเทศอื่นๆ ในโซนเซาท์อีสต์เอเชียบางประเทศ รัฐบาลเขาเองก็ไม่ได้มีงบสนับสนุนให้คนทำหนังนะ"

อยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรม เพิ่มเงินทุนให้เพิ่มขึ้นสำหรับนักทำหนังหรือไม่? "(หัวเราะ) เพิ่มก็ดีครับ คนทำหนังจะได้มีโอกาสมากขึ้น แต่ต้องมองด้วยว่าที่ผ่านมา เคยมีคนขอเงินไปทำหนัง แต่ว่าหนังไม่เกิดขึ้นมาก็มีเหมือนกัน นอกจากนี้ กำลังคิดอยู่ว่า สำหรับโปรเจกต์อื่นๆ ที่มันท้าทายกว่านี้ ในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ตัวรัฐบาลเอง หนังเรื่องนั้นๆ จะได้รับการสนับสนุนมั้ย เราคิดว่าก็เป็นเรื่องจำเป็นเหมือนกัน ที่ทุนนี้ควรเปิดกว้างจริงๆ กับคนทำสื่อ ให้ทำหนังที่มีเนื้อหาได้หลากหลายรูปแบบจริงๆ"

ไม่ได้แช่งนะ คิดว่าหนังของตัวเองเรื่อง นิรันดร์ราตรี Phantom of illumination จะเจ๊งมั้ย? "(หัวเราะ) คงไม่ครับ เพราะก่อนหน้านี้เคยฉายไปแล้วรอบหนึ่ง เสียงตอบรับก็ดีนะครับ ต้องรอดูวันฉายจริงอีกครั้ง ว่าจะมีเสียงตอบรับอย่างไรบ้าง ตอนนี้ก็พยายามสื่อออกไปในวงกว้างให้มากที่สุด"

เบทส์อยากจะทำหนังไปอีกนานแค่ไหน? "กะว่าจะทำไปเรื่อยๆ จนแก่ ถ้ายังมีแรงก็ยังอยากจะทำหนังต่อไป" ทำไมถึงเป็นคนชอบโรงหนังเก่าๆ? "ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตั้งแต่จำความได้ แม่ก็อุ้มเบสท์ไปดูหนังด้วยแล้ว" อย่างรัฐบาลเกาหลีเห็นความสำคัญของสื่อบันเทิงมากๆ เช่นหนัง ซีรีส์ละคร ทางรัฐบาลเกาหลีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่? "เขามองเห็นว่าสื่อบันเทิงมีอานุภาพ จริงๆ คนทำหนังในไทยมีเยอะมาก ถ้ารัฐสนับสนุนให้ดีเราก็จะไปได้ไกลอีกเยอะ หนังบ้านเรายังแคบ เช่น หนังที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ใครก็ยากที่จะทำออกมาเป็นหนัง เราต้องเล่าเรื่องอ้อมไปมากๆ ไม่กล้าที่จะวิจารณ์กันตรงๆ"

สารคดีต่อไปจะทำเรื่องแบบไหน? "ตอนนี้เราสนใจเรื่องวัยรุ่น โรงเรียน การศึกษา กลับมาย้อนดูตัวเองช่วงมัธยม คิดว่าจบหนังเรื่องนิรันดร์ราตรี นี้แล้วก็อยากจะเริ่มพัฒนาโปรเจกต์ต่อไปเลย" การทำหนังมีคุณค่าและความหมายกับชีวิตของเบสท์อย่างไร? "นอกจากงานออกแบบแล้ว หนังมันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราทำได้ดีและก็ถนัด คือนอกจากจะทำให้เราแฮปปี้กับการทำงานแล้ว เราอยากใช้ทักษะความสามารถนี้ ไปมีส่วนกับการพัฒนาอะไรบางอย่างกับคนดู หรือในสังคมนี้ด้วย"

จะนำหนัง นิรันดร์ราตรี Phantom of illumination ไปฉายต่างประเทศที่ไหนอีกบ้าง? "ตอนนี้อยู่ในระหว่างการส่งไปหลายๆ เทศกาลอยู่ครับ" ตั้งแต่งดูหนังมาชอบหนังเรื่องไหนมากที่สุด ให้เลือกมาแค่หนึ่งเรื่องพอ? "ชอบมากๆ ชอบเรื่อง Where to Invade Next (บุกให้แหลก แหกตาดูโลก!) หนังทำให้เราเห็นว่า บ้านเรายังห่างไกลกว่าอีกหลายประเทศ ทำให้เราได้เห็นโลกว่าเขาไปถึงไหนแล้ว และทำให้เรามองตัวเองชัดขึ้น".