วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ค่อยแฟร์

ของลอยต้องไม่จม ของจมต้องไม่ลอย

แต่ “ภาษีลาภลอย” อุปกรณ์ถอนขนห่านชิ้นใหม่ของรัฐบาล จะลอยก็ไม่ลอยจะจมก็ไม่จม จะหนักก็ไม่หนัก จะเบาก็ไม่เบา

“แม่ลูกจันทร์” มองเห็นปัญหาที่จะตามมาหลายประเด็น

แต่เมื่อรัฐบาลจะเดินหน้าเก็บภาษีลาภลอยเพื่อหารายได้เพิ่มอีกก้อนโต ใครจะกล้าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง??

แต่อย่างน้อย ขอท้วงติงเสียหน่อย ดีกว่าปล่อยเลยตามเลย

สรุปว่า กระทรวงการคลังกำลังเร่งลุยถั่วออกกฎหมายเก็บภาษีลาภลอย หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ พ.ร.บ.จัดเก็บภาษีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนพัฒนาของรัฐบาล

เป้าหมายหลักคือเก็บภาษีจากเอกชนเจ้าของที่ดิน หรือบริษัทเอกชนเจ้าของอาคารชุด ศูนย์การค้า บ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ ฯลฯ ที่ตั้งอยู่ใกล้สถานี รถไฟฟ้า สถานีรถไฟความเร็วสูง สนามบิน ท่าเรือ มอเตอร์เวย์ ซึ่งได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากโครงการลงทุนของรัฐบาล

จะต้องถูกรีดภาษีลาภลอยเพิ่มอีก 5 เปอร์เซ็นต์!!

เหตุผล เพราะเมื่อโครงการลงทุนของรัฐบาลทำให้ราคาที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้เคียงแพงขึ้นอีกเท่าตัวหรือหลายเท่าตัว ใครที่ได้รับประโยชน์จึงต้องจ่าย ค่าต๋งพิเศษเพื่อนำไปพัฒนาประเทศเป็นการตอบแทน

“แม่ลูกจันทร์” ฟังหลักการเผินๆ ก็เข้าท่าดี แต่ถ้าดูเงื่อนไขการจัดเก็บภาษีแล้วขอสงวนสิทธิ์คัดค้าน 7 ประการดังนี้คือ

1, การกำหนดพื้นที่ต้องจ่ายภาษีลาภลอยห่างจากสนามบิน หรือท่าเรือ ในรัศมีกว้างไกลถึง 5 กม. มันกว้างใหญ่เกินไปในความเป็นจริง

2, หากโครงการลงทุนของรัฐบาล ทำให้ราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อมีการขายโอนกรรมสิทธิ์ก็ต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ตามราคาประเมิน

การจะเก็บภาษีลาภลอยเพิ่มอีกจึงเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนเกินความจริง

3, เอกชนผู้ลงทุนโครงการย่อมไม่ยอมควักกระเป๋าตัวเอง แต่จะนำภาระภาษีลาภลอยไปบวกเป็นต้นทุน ซึ่งจะทำให้ประชาชนผู้ซื้อต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นเต็มเปา

4, ผลจากการเก็บภาษีลาภลอยเพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาห้องชุดหรืออาคารพาณิชย์แพงขึ้นอีก 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

ทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของที่อยู่ อาศัยยากกว่าเดิม

5, การเรียกเก็บภาษีลาภลอยทุกครั้งที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือเป็นการเก็บภาษีซ้ำซากไม่เป็นธรรม

6, การเรียกเก็บภาษีลาภลอยเฉพาะ โครงการพัฒนาด้านคมนาคม แต่โครงการลงทุนด้านอื่นๆของรัฐบาล เช่น สร้างโรงพยาบาล สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ มหาวิทยาลัย ฯลฯ ซึ่งทำให้ที่ดินใกล้เคียงมูลค่าสูงขึ้นเช่นกัน กลับไม่
ต้องจ่ายภาษีลาภลอย

7, รัฐบาลมีหน้าที่ต้องลงทุนโครงการต่างๆเพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองเจริญ เศรษฐกิจเติบโต รัฐบาลก็เก็บภาษีได้มากขึ้นเป็นกอบเป็นกำ

โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มภาษีลาภลอย

สุดท้าย “แม่ลูกจันทร์” ไม่เห็นด้วยที่กระทรวงการคลังอ้างว่าประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสก็เก็บภาษีลาภลอยมาก่อนไทย

ได้โปรดเถอะ อย่าเอาระบบภาษีอังกฤษหรือฝรั่งเศสมาเทียบกับประเทศ ไทยให้เมื่อยตุ้มเลยคุณ

เพราะระบบภาษีของเค้าเข้มแข็งทั่วถึงเป็นธรรม

ส่วนเมืองไทยของเรา ประชากร 68 ล้านคน แต่มีคนอยู่ในระบบภาษีแค่ 10.3 ล้านคน

และมีคนที่จ่ายภาษีบำรุงประเทศจริงๆ แค่ 4 ล้านคน

แหม...กระดูกคนละเบอร์.

“แม่ลูกจันทร์”