วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กมธ.ร่วมแก้ 2 ปม ก.ม.พรรคการเมือง ไม่มีโทษยุบพรรคโกงไพรมารีโหวต

กมธ.ร่วมแก้ 2 ประเด็น พ.ร.บ.พรรคการเมือง ให้มีบทลงโทษทำผิดไพรมารีโหวต แต่ไม่มีโทษยุบพรรค หนักสุดแค่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมให้หัวหน้าพรรคลงสมัครได้ทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ-ส.ส.เขต

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 60 ที่รัฐสภา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองแถลงผลการประชุม กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ถึงการพิจารณาข้อโต้แย้งเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองว่าตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งข้อโต้แย้งร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ไม่ตรงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 4 ประเด็นนั้น กมธ.ร่วมพิจารณาแล้วเห็นว่า มี 2 ประเด็นไม่ตรงเจตนารมณ์ ให้แก้ไขทบทวนใหม่ได้แก่ 1. มาตรา 51 (4) ที่ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ สนช.ให้ความเห็นชอบระบุให้หัวหน้าพรรคลงสมัครเลือกตั้งได้เฉพาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 เท่านั้น กมธ.ร่วมพิจารณาแล้วมีมติให้แก้ไขเป็น ให้หัวหน้าพรรคการเมืองสามารถลงสมัครได้ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 เพื่อให้สิทธิแก่หัวหน้าพรรคในการลงสมัคร ส.ส.ระบบใดก็ได้ 2. การให้เพิ่มเติมมาตรา 51/1-51/4 เรื่องบทลงโทษในระบบไพรมารีโหวต จากเดิมร่างที่ สนช.ให้ความเห็นชอบไม่ได้ระบุบทลงโทษกรณีกระทำผิดในระบบไพรมารีโหวต เป็นให้มีบทลงโทษหากมีการกระทำผิดในระบบไพรมารีโหวต

นายวัลลภ กล่าวต่อว่า ในส่วนบทลงโทษกรณีทำผิดไพรมารีโหวตนั้น จะมีเฉพาะโทษจำคุก และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 5 ปี ถือเป็นโทษสูงสุด แต่ไม่มีโทษเรื่องการยุบพรรค โดยแบ่งฐานความผิดในระบบไพรมารีโหวต อาทิ 1. กรณีการสัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมให้ทรัพย์สินผลประโยชน์อื่นอันใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแก่ผู้ใดมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท 2. กรณีหลอกลวงบังคับขู่เข็ญใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้ใด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี 3. กรณีกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้สมาชิกลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น หรืองดเว้นการลงคะแนนแก่ผู้ใด มีระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นด้วย บทลงโทษเหล่านี้เน้นลงโทษหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคที่ปล่อยปละละเลย ให้มีการกระทำผิดในขั้นตอนไพรมารีโหวต รวมถึงผู้สมัครที่กระทำผิดในไพรมารีโหวต