วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีการเมืองกับวิกฤติการเมือง

บางทีอาจจะเป็น โชคร้ายของประเทศไทย ที่จมปลักอยู่กับวิกฤติการเมืองเข้าปี 11 แล้ว เผอิญว่าวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเที่ยวนี้ค่อนข้างจะมีความรุนแรงและมีผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงทั้ง เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ของประเทศโดยตรง

ไม่ใช่ว่าประเทศไทยจะไม่เคยมีการปฏิวัติรัฐประหาร ไม่เคยมีวิกฤติการเมืองต้องเสียเลือดเสียเนื้อคนไทยด้วยกัน ตรงข้ามประเทศ ไทยมีวิกฤติการเมืองเกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่เช่นนั้น คงไม่มีรัฐธรรมนูญปกครองถึง 20 ฉบับแล้ว น่าจะมากที่สุดในโลกด้วยซ้ำ

การเสียเลือดเสียเนื้อที่รุนแรงจาก เหตุการณ์ 16 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬปี 35 ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุด ณ เวลานั้น เชื่อกันว่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนไทยที่จะไม่ฆ่ากันเองอีก มาจนถึงปี 2548 วิกฤติการเมืองเริ่มตั้งเค้าลาง จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติรัฐประหารในปี 2549 ขึ้นจนได้

เพราะทุกฝ่ายชะล่าใจว่า การปฏิวัติรัฐประหารจบไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2535 เนื่องจากทุกฝ่ายอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและสำนึกผิด ไม่ว่าจะเป็นการเมืองภาคประชาชน นิสิต นักศึกษา สหภาพแรงงาน ถูกสลายไปพร้อมๆกับอำนาจทางการเมืองของกองทัพ

เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รูปแบบของวิกฤติทางการเมือง เปลี่ยนจากความขัดแย้งของระบบเป็นความขัดแย้งจากตัวบุคคล สร้างความขัดแย้งจากตัวบุคคล ขยายความไปถึงความเสียหายของประเทศที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน การละเมิดสถาบัน และอำนาจเผด็จการทางการเมือง

ทำให้วิกฤติการเมืองโฟกัสไปที่ตัวบุคคลมากกว่ามวลชนหรือองค์กร อาทิ ระบบทักษิณ หลังจากนั้นก็มีการทำร้าย ทำลายความน่าเชื่อถือตัวบุคคลทั้งสองฝ่ายกันหลายระลอก

นำเอาสถาบันและองคาพยพของประเทศเข้าไปเกี่ยวข้องกับวิกฤติเต็มตัว

นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ที่เป็นสถาบันหลักในระบอบการเมืองการปกครอง ไม่ได้ถ่วงดุลอำนาจกันต่อไป สถาบันการเมืองกับสถาบันการทหารตั้งป้อมชิงพื้นที่ข่าวและชิงมวลชน เพื่อชิงอำนาจทางการเมือง

ทั้งหมดนี้เกิดจากความขัดแย้งของตัวบุคคลเท่านั้น

วันนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จากกรณีที่รัฐบาล อดีตนายกฯสมชาย ให้เจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ซึ่งในวันนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ไม่มีการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อย ไม่แน่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในระดับไหน ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่กับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เป็นดาบสองคม กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เป็นวิบากกรรมแห่งชาติที่จะอยู่คู่กับประเทศไทยไปช้านาน.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th