วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.ขึ้นภาษีสุรา ยาสูบ 2% เข้ากองทุนผู้สูงอายุ นำเงินช่วยคนชรายากจน

ครม.เห็นชอบ ขึ้นภาษีบาป 2% คาดได้เงิน 4 พันล้าน นำเข้ากองทุนผู้สูงอายุ จัดสรรช่วยคนแก่ยากจน ได้เพิ่มเติมจากเบี้ยยังชีพ ขณะที่ คลัง จ่อจัดโครงการจูงใจคนชราฐานะดี สละสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพ...

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผู้สูงอายุ ฉบับที่… พ.ศ… โดยมีสาระสำคัญให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่เรียกว่าภาษีบาป อันเกี่ยวข้องกับสุรา และยาสูบ เพิ่มขึ้นอีก 2% จากอัตราที่จัดเก็บในปัจจุบัน เพื่อที่จะนำเงินดังกล่าวเข้ากองทุนผู้สูงอายุ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินดังกล่าวไปจัดสรรให้กับผู้สูงอายุที่เป็นคนยากจน เพิ่มเติมจากเบี้ยยังชีพที่ได้รับในปัจจุบัน และจะต้องเป็นผู้สูงอายุได้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐด้วย

“การที่มีมติในวันนี้ เนื่องจากประเทศไทยนั้นกำลังเข้าสู่งสังคมผู้สูงวัย และมีผู้สูงอายุจำนวนมาก และในส่วนนี้เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย และจากการสำรวจผู้มีรายได้น้อยในปีที่แล้ว พบว่า มีผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนรายได้น้อยมีจำนวน 2.3 ล้านคน จากจำนวนผุ้สูงอายุที่มีรายได้น้อยทั้งหมด 3.5 ล้านคน คิดว่าปีนี้จะมีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านคน ซึ่งผู้สูงอายุและมีรายได้น้อยเหล่านี้ มีรายได้ไม่เพียงพอ โดยปกติจะได้รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล ในระดับขั้นบันได โดยคนที่มีอายุ 60-69 ปี ก็จะได้เงิน 600 บาทต่อเดือน และ 70-79 ได้เงิน 700 บาทต่อเดือน และอายุ 80-89 ปี ได้ 800 บาทต่อเดือน และอายุ 90 ปีขึ้นไปได้ 1,000 บาทต่อเดือน และกรณีเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอในการยังชีพ หรือถูกทอดทิ้ง หรือขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ด้วยตัวเอง จะได้รับเงินสงเคราะห์การยังชีพเพิ่มเติมรายละ 300 บาท ตามกฎเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินของการสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรวมแล้วได้ 900-1,300 บาทต่อเดือน ก็ยังไม่เพียงพอ”

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง จะจัดโครงการให้ผู้ที่มีเบี้ยยังชีพในปัจจุบันบางส่วน หรือผู้สูงอายุที่มีรายได้ดี สามารถบริจาคเบี้ยยังชีพให้กับกองทุนนี้โดยสมัครใจได้ด้วย คาดว่าส่วนนี้จะมีเงินอีก 4,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังคิดว่าจะมีมาตรการชักจูงใจ และเชิดชูผู้ที่เสียสละเงินดังกล่าว

ทั้งนี้ปัจจุบันมีการเก็บภาษีเพื่อไปใช้จ่ายเพื่อการเฉพาะ หรือภาษีบาป 3 ด้าน คือ 1. จัดเก็บให้กับกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 2% หรือประมาณปีละ 4,271 ล้านบาท 2. สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 1.5% แต่ไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี และ 3. เก็บให้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 2% หรือประมาณ 4,271 ล้านบาทต่อปี โดยตั้งใจว่าจะมีเงินภาษีดังกล่าวประมาณ 7.5%.