วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘คลัง’ ช่วยคนถูกน้ำท่วม หักภาษีได้

เงินค่าซ่อมบ้าน ไม่เกิน‘100,000’ หลายจว.ยังจม!

นายกฯยันไม่ได้ปิดบังข้อมูลเรื่องอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นแตก แต่ปริมาณน้ำฝนมากจนทำให้น้ำล้นเซาะสันเขื่อนส่วนนครพนมอ่วมหนักรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี บ้านเรือนจมบาดาลกว่า 3,000 หลัง นาข้าวอีก 1 แสนกว่าไร่คาดต้องผจญกรรมอีกหลายวัน ส่วนกาฬสินธุ์เตือน 5 อำเภอรับน้ำจากเขื่อนลำปาวที่ระบายเพิ่มรวมทั้ง 8 อำเภอของร้อยเอ็ด ขณะที่สกลนคร ระดับน้ำทรงตัวแต่ยังท่วมสูง ส่วนสนามบินเปิดบริการรับเที่ยวบินแรกปลอดภัยทุกอย่าง ขณะที่บางระกำ เมืองสองแควระกำหนักรับน้ำจากสุโขทัยนาข้าวจมเป็นบริเวณกว้าง

สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย หลายจังหวัดยังมีระดับน้ำท่วมสูงโดยเฉพาะที่ จ.สกลนคร ผจญความลำบากอย่างแสนสาหัส เนื่องจากขาดแคลนอาหารและปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย เผยสาเหตุที่สกลนครจมบาดาล เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้นแตก แต่กรมชลประทานกลับอ้างสาเหตุจากน้ำฝนมีปริมาณมากสุดในรอบ 50 ปี ขณะที่อีกหลายจังหวัดวิกฤติไม่แพ้กัน

นครพนมแรงสุดในรอบ 40 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 1 ส.ค.ว่า ที่ จ.นครพนม ปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วม ยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายรวม 5 อำเภอ 1. อ.นาแก 2. อ.วังยาง 3. อ.เรณูนคร 4. อ.นาหว้า และ 5. อ.ศรีสงคราม บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังมากกว่า 3,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรนาข้าว ได้รับความเสียหายกว่า 1 แสนไร่ โดยจังหวัดนครพนมได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะ อ.วังยางได้รับผลกระทบมากที่สุด 4 ตำบล ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 300 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร นาข้าวได้รับความเสียหายเกือบ 5,000 ไร่ เนื่องจากมีสภาพพื้นที่ติดกับลำน้ำก่ำและเป็นพื้นที่ลุ่มทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว หลังรับปริมาณน้ำไหลจากหนองหารที่ จ.สกลนคร ถือว่าได้รับผลกระทบรุนแรง หนักสุดในรอบ 40 ปี

น้ำเซาะคอสะพานหวั่นพัง

ต่อมานายวุฒิพงศ์ คำภูแสน ผอ.แขวงทางหลวงนครพนม นายสุรศักดิ์ แพงวงศ์ หัวหน้าหมวดการทางนาแก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพสะพานข้ามลำน้ำก่ำ บนถนนสายวายหลวง หมายเลข 2033 เชื่อมระหว่าง อ.นาแก มุ่งหน้าไปยัง ต.นาเหนือ ในเขตเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งเป็นสะพานขนาดใหญ่ที่ข้ามลำน้ำก่ำ ความยาวประมาณ 170 เมตร กว้าง 25 เมตร เนื่องจากเกิดปัญหากระแสลำน้ำก่ำกัดเซาะคอสะพานจนทรุดตัว เนื่องจากมีน้ำจำนวนมากทะลักมาจากพื้นที่ อ.หนองหาร จ.สกลนคร ทำให้นำเอ่อล้นท่วมพื้นที่บ้านเรือนของชาวบ้าน รวมถึงพื้นที่การเกษตร นาข้าว และถนนสายหลัก สร้างความเดือดร้อนในการสัญจร เบื้องต้นได้สั่งปิดการสัญจรบนสะพานชั่วคราวห้ามรถทุกชนิดผ่านเกรงคอสะพานจะทรุดตัวเสียหายมากกว่าเดิมและจะหาทางแก้ไขซ่อมแซมต่อไป

เตือน 5 อำเภอรับน้ำลำปาว

ด้าน จ.กาฬสินธุ์ ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวจำนวนมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 1,678 ล้าน ลบ.ม. หรือ 84.77% โดยเขื่อนลำปาวได้เพิ่มการระบายน้ำออกเป็นวันละ 33.92 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกัน นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้ออกประกาศเตือน 5 อำเภอคือ อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ เฝ้าระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว จะทำให้เกิดน้ำท่วมเพิ่มขึ้นและยาวนานขึ้น พร้อมเตรียมวางแผนการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการเตรียมศูนย์พักพิง เตรียมเรือและรถยกสูงสำหรับการเดินทางของพี่น้อง ตลอดจนเรื่องดูแลข้าวปลาอาหารและการดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน

ระดมปิดพนังกั้นน้ำชีแตก 3 จุด

ขณะเดียวกัน พนังกั้นแม่น้ำชีที่เคยแตกเกิดทรุดถึง 3 จุด ในพื้นที่ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุ เกิดจากแรงดันของน้ำชี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลลำชีและกลุ่มจิตอาสา รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ร่วมกันบรรจุกระสอบทรายเร่งนำมาเสริมพนังกั้นแม่น้ำชี ตรงหลัก กม.ที่ 2 บริเวณบ้านสะดำสี ต.ลำชี หลังพบการทรุดตัวตรงจุดเปิดปิดประตูน้ำ นอกจากนี้ ยังมีตรงหลัก กม.ที่ 8 และหลัก กม.ที่ 12 บริเวณบ้านท่าเยี่ยม เนื่องจากแรงดันของน้ำชีกัดเซาะเข้าถึงพนังชั้นใน โดยชาวบ้านระบุว่าปัญหานี้เป็นสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วมใหญ่ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำขณะนี้น้ำที่ล้นตะลิ่งได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20,000 ไร่ โดยเฉพาะในเขต อ.เมือง อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ยางตลาด และ อ.ร่องคำ และมีแนวโน้มจะขยายเป็นบริเวณกว้างครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 180,000 ไร่

ปลื้มปีติรับของพระราชทาน

ตอนสายวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.โยธิน ประยูรโภคราช ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์อัญเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้แก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ รวม 1,457 ครัวเรือน ณ หอประชุมอำเภอเมือง จ.กาฬสินธุ์ ตามด้วย อ.กมลาไสย 1,145 ครัวเรือน ณ หอประชุมอำเภอกมลาไสย ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมเป็นต้นมา รวมพื้นที่ความเสียหาย 15 อำเภอ 84 ตำบล 747 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 19,717 ครัวเรือน

วนอุทยานฯจม-ฝูงลิงหิวโซ

ส่วน จ.มหาสารคาม แม่น้ำชีเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่วนอุทยานโกสัมพี อ.โกสุมพิสัย ส่งผลให้ฝูงลิงแสมกว่า 800 ตัว ที่อยู่อาศัยต้องอพยพหนีน้ำมาอาศัยอยู่ด้านหน้า ด้านข้างวนอุทยานและบนต้นไม้ใหญ่ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมไปแล้วกว่า 80% โดยนายอภิชาต การเกษ หัวหน้าวนอุทยานโกสัมพี กล่าวว่า ขณะนี้น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่วนอุทยานโกสัมพีมีพื้นที่กว่า 125 ไร่ ระดับน้ำท่วมสูงสุดประมาณ 5 เมตร ทำให้ลิงต้องอพยพออกมาอยู่ด้านหน้าและถนนด้านข้างวนอุทยานที่มีพื้นที่อยู่ประมาณ 20 ไร่ ทำให้ฝูงลิงต่างอดอยากเพราะขาดแคลนอาหาร หากท่านผู้ใจบุญจะมาให้อาหาร หรือบริจาคอาหารให้ฝูงลิงสามารถให้ได้ที่ด้านข้างวนอุทยานเป็นลานคอนกรีต

สั่ง 8 อำเภอเตรียมรับน้ำท่วม

ด้าน จ.ร้อยเอ็ด หลังเขื่อนลำปาวเปิดระบายน้ำเพิ่มลงลำน้ำชีจะส่งผลกระทบต่อ จ.ร้อยเอ็ด ทั้งหมด 8 อำเภอ คือจังหาร เชียงขวัญ โพธิ์ชัย ธวัชบุรี ทุ่งเขาหลวง เสลภูมิ อาจสามาร และพนมไพร ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ติดกับลำน้ำชี ภายหลังนายเฉลิมพล มั่งคั่ง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมตัวเผชิญเหตุอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ส่วนนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จากการไปอำนวยการช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยที่ อ.เสลภูมิ มีผู้ประสบภัยหญิงจำนวนมากและสิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องการขณะนี้คือผ้าอนามัยและผ้าอ้อมสำเร็จรูป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยภาคเอกชนหลายคนใน อ.เสลภูมิ เริ่มป่วยเนื่องจากเป็นแผลที่ก้นจากการลุยน้ำช่วยเหลือชาวบ้านติดต่อกันมาหลายวันต้องการยาที่ใช้รักษาโรคทางน้ำเป็นอย่างมาก อาทิ ขี้ผึ้ง ยาฆ่าเชื้อในร่มผ้า ยากันโรคฉี่หนู เป็นต้น

นาข้าว 2 แสนไร่จมบาดาล

สำหรับ จ.สกลนคร พื้นที่น้ำท่วมขยายออกไปเป็นวงกว้างทั้งเขต อ.เมือง และอำเภอรอบนอก ขณะนี้น้ำยังทรงตัวอยู่ที่ 1-2 เมตร เป็นพื้นที่การเกษตร เช่น นาข้าวจมใต้น้ำเกือบ 2 แสนไร่ ส่วนพื้นที่เขตเทศบาลนครสกลนคร ถนนบางสายยังคงมีน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซม.แต่ชุมชนหนองสนมและชุมชนธาตุดูม โดยเฉพาะบ้านดูมเหล่าทับของ ต.งิ้วด่อน อ.เมือง ซึ่งอยู่รอบหนองหาร ระดับน้ำยังสูงกว่า 1 เมตร ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนออกแจกจ่ายถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ส่วนนายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผบ.มทบ.29 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเครื่องสูบน้ำรวม 6 เครื่อง สูบน้ำออกจากหนองหาร ระบายลงลำน้ำก่ำและแม่น้ำโขงที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ระยะทางยาวประมาณ 127 กม. แต่ปัญหาคือ น้ำโขงหนุนทำให้การระบายน้ำจึงเป็นไปอย่างล่าช้า

เที่ยวบินแรกถึงสกลฯปลอดภัย

ส่วนที่ท่าอากาศยานสกลนครทำพิธีต้อนรับเที่ยวบินเที่ยวแรก หลังจากปิดสนามบิน 3 วัน โดยเที่ยวบินแรก เป็นสายการบินแอร์เอเชียเที่ยวบินที่ FD 3510 ออกจากสนามบินดอนเมือง 07.00 น. ถึงท่าอากาศยานสกลนคร เวลา 08.25 น.มีผู้โดยสารนั่งมาเต็มลำซึ่งในเที่ยวนี้มีนายอรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และคณะจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมเดินทางมาด้วย เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารด้วย

ระดมจิตอาสาจัดโรงครัว

นายสมรักษ์ สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารสัตว์ จำกัด (ซีพีเอฟ) เผยว่า บริษัทฯตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ จ.สกลนคร จึงได้เร่งระดมสรรพกำลังทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในพื้นที่อีสานให้การช่วยเหลือด้านอาหารแก่ผู้ประสบภัยแล้ว โดยได้จัดเตรียม เนื้อไก่สด ไก่ปรุงสุก ไข่สด เนื้อหมู และน้ำดื่ม พร้อมพนักงานซีพีเอฟจิตอาสาสนับสนุนโรงครัวหลายจุด ประกอบด้วย โรงครัวมณฑลทหารบกที่ 29 โรงครัวกาชาดจังหวัดสกลนครหน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร โรงครัว รพ.สกลนคร โรงครัว ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนครและจุดรับบริจาค อ.พังโคน

โคราชยังอ่วมหนัก 3 อำเภอ

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เผยถึงสถานการณ์อุทกภัยที่ จ.นครราชสีมา ว่าขณะนี้น้ำท่วมเหลืออยู่ 2-3 อำเภอกว่า 16 ตำบล 178 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.โนนแดง ระดับน้ำทรงตัว อ.ประทาย และ อ.เมืองยาง ส่วนใหญ่น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ไร่ นาข้าว และท่วมขังบ้านเรือนราษฎรอยู่บ้าง หนักสุดตอนนี้อยู่ที่ อ.ประทาย น้ำท่วมสูง 1-2 เมตร ครอบคลุมทุกตำบลทุกหมู่บ้านเพราะเป็นที่ลุ่ม น้ำขังนาน คาดใช้เวลา 10 วัน กว่าน้ำจะระบายออกจนเข้าสู่ภาวะปกติ ราษฎรกว่า 2,000 ครัวเรือนเดือดร้อนหลายพันคน โดยเฉพาะที่บ้านคู ต.สำพะเนียง ถนนเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด รถไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ ต้องใช้เรือเพียงทางเดียว

เจาะตัดถนนเร่งระบายน้ำ

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมาร่วมกับหลายหน่วยงานในจังหวัดบุรีรัมย์ใช้รถแบ็กโฮขุดเจาะตัดถนนเชื่อมต่อ 2 จังหวัดระหว่างบ้านกระเบื้องนอก อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา กับบ้านบุ่งเบา อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ลึก 1.50 เมตร ยาว 30 เมตร เพื่อเปิดช่องทางระบายน้ำเหนือปริมาณมหาศาลที่ไหลมาจากหลายอำเภอของ จ.นครราชสีมา มารวมกับน้ำลำสะแทดที่กำลังเอ่อท่วมขังไร่นา บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อ.เมืองยางและ อ.พุทไธสง ให้ไหลลงสู่ลำน้ำมูล จากการประเมินคาดว่าปริมาณน้ำมีมากกว่า 130 ล้าน ลบ.ม. หากปล่อยให้ระบายตามธรรมชาติจะใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน ซึ่งจะทำให้พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างแต่หากเจาะตัดถนนเปิดช่องทางระบายน้ำสามารถระบายลงสู่ลำน้ำมูลได้ภายใน 4-5 วัน

เขื่อนอุบลรัตน์เร่งระบายน้ำ

ส่วนนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น เผยสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ว่า มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 1,506 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 61.97 ของความจุอ่าง ในจำนวนนี้สามารถนำไปใช้งานได้ที่ 925.02 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 50 ขณะที่มีน้ำไหลลงอ่างวันละ 57.63 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ในระยะนี้เขื่อนจำเป็นต้องระบายน้ำเพื่อรักษาสถานภาพของเขื่อน ส่วนมวลน้ำหนุนจากแม่น้ำชีที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ จ.ขอนแก่น หลายจุดน้ำหนุนขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องและบางจุดไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่ อ.น้ำพอง ที่เป็นพื้นที่รับน้ำด่านแรกจากเขื่อนอุบลรัตน์ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรือท้องแบนไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเน้นย้ำไปยังนายอำเภอทั้ง 26 อำเภอเฝ้าระวังและพร้อมรับมือกับภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้อย่างต่อเนื่อง

น้ำหลากเข้าที่นาบางระกำ

ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมที่ไหลหลากจาก อ.เมืองสุโขทัย ผ่านประตูระบายน้ำบ้านยางซ้าย และประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ ต.กง อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เข้าสู่แม่น้ำยมสายหลักในพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มของเกษตรกรชาวนาที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วก่อนหน้านี้ รวมทั้งนาข้าวที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวของชาวบ้านหมู่ 6 ต.คุยม่วง และหมู่ 2 ต.ชุมแสงสงคราม ประมาณ 1,000 ไร่ ขณะเดียวกัน น้ำยังเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 9 ต.ชุมแสงสงคราม หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำกว่าระดับตลิ่ง ส่วนชาวนาที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็หันมาหาปลาบริเวณที่มีน้ำไหลหลากเพื่อนำไปประกอบอาหารกินกันในครอบครัว หากได้ปลาจำนวนมากก็นำไปขายต่อเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง

ระทึก 5 คนงานติดบนฝาย

ส่วน จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัยจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร ไปช่วยเหลือคนงานของชลประทานกำแพงเพชร 5 คน ติดอยู่กลางฝายยกระดับน้ำกั้นแม่น้ำปิง ห่างจากฝั่งประมาณ 150 เมตร พบนายรุ่งโรจน์ ทับรอด อายุ 24 ปี นายวินัย ศรีชมพู อายุ 61 ปี กับพวกอีก 3 คน ติดอยู่กลางฝายท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยวอย่างรุนแรง โดยก่อนเกิดเหตุทั้งหมดใช้เรือหางยาวลากท่อเหล็กที่ต่อกับทุ่นจะไปต่อกับท่อเหล็กดูดทรายที่กลางแม่น้ำปิง เนื่องจากฝนที่ตกหนักได้พัดพาทรายมากองอยู่เหนือฝายจนตื้นเขินต้องขุดลอกออก แต่พอถึงกลางแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว เรือหางยาวถูกกระแสน้ำพัดทั้งท่อทั้งเรือไปปะทะกับตัวฝายอย่างแรงจนทำให้ทั้งเรือทั้งท่อและพวกตนถูกน้ำซัดไปคนละทิศละทางและปีนขึ้นมาอยู่บนฝาย ภายหลังหน่วยกู้ภัยช่วยกลับออกไปได้

เขื่อนป่าสักฯปรับระบายน้ำ

หลังจากน้ำเหนือเริ่มไหลลงเข้าสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ได้ปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนลงสู่แม่น้ำป่าสักขึ้นเป็น 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบ้านหนองกรด หมู่ 5 ต.แสลงพัน อ.วังม่วง จ.สระบุรี เป็นหมู่บ้านที่อยู่ท้ายเขื่อนด่านแรก ชาวบ้านเริ่มยกข้าวของขึ้นที่สูงพร้อมเฝ้าสังเกตการณ์ระดับน้ำตลอด 24 ชม.นายศุภชัย มโนการ ผอ.โครงการส่งน้ำป่าสักชลสิทธิ์เผยว่า ตอนนี้ปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อน 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังไม่ค่อยมีผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชนเท่าไร มีน้ำในอ่าง 400 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่อ่างเก็บน้ำได้ 960 ล้าน ลบ.ม. ในยามวิกฤติเคยเก็บน้ำได้ 1,177 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าอีกประมาณ 11 วัน มวลน้ำจากทางเหนือทั้งหมดคงจะลงมาถึงอ่าง

ขณะที่นายภานุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี เดินทางไปยังด่านกักกันสัตว์ลพบุรี ต.หนองรี อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เพื่อเป็นตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ลำสนธิ ในการรับหญ้าพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปล่อยขบวนรถบรรทุกหญ้าพระราชทานเพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยต่อไป

ปภ.แจงอุทกภัยเหลือ 10 จว.

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 10 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 497 ตำบล 3,472 หมู่บ้าน แยกเป็นภาคตะวันออก เฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร ร้อยเอ็ดนครพนม นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปภ.ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

เตือน 4 จว.รับน้ำเขื่อนลำปาว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.สกลนคร เริ่มคลี่คลาย แต่บางส่วนยังรอน้ำระบายอยู่เพราะน้ำที่มาจากหนองหารระบายได้อย่างจำกัด ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้แจ้งเตือนประชาชน 4 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี ที่จะต้องเตรียมตัวรับน้ำจากเขื่อนลำปาวที่ต้องเร่งระบายออกเพราะจะมีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนจำนวนมาก ตอนนี้ระบายน้ำวันละกว่า 30 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเป็นรายอำเภอ และจังหวัด ว่ามีพื้นที่ใดที่ควรเฝ้าระวัง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็เตรียมความพร้อมการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ตำรวจระดมช่วยประชาชน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เผยว่า สั่งการให้ตำรวจติดตามสภาพอากาศและเกาะติดสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ใช้กำลัง ตำรวจร่วมกับผู้มีจิตอาสาเข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมสูงในชุมชนเมือง จ.สกลนคร สุโขทัย นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และบุรีรัมย์ ประสานและสนับสนุนการทำงานร่วมกับส่วนราชการในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ และเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งช่วยเหลืออพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยและจัดตั้งโรงพักเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่วนกลางได้รับการสั่งจาก ผบ.ตร.ให้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของและเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ อาคาร 13 กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2205-1005 และ 0-2252-8772

ปลายสัปดาห์มีฝนตกเพิ่มขึ้น

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วงนี้มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ตอน บนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนมากกว่าบริเวณอื่นๆ ส่วนในช่วงวันที่ 3-6 ส.ค. จะมีร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะยังคงพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

เปิดรับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 4 ส.ค.รัฐบาลจะจัดรายการพิเศษเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.โดยจะถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีและเอ็นบีที ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ช่วยกันช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเงินที่บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ส่วนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า สนช. ได้จัดตั้งศูนย์สภานิติบัญญัติแห่งชาติรวมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งนี้ ผู้สนใจจะบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมสามารถบริจาคเงินหรือสิ่งของได้ที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา 2 หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขารัฐสภา ชื่อบัญชี “สนช.รวมใจช่วยน้ำท่วม” เลขที่บัญชี 089-0-20782-8 สอบถามเพิ่มเติมที่คอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2244-1777-8 โดยเงินบริจาคสามารถนำใบเสร็จ ไปหักลดหย่อนภาษีได้

นายกฯแก้ปัญหาน้ำท่วม 24 ชม.

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า วันที่ 2 ส.ค.จะเดินไปให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.สกลนคร ซึ่งได้เตรียมแผนไว้ตั้งแต่วันแรกที่เกิดน้ำท่วมแล้ว เพียงแต่ไม่อยากให้เกิดภาระในพื้นที่ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเอาเรือมารับ ต้องมาบรรยายสรุป ในขณะที่ช่วยเหลือประชาชนอยู่ ไม่อยากให้ต้องมาดูแลตน แต่ได้บัญชาการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการช่วยเหลือจากทหาร ส่วนการช่วยเหลือเยียวยามีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลืออยู่แล้ว เพราะเราเผชิญปัญหามาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะภาคใต้ถือเป็นมาตรการค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเป็นห่วงประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างยิ่ง ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ

ปัดปิดข้อมูลเรื่องอ่างแตก

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า อยากเตือนให้ประชาชนเชื่อคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ส่วนราชการและรัฐบาลซึ่งพยายามเตือนมาตลอด ต้องเคลื่อนย้ายสิ่งของเอาไว้บ้าง หากไม่เตรียมความพร้อมเอาไว้เลยจะลำบากในการรับมือกับสถานการณ์ได้จะรอการช่วยเหลืออย่างเดียวคงไม่ไหวแต่ไม่โทษประชาชนหรอก อย่างบางพื้นที่ไม่เคยท่วมไม่ใช่สถานการณ์ปกติที่จะมาโทษกันไปมา ครั้งนี้ฝนตกกว่า 300 มิลลิเมตร เกินไม่รู้กี่เท่าถือว่าตกหนักมากในรอบ 10 ปี “อย่างอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นแตกจะปกปิดข้อมูลเพื่ออะไรเพราะน้ำระยะแรกล้นเกินสันเขื่อนมาแล้วจะไปเบรกน้ำส่วนอื่นก็ไม่ได้และมีความตื้น ไม่ได้เตรียมรองรับน้ำที่มากขนาดนี้ เขื่อนนี้ทำไว้รองรับน้ำประมาณ 2 ล้าน ลบ.ม. แต่น้ำไหลเข้ามา 3 ล้าน ลบ.ม.ต้องล้นเป็นธรรมดา เมื่อน้ำล้นต้องเซาะเขื่อน”

เมื่อถามว่า มีการเปรียบเทียบการบริหารจัดการน้ำของปีนี้กับช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2554 พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นคนละประเด็นกัน ไม่อยากก้าวล่วงกันไปมาเพราะตนอยู่ใน 2 เหตุการณ์เป็นเรื่องการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ อย่าไปย้อนของเก่า เอาอันใหม่ดีกว่า ต้องทำให้ดีที่สุด

ลดหย่อนภาษีช่วยน้ำท่วม

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่า การกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปี 2560 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เท่าที่บริจาคแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิ ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาคไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เท่าที่บริจาคแต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดว่าต้องเป็นการ บริจาคผ่านส่วนราชการ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี องค์การหรือสถานสาธารณกุศล บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นตัวแทนรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตั้งแต่ 5 ก.ค.-31 ธ.ค.นี้

ยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา

นายณัฐพรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้มีเงินได้ที่ได้นำเงินไปจ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ประกอบในลักษณะติดตั้งถาวรกับตัวอาคารหรือซ่อมแซมห้องชุด ตามที่ได้จ่ายจริงแต่รวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถยนต์ เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท ตั้งแต่ 5 ก.ค.-31 ธ.ค.60 ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการสินเชื่อฟื้นฟูเอสเอ็มอี วงเงิน 5,000 ล้านบาท และรัฐบาลชดเชยในวงเงินไม่เกิน 825 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย