วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำล้นฝายบึงบอระเพ็ด นครสวรรค์ ชาวบ้านบางเคียนเฝ้าระวัง

มวลน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลลงบึงบอระเพ็ด นครสวรรค์ เกินความจุ ก่อนล้นฝายไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ และทางน้ำผ่าน ชาวบ้านบางเคียน ผลัดเวร 24 ชม. ดูแลคันกั้นน้ำ หวั่นถูกเซาะพังเสียหาย จนน้ำทะลักท่วมนา ...

เมื่อช่วงเช้า วันที่ 2 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครสวรรค์ ระดับน้ำในบึงบอระเพ็ด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เกินความจุที่ 180 ล้าน ลบ.ม.แล้ว และสูงกว่าสันฝายประมาณ 20 เซนติเมตร ทำให้มีมวลน้ำไหลออกเฉลี่ย 80-110 ลบ.ม./วินาที โดยมวลน้ำนี้จะไหลเข้าสู่คลองบางปรอง ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนจะไหลลงสู่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังคงมีมวลน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านอำเภอไพศาลี และอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ไหลลงสู่บึงบอระเพ็ด ทำให้มีน้ำล้นฝายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะทำให้บ้านเรือน ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำหรือทางน้ำผ่านดังกล่าว ได้รับผลกระทบจากจากน้ำล้นฝายบึงบอระเพ็ดในครั้งนี้ด้วย

ด้านชาวบ้านบางเคียน ต้องผลัดเปลี่ยนตระเวนดูแนวคันกั้นน้ำ หลังเสริมคันดินและใช้กระสอบกว่า 1,000 ใบ สร้างแนวกั้นน้ำยาวกว่า 1 กิโลเมตร ตลอด 24 ชั่วโมง

จากการเปิดเผยของนายมณฑล ยังสุข สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางเคียนบอกว่า ในขณะนี้ทั้งตนเองและชาวบ้านต้องคอยเข้ามาตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำที่สร้างไว้ โดยจะทำการตรวจสอบรอยรั่ว และความแข็งแรง ซึ่งหากพบว่ามีน้ำรั่วซึมตรงช่วงไหนก็จะเกณฑ์ชาวบ้านเข้ามาช่วยกันอุดรอยรั่วดังกล่าว เพื่อไม่ให้แนวคันดินและกระสอบพังทลายจนน้ำเข้าท่วมนาข้าวได้ ล่าสุดในขณะนี้ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นจากคลองสาขาของแม่น้ำยมเข้าท่วมนาข้าวในพื้นที่แล้วนับพันไร่ ซึ่งหากในพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอีก ก็จะทำให้แนวคันกั้นน้ำที่ทำไว้ก็จะพังทลาย และทำให้น้ำท่วมนาข้าวเสียหายหลายพันไร่ด้วยเช่นเดียวกัน

พลตรีบุญยืน อินทกว่าง ผบ.มทบ.31 พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิระประวัตินครสวรรค์ นำยารักษาโรค ไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลบางพระหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ หลังพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำล้นคลองหลากท่วมขังนานหลายวันจนทำให้ชาวบ้านบางราย เกิดโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคน้ำกัด มือ-เท้า-ผิวหนัง ท้องร่วง ความเครียด ฯลฯ แล้ว

ขณะที่เจ้าหน้าที่แพทย์ทหารบอกว่า จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือในครั้งนี้พบว่ามีชาวบ้านตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ เกิดโรคที่มากับน้ำต่างๆ และได้ลงพื้นที่ทำการรักษาพร้อมจ่ายยาไปในเบื้องต้น โดยทางเจ้าหน้าที่แพทย์ทหารจะลงพื้นที่ เพื่อตรวจดูอาการเป็นระยะๆ ต่อไป เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีน้ำท่วมขังยาวนาน.