บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศึกบิ๊กไบค์-อจ. ต่างอ้าง ถูกทําร้ายก่อน ดําเนินคดี2ฝ่าย

รอ ‘คลิป’ ยืนยันฐานพยายามฆ่า

หนุ่มบิ๊กไบค์คู่กรณีที่ถูก ผศ.อดีตอาจารย์สอนวิศวะมหาวิทยาลัยดัง ใช้มีดแทงเฉียดตาย หลังขับเฉี่ยวชนบนถนน เข้ารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และแจ้งความกลับคู่กรณีพยายามฆ่า ขณะที่ ผศ.อดีตอาจารย์ เข้าให้การเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหาเช่นกัน เผยต่างฝ่ายต่างอ้างถูกกระทำก่อน ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนกรณีบิ๊กไบค์แจ้งเพิ่มพยายามฆ่านั้น อยู่ระหว่างสอบปากคำพยานและรวบรวมกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุก่อน

กรณีโลกโซเชียลเผยแพร่คลิปชายขี่บิ๊กไบค์ ทราบชื่อต่อมาคือนายวัลลภ กิจพาณิชย์ อายุ 33 ปี ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัทประกันภัยรถยนต์แห่งหนึ่ง ถูกรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎย 9151 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้าย ทราบชื่อคนขับรถเก๋งภายหลังคือ ผศ.ชัยบูรณ์ กังสเจียรณ์ อายุ 57 ปี อดีต อาจารย์สอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยทั้งคู่ขับหนีและปาดไปมาบนถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาเข้า กระทั่งทั้งสองคนจอดรถทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่นายชัยบูรณ์จะใช้มีดแทงนายวัลลภจนบาดเจ็บ เหตุเกิดวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ก.ค. นายวัลลภ กิจพาณิชย์ อายุ 33 ปี ชายคนขับ บิ๊กไบค์ในคลิป เข้าพบ ร.ต.อ.ศุภชัย หมื่นอักษร รอง สว. (สอบสวน) สน.วังทองหลาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่ฝั่งคู่กรณีคือนายชัยบูรณ์แจ้งทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และนำคลิปวีดิโอที่บันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหาพยายามฆ่ากับฝั่งคู่กรณีอีกด้วย

นายวัลลภเผยว่า วันเกิดเหตุขี่ จยย.ออกจากบ้านย่านศูนย์ราชการ จะไปทำงานที่บริษัทในซอยสุขุมวิท 63 แต่เมื่อถึงสะพานข้ามถนนลาดพร้าว มีรถเก๋งฮอนด้าคู่กรณีอยู่เลนขวาขับแซง เป็นจังหวะเดียวที่ตนเปลี่ยนเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 แต่ระบบเกียร์ไม่เข้าล็อก รถไม่วิ่งมีแต่เสียงเร่งเครื่องเหมือนเบิ้ลเครื่องหาเรื่อง แต่ยืนยันไม่ได้เบิ้ลเครื่อง กระทั่งขี่ไปเรื่อยๆ จนรถเก๋งคันดังกล่าววิ่งมาชนท้าย ได้เบี่ยงเข้าข้างทางเพื่อรอคุยกับคู่กรณี เพราะยางหลังฉีกขาด แต่คู่กรณีไม่หยุด ได้ขี่ตามกระทั่งรถเก๋งจอด ตนได้ลงไปเปิดเคาะกระจกสอบถาม แต่คู่กรณีกลับลงจากรถใช้มีดแทงใส่ 1 ครั้ง ตนจึงชกต่อยไปที่ใบหน้าเพื่อให้หยุด ก่อนจะมีพลเมืองดีมาห้าม รีบพาตนส่ง รพ.ปิยะเวท หมอวินิจฉัยถูกแทงจนกระดูกซี่โครงซี่ที่ 5 หักทิ่มปอด

นายวัลลภเผยอีกว่า ตอนแรกไม่เห็นว่าเขาพกมีด กระทั่งโดนแทงทันทีที่เขาเปิดประตู ตนจึงเอามือผลักและเกิดการชกต่อยขึ้น ยอมรับว่าต่อยเขาจริง และเมื่อหายใจพบว่าเสื้อเปียก เมื่อเปิดดูจึงรู้ว่า ถูกแทง มีพลเมืองดีพาไปส่งที่ป้อมตำรวจ ก่อนแจ้งรถกู้ชีพให้มารับตัวไป ทั้งนี้ ครอบครัวต่างคิดว่าตนต้องไปหาเรื่องเขาก่อน แต่ภาพก็ปรากฏตามคลิป สุดท้ายต้องไปสู้คดีในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินจากคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขณะพักรักษาตัว คู่กรณีไม่ได้ติดต่อมา มีเพียงเพื่อนของคู่กรณีเท่านั้นที่ติดต่อถามอาการ ส่วนค่ารักษาพยาบาลตนเป็นคนออกเองทั้งหมด ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมาเวลา 13.30 น. ผศ.ชัยบูรณ์ กังสเจียรณ์ อายุ 57 ปี คู่กรณีรถบิ๊กไบค์ เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายโดยกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาตามถนนประดิษฐ์มนูธรรม ขึ้นสะพานข้ามถนนลาดพร้าว ตนขับอยู่ขวาสุด รถบิ๊กไบค์คู่กรณีเบิ้ลเครื่องใส่ขอทาง แล้วขี่มาข้างรถแล้วเบิ้ลเครื่องอีกรอบก่อนปาดหน้ารถตน ตอนนั้นรู้ว่ารถถูกบิ๊กไบค์เฉี่ยวชนทางซ้าย ตัดสินใจขับตามกระทั่งมีรถมาขวางหน้าบิ๊กไบค์จนต้องเบรก รถตนจึงไปชนล้อหลังบิ๊กไบค์ ทำให้คนขี่หันมาด่าแล้วขี่หายไปประมาณ 300 เมตร ต่อมาช่วงแยกเข้าถนนศรีวรา เจอคู่กรณีจอดอยู่ จึงจอดรถเช่นเดียวกัน จากนั้นคนขี่รถบิ๊กไบค์ได้ลงมาเปิดประตูรถตนแล้วพูดว่า “มึงชนกูทำไม” ก่อนต่อยเข้าที่ดั้งจมูก จังหวะนั้นรู้อยู่แล้วมีเรื่องแน่ ได้ถือมีดพับที่ยังไม่ได้ชักใบมีดออกมาพร้อมใช้มือขวาดันคู่กรณีถอยออกไป ดูเหมือนว่าตนแทงอีกฝ่าย แต่จริงๆยังไม่ได้แทง ก่อนเกิดการชกต่อยจนตนเซไปท้ายรถ จังหวะสุดท้ายได้ชักใบมีดออกแล้วย้ายไปถือที่มือซ้าย ด้วยอารมณ์โมโห พยายามแทงป้องกันตัว หากไม่ทำคงจะสาหัสกว่านี้ หลังเกิดเหตุก็ไม่ทำอะไร ยืนเฉยๆและไม่ได้ห้ามคู่กรณีไม่ให้ไปโรงพยาบาล แค่พยายามจะเปิดหมวกออกให้เห็นหน้า เพราะโมโหมาก

ขณะที่ พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วังทองหลาง เผยว่า คดีนี้จะดำเนินคดี 2 ฝ่าย ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนข้อหาที่ฝ่ายบิ๊กไบค์ประสงค์แจ้งความเพิ่มเติมฝ่ายรถเก๋งในข้อหาพยายามฆ่านั้น พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ขณะนี้เพิ่งสอบปากคำได้เพียง 2 ปาก คือคู่กรณีทั้งคู่อีกทั้งต้องรอเก็บภาพวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อมาประมวลว่าเข้าข่ายพยายามฆ่าจริงหรือไม่