วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าหญิงจากสยาม

หากจะเริ่มต้นว่า หม่อมเจ้าหญิงจากสยามพระองค์หนึ่ง ลี้ภัยจากแผ่นดินไทย ไปเป็นพระราชเทวีเขมร...นักเลงหนังสือรุ่นเก่า ที่ไม่พลาด “วรรณกรรมกระซิบ” จากการอ่าน “โครงกระดูกในตู้” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช...คงเคยรู้อยู่บ้าง

หม่อมเจ้าหญิงฉวีวาด เป็นพระธิดา กรมขุนวรจักรธรานุภาพ (พระองค์เจ้าปราโมช) โอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จพ่อนำไปถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ตั้งแต่เยาว์วัย

เติบโตในวัง เสมือนพระเจ้าลูกเธอ ...แม้จะถูกแอบนินทา “ลูกเธอปลอม” แต่ทรงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ โดยเฉพาะกับรัชกาลที่ 5

ในวัยปลาย โปรดหลาน...ขอเอาไปเลี้ยง มักปลุกหลานเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังตอนดึกๆ เรื่องต่อนี้ จริงมากจริงน้อย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ฟังจากปากท่านป้าเอง

สนิทสนมคุ้นเคยมากกับพระพุทธเจ้าหลวงสนิทขั้นหาเรื่องรังแกได้เรื่อยๆ

ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระจอมเกล้า มีพระดำรัสใช้ให้พระพุทธเจ้าหลวง ไปหยิบของบนหอพระ ท่านป้าก็แอบไปนั่งข้างทวาร พอเสด็จกลับลงมา ท่านก็ยื่นขาออกไปขัดพระชงฆ์ ทำให้ทรงล้มลง ตกอัฒจันทร์พระที่นั่ง

สมเด็จพระจอมเกล้า กริ้วว่า “ซุ่มซ่ามเซ่อซ่า” แต่พระพุทธเจ้าหลวง ก็ทรงนิ่งเสีย ไม่กราบทูลว่าเพราะผู้ใด แทนที่ท่านป้าจะระลึกถึงพระเดชพระคุณ ท่านกลับเห็นว่าท่านเก่ง รังแกพระราชกุมารพระองค์ใหญ่ได้

พอโตเป็นสาว ท่านหญิงฉวีวาดเป็นสตรีสวย ฉลาด ความคิดทันสมัย และถือพระองค์ “ไม่ยอมใคร”

ใคร...หรือคนแรกที่รับรู้รสชาติท่านป้า คือพระองค์เจ้าคัคณางคยุคล โอรสรัชกาลที่ 4 ทรงหลงรัก เจรจาสู่ขอแล้วก็ส่งเครื่องเพชรเครื่องทองมากมายมาเป็นของหมั้น ท่านก็รับไว้

แต่เมื่อทราบว่าฝ่ายชายมี “หม่อมสุ่น” อยู่แล้ว ก็ทรงยื่นคำขาดขอให้เลิก พระองค์เจ้าคัคณางฯต่อรองจะยกท่านป้าเป็นเมียแต่ง ให้เป็นใหญ่อยู่ในวัง ท่านป้าก็เทของหมั้นออกหน้าต่าง

เรื่องรักๆใคร่ๆของเจ้านาย...เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องเล็กๆเรื่องนี้ กลับเป็นเหมือนรอยปริแยก รอยแรกของสามขั้วอำนาจทางการเมือง เป็นเรื่องใหญ่ ระดับแยกแผ่นดินได้ในเวลาต่อมา

พ.ศ.2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว...ทรงปฏิรูปการเก็บภาษี มาไว้ที่หอรัษฎากรพิพัฒน์ กระทบกระเทือนเจ้านายและขุนนาง

ช่วงเวลานั้น อังกฤษ ฝรั่งเศส กำลังเล่นลีลา นักล่าอาณานิคม

วังหน้าเคยมีรายได้แผ่นดิน 1 ใน 3 เลี้ยงดูทหาร 2,000 นาย ไม่รวมข้าราชบริพาร เมื่อรายได้ลด วังหน้าแสดงปฏิกิริยา เรียกคนหัวเมืองเข้ามาเพิ่มกำลังทหาร ทางวังหลวงก็รู้ดี เตรียมสรรพกำลังตั้งรับ

เกิดเหตุโรงแก๊สในวังหลวงไฟไหม้กลางดึก ทิศทางไฟ...ส่อเป็นอันตรายต่อรัชกาลที่ 5

ในคืนนั้น กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ก็ได้รับบัตรสนเท่ห์ ขู่ปลงพระชนม์ ร้อนพระองค์หนีออกจากวัง ไปพึ่งนายโทมัส ยอร์ชน็อกซ์ กงสุลอังกฤษ ซึ่งเคยฝึกทหารให้วังหน้ามาก่อน

ในรอยร้าวใหญ่มีข่าวลือ...ฝรั่งจะแบ่งแผ่นดินเป็นสองเป็นสามส่วน

ในความตึงเครียดทางการเมืองนี้...หม่อมเจ้าหญิงฉวีวาด ซึ่งทรงประชดชีวิตรักวังหลวง แต่งงานกับพระองค์เจ้าเฉลิมลักษณวงศ์ โอรสวังหน้า ก็แสดงออกชัดถึงการเลือกข้าง ขนคณะละครหลวงลงเรือใบ หนีไปเมืองเขมร

เรื่องเล่าจากปาก “ท่านป้า” ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เล่าไว้ ตั้งแต่การเป็นพระราชเทวีกษัตริย์กัมพูชา มีพระโอรสองค์หนึ่ง...และอีกหลายๆเรื่อง มีผู้รู้...ติดตามเฉลยต่อมา...ฟังได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

รวมถึงปม “สามเส้าการเมืองสยาม” ยุคนั้น คลี่คลายอย่างไร ชีวิตท่านป้าจบลงแบบไหน ขออนุญาต...เล่าในวันต่อไป.

กิเลน ประลองเชิง