วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘วัฒนา’ ท้าให้จับ ลุยชวนคนเชียร์ปู

ตร.2กองร้อยรับม็อบวันนี้ ‘จอม’แฉ‘โกตี๋’ถูกอุ้มที่ลาวตำรวจเตรียมกำลัง 2 กองร้อยคุมเข้มวันแถลงปิดคดีจำนำข้าว ป้องเหตุยั่วยุไม่เคารพกฎหมาย “วัฒนา” เฮี้ยวประกาศควง “ลูกสาว” ให้กำลังใจถ้าผิดท้าให้จับ ขู่แรงเอาคืนหลังเลือกตั้งใครทำกรรมกับประชาชนไว้ต้องรับผิดชอบ “ปู” บรรจงเขียนสคริปต์ด้วยตัวเอง “บิ๊กป๊อก” เตือนกองเชียร์อย่าเปลืองค่ารถมาให้เสียเวลา ผบ.ทบ.เมินไม่ทะเลาะ “บิ๊กตู่” ยันไม่สืบทอดอำนาจหลัง สปท.โบกมือลา “สมชัย” ร่อนจดหมายโวย สนช.หลายมาตรฐาน “จอม” โพสต์เฟซบุ๊กแฉ “โกตี๋” โดนอุ้มกลับไทยเชื่อยังมีชีวิตอยู่ “บิ๊กป้อม” โบ้ยพิสูจน์ยาก

ประเด็นร้อนกรณีที่กองเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินในคดีโครงการรับจำนำข้าว จะออกมารวมตัวให้กำลังใจ จนทำให้ฝ่ายรัฐบาลหวาดหวั่นจะเกิดความวุ่นวายและทำผิดกฎหมายกลายคดีความเพิ่มความขัดแย้งขึ้นอีก ล่าสุดนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศท้าถ้าชักชวนคนไปให้กำลังใจผิดกฎหมายให้เตรียมจับกุมได้เลย ขณะที่ตำรวจจัดกำลัง 2 กองร้อย รับมือมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีในวันที่ 1 ส.ค.

“บิ๊กตู่” ปัดชี้นำศาลตัดสินคดีจำนำข้าว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวตอนหนึ่งในการส่งมอบงานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ถึงคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสินคดีในวันที่ 25 ส.ค.ว่า วันหน้าเมื่อมีเลือกตั้ง อยากให้พรรคการเมืองทำนโยบายหาเสียงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินต่อเนื่องไม่ใช่เอากิจกรรมไปสร้างแรงจูงใจให้คนชอบ หาเสียงตั้งราคานี้ราคาโน้น “ผมยังไม่ได้ว่าผิดว่าถูก เดี๋ยวจะหาว่าผมไปว่าเขาผิดก่อนศาลตัดสิน แต่อยู่ที่ศาลผมไม่ได้ไปซ้ำเติมเป็นเรื่องเดิมทั้งสิ้น เป็นเรื่องขององค์กรอิสระ ผมเพียงอำนวยการให้เขาทำให้ได้ จะตัดสินอย่างไรเป็นเรื่องของศาล คนไทยชอบตัดสินเองทุกเรื่อง ดูข่าวทีวี เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ตัดสินไปหมด ปวดหัว ไปปลุกระดมข้างล่าง ใครพูดอะไร ผมมีหมด เจตนาบิดเบือนหรือไม่เข้าใจ ทำให้เกิดความขัดแย้ง”

วอนอย่ามาเชียร์ให้เปลืองค่ารถ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันแถลงปิดคดีโครงการรับจำนำข้าววันที่ 1 ส.ค.ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานการเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ ประชาชนจะรักหรือชอบใครแสดงออกได้ แต่อยากให้คำนึงถึงสิ่งสำคัญที่สุดของประเทศชาติคือความสงบเรียบร้อย หากสังคมเรียบร้อยจะได้ประโยชน์มากกว่า หากใครที่เข้าใจควรเอาประเทศเป็นที่ตั้ง และคำนึงถึงความสงบมาก่อนจะดีกว่า ทั้งนี้ การให้กำลังใจไม่จำเป็นต้องเดินทางก็ได้เพราะสิ้นเปลืองงบประมาณไปเปล่าๆ

กรมบังคับคดียันยึดเงินตามกฎหมาย

น.ส.รื่นฤดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวถึงการดำเนินการของกรมบังคับคดีในการถอนเงินจากบัญชีธนาคารบางส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตามขั้นตอนบังคับคดีเพื่อชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า คงไม่สามารถชี้แจงอะไรได้มากเพราะขั้นตอนของกรมบังคับคดีเป็นเพียงแค่ปลายทางรับเรื่องมาดำเนินการตามที่คณะกรรมการสืบทรัพย์กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลังเสนอเรื่องมา ขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุทั้งหมด ส่วนกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ระบุว่า ถูกอายัดบัญชีธนาคารส่วนตัว 8 บัญชี รวมทั้งบัญชีธนาคารของภริยาด้วยนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว

“ปู” เขียนสคริปต์ปิดคดีด้วยตัวเอง

วันเดียวกัน นายนรวิทญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯคดีจำนำข้าว ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการแถลงปิดคดีจำนำข้าวด้วยวาจาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 1 ส.ค.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้เตรียมการร่างคำแถลงปิดคดีด้วยวาจาด้วยตนเองทั้งหมด คาดว่าคงใช้เวลาแถลงไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยทีมทนายความเป็นเพียงผู้สนับสนุนข้อมูลด้านข้อกฎหมาย ขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์

“วัฒนา” ขึ้นศาลทหารขู่เอาคืน

เมื่อเวลา 09.00 น. นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมทนายความเดินทางไปยังศาลทหาร ที่นัดสอบคำให้การในคดีความผิดฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 39/2560 จากกรณีโพสต์ข้อความไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559 โดยนายวัฒนาให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าให้การกับศาลทหารว่า จะปฏิเสธคำสั่งฟ้อง มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมือง ล่าสุดที่จะแจ้งความกรณีโพสต์ให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยากฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ถ้าคิดจะใช้คนบางประเภทมาเป็นใหญ่ ตัวเองก็จะเอาตัวไม่รอด ขอให้ระวังเวลาบ้านเมืองปกติรักกันแน่นอน แต่หลังเลือกตั้งตนไม่ปล่อยไว้แน่ขอให้จำไว้ ที่ คสช.มองว่าเป็นการปลุกระดมตามมาตรา 116 คือการชักชวนคนไปทำความผิดกฎหมายแผ่นดินหรือล้มล้างรัฐบาล แต่กรณีชวนคนไปให้กำลังใจผิดตรงไหน

ย้อนรวมตัวไหว้ “ป๋าเปรม” ก็ต้องผิด

นายวัฒนากล่าวว่า หากกรณีของตนผิด ตอนสงกรานต์ปีใหม่ที่ไปรดน้ำไปไหว้ พล.อ.เปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ต้องจับให้หมดแต่นี่เรียกว่าเป็นการให้กำลังใจปฏิบัติตามประเพณี พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะได้ยกเว้นไว้ไม่ต้องไปขออนุญาต และในวันที่ 1 ส.ค.จะเดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณใครอยากจะออกหมายจับให้ไปจับที่ศาล ขอให้กล้าๆหน่อย ดำเนินคดีกับตนให้ทำเองไม่ใช่ไปใช้ลูกน้อง บางครั้งตนจะเอาคืน แต่เห็นมียศเป็นร้อยตรี ร้อยโทก็สงสาร ขออย่าหลบหลังเด็กเพราะมันไม่ใช่หลักการของคนเป็นผู้นำ ส่วนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล คสช.เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งนั้นตนไม่ยอมรับองค์กรที่เกิดจากการรัฐประหาร การปฏิรูปต้องการความมีส่วนร่วม รวมถึงการปรองดองไม่ใช่ไปคิดเองทำเอง

พาลูกสาวไปเชียร์ “ปู” ท้าให้จับ

นายวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจ สร้างหลักฐานเท็จโฆษณาชวนเชื่อว่าโครงการขาดทุนมหาศาล ทั้งที่เป็นนโยบายสาธารณะทางเศรษฐกิจ เอามาตรฐานทางบัญชีที่ใช้กับธุรกิจมาตรวจสอบโครงการของรัฐที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ตั้งมาตร ฐานตรวจสอบคุณภาพข้าวเองใส่ร้ายว่ามีข้าวเสื่อมคุณภาพ ทั้งที่การเก็บรักษามีผู้รับผิดชอบพอถูกจับได้ก็ไม่ยอมให้ตรวจสอบ ถึงขนาดเอาทหารมาคุกคามสื่อ แถมยังปากเสียอ้างว่าหวังผลทางคดีทั้งที่คนเรียกร้องให้ตรวจสอบคือเจ้าของโกดังที่เก็บรักษาข้าว ยิ่งไปกว่านั้นรัฐมนตรีมือชงยังใช้เฮลิคอปเตอร์ทหารบินไปประชุมลับกับเจ้าของโรงสีที่ผลิตข้าวให้คนกิน ที่เลวที่สุดคือการเอาข้าวดีไปขายเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพแล้วมาเรียกค่าเสียหายทางละเมิดจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ วันที่ 1 ส.ค. ตนและ “น้องเฟ” ลูกสาว จะไปให้กำลังใจใครอยากจะจับให้รีบมา ประชาชนที่อยากไปก็ไปได้ไม่ผิดกฎหมาย จำคำพูดของตนให้ดีว่า “คนที่ทำกรรมไว้กับประชาชนต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครปล่อยพวกคุณให้ลอยนวลอย่างแน่นอน”

ผบ.ทบ.เมินคำขู่ไม่ทะเลาะ

ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 1 ส.ค.ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะแถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า เรื่องนี้ใช้กฎหมายตามเกณฑ์ปกติเหมือนทุกครั้งในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลเรื่องการจัดระเบียบบริเวณศาลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการจราจร และดูแลเรื่องความปลอดภัย คงไม่มีการกำหนดพื้นที่พิเศษบริเวณด้านหน้าศาลเพราะเป็นการดูแลตามกรอบปกติ และทางศาลก็ไม่ได้ประสานขอให้ดูแลเพิ่มเติมอะไรเป็นพิเศษมายังตน เมื่อถามถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า หลังเลือกตั้งจะเอาคืนคนที่แจ้งจับข้อหาขัดคำสั่ง คสช. พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า “ก็ว่าไป แต่ละคนมีความคิดเห็นได้ ถ้าสื่อถามซ้ายถามขวาก็ทะเลาะกันอยู่แบบนี้”

ตำรวจจัด 2 กองร้อยรับมือม็อบ

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย และการอำนวยความสะดวกการจราจร กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะแถลงปิดคดีจำนำข้าวด้วยวาจาที่ศาลฎีกาแผนกคดี อาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ โดย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์เผยว่า ได้เรียกประชุมตำรวจใน บก.น. 2 ตำรวจสันติบาล

ตำรวจสืบสวนนครบาล ทหารกองร้อยรักษาความสงบ และตำรวจในพื้นที่หารือแผนการรักษาความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกการจราจร บริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เข้ามาสอบถามแผนการปฏิบัติของตำรวจนครบาล 2 ว่าเตรียมความพร้อมอย่างไร เบื้องต้นประเมินว่าจะมีมวลชนประมาณ 600 คน มาให้กำลังใจ ทั้งนี้ จะเตรียมชุดควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย และชุดกองร้อยน้ำหวาน 1 หมวด คอยอำนวยความสะดวก ส่วนเรื่องการข่าวในภาพรวมยังไม่มีอะไรน่ากังวล

เตือนให้เคารพกฎหมายอย่ายั่วยุ

รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในที่ประชุมจะนำข้อกังวลและห่วงใยของศาลมาปฏิบัติ เช่น การเพิ่มแผงรั้วกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้บริเวณกระจกเพราะอาจได้รับอันตราย การประสานขอรถสุขาจาก กทม. เตรียมรถพยาบาลกรณีฉุกเฉิน แผนการจัดการจราจรเบื้องต้น ยืนยันว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องสั่งปิดการจราจรในวันดังกล่าว ทั้งนี้อยากให้ประชาชนที่จะเดินทางมาในวันดังกล่าวเคารพกฎหมายไม่ยั่วยุหรือก่อความรุนแรงใดๆ ซึ่งเชื่อว่าคนไทยทุกคนอยากให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบสุขอยู่แล้ว โดยในวันที่ 17 ส.ค.จะมีการประชุมหารือโต๊ะข่าวร่วมกับทางทหารและหน่วยงานความมั่นคงอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์ข่าว ก่อนเตรียมวางแผนการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในวันพิพากษาคดีวันที่ 25 ส.ค.อีกครั้ง

ซัด พท.จับมือ 8 คลังข้าวสร้างดราม่า

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ติดตามคำแถลงของกรมการค้าต่างประเทศ พรรคเพื่อไทยและเจ้าของคลังข้าวกรณีกล่าวหารัฐบาลระบายข้าวดีเป็นข้าวเสื่อมสภาพความเป็นจริงต้องยอมรับว่า การทุจริตซุกข้าวเสื่อมของเจ้าของคลังร่วมกับเซอร์เวย์ และเจ้าหน้าที่รัฐสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช้วิธีล้อมกองนำข้าวดีล้อมด้านนอกข้าวเสื่อมหย่อนตรงกลาง และปิดด้วยข้าวดีด้านบนจึงไม่แปลกที่จะมีข้าวดีปะปนสามารถเจาะข้าวดีมาโชว์สื่อได้ พรรคเพื่อไทยจึงนำไปโยงความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าว กล่าวหาโยนบาปให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และเจ้าของคลังที่ทุจริตโจมตีว่าการตรวจสอบคุณภาพข้าวใช้ทหารตรวจไม่มีมาตรฐานนั้นไม่จริงเพราะใช้ผู้ตรวจราชการทุกกระทรวงนับ 100 ชุดได้รับการยอมรับจากนานาชาติตรวจสอบคลังข้าวมากถึง 1,770 คลัง ไม่ใช่แค่ 8 คลังที่เห็นรู้กับพรรคเพื่อไทยบิดเบือนสังคมเพื่อให้ไปแสดงดราม่ากับสังคมผ่านสื่อ ถ้ายุคนั้นไม่มีการทุจริตปล่อยปละละเลยคงไม่มีข้าวเสื่อมมาสร้างปัญหา วันนี้สิ่งที่สังคมต้องติดตามคือถ้ากรมการค้าต่างประเทศมีการทุจริตต้องถูกดำเนินคดีแต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามเกณฑ์การระบายข้าวควรยอมรับข้อเท็จจริงจะดีกว่า

รัฐสภาคุมเข้มพิธีมอบงาน สปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ช่วงเช้าวันที่ 31 ก.ค. มีพิธีส่งมอบงานการปฏิรูปประเทศของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.โดยมีบรรดาสมาชิกแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย คสช.-ครม.-สปท.-สนช.-กรธ.เข้าร่วมพิธี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด 100 เปอร์เซ็นต์ มีการตั้งกองอำนวยการร่วมทหาร ตำรวจ และตำรวจรัฐสภาดูแลความปลอดภัยบริเวณรอบรัฐสภา นำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดมาติดตั้งตั้งแต่ทางเข้าประตูด้านถนนอู่ทองใน ตรวจบัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรสื่อมวลชน และค้นสัมภาระอย่างละเอียด ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีบัตรผ่านเข้า-ออกอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งห้ามข้าราชการ เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนนำรถเข้าจอดทั้งภายในรัฐสภาและสวนสัตว์เขาดิน รวมทั้งสั่งปิดร้านค้าในรัฐสภา 1 วัน

“ทินพันธุ์” แจงปั้นผลงาน 188 เรื่อง

จากนั้นเวลา 09.00 น. มีพิธีถ่ายรูปหมู่ร่วมกันของบรรดาสมาชิก สปท.เพื่ออำลาตำแหน่งร่วมกับนายกรัฐมนตรี ภายในห้องประชุมรัฐสภา กระทั่งเวลา 10.00 น. มีการเปิดประชุม สปท.เพื่อส่งมอบงานการปฏิรูปประเทศต่อนายกรัฐมนตรี โดย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. กล่าวรายงานผลงานการปฏิรูปประเทศให้แม่น้ำ 5 สายฟังว่า สปท. ได้เสนอแนะการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆส่งให้รัฐบาล แล้ว 188 เรื่อง ผลงานที่เป็นรูปธรรมของ สปท.มี 27 เรื่อง โดยกำลังจะออกเป็น พ.ร.บ. 12 เรื่อง คำสั่ง คสช. 6 เรื่อง พระราชกฤษฎีกา 1 เรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 จำนวน 5 เรื่อง ทั้งนี้ ความสำเร็จในการดำเนินการของ สปท. เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของแม่น้ำ 5 สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทุ่มเทด้วยดีเสมอมาจนเกิดการขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อจากนั้น ร.อ.ทินพันธุ์ ได้ส่งมอบงานของ สปท.ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำเสนอ ครม.ไปพิจารณา

หัวหน้า คสช.ย้ำไม่สืบทอดอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแสดงความสำเร็จในการร่วมมือร่วมใจของทุกคน เพื่อคนไทยทั้งชาติในอนาคต ทุกคนทราบกันดีถึงการเข้ามาของตนที่ไม่อาจจะอ้างได้ว่าเป็นคนที่ดี คนเก่ง และอย่ามองว่าตนใช้อำนาจอย่างเดียวอะไรทำได้ก็ทำพัฒนาอย่างเท่าเทียม เร่งกำจัดจุดอ่อน สร้างความแข็งแกร่งในการบริหารราชการแผ่นดินผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปไม่ได้คิดเพื่อจะสืบทอดอำนาจหรือคุมใคร แต่เพื่อเป็นเข็มทิศนำบริหารราชการแผ่นดินมีเป้าหมายชัดเจนจะได้ไม่ตกหลุม ทำงานเป็นคู่แฝดกับการปฏิรูประเทศที่ชำรุดจากทุจริต วันนี้หนักใจมีหลายคนมาบอกอยากเอาคนนั้นคนนี้ออก ถามว่าแล้วจะเอาใครทำมาแล้วถูกตรวจสอบเลอะเทอะไปหมดต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ห้ามประกอบธุรกิจถูกใส่ร้ายป้ายสี ต้องเสียสละรับเงินแสนหนึ่งไม่มีรายได้อื่น ต้องเข้าใจปัญหามีเยอะไม่ได้อยู่ที่รัฐมนตรีไม่เช่นนั้นก็ปรับรัฐมนตรีทั้งหมด เปลี่ยนนายกฯ ด้วยเพราะตนต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ตนทำคนเดียว ไม่ใช่ชอบแต่ลุงตู่แต่ไม่ชอบรัฐมนตรีสักคน แล้วตนจะอยู่กับใคร ให้กำลังใจกันบ้าง ถ้ามีหลงหูหลงตาบ้าง ไม่ใช่รัฐมนตรีโลกลืมฟังเขาบ้าง

ครวญรู้ตัวผิดแค่วันเดียว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ขอฝากภารกิจนี้ไว้กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุดใหม่ สานต่อภารกิจที่เหลืออีกครึ่งให้สำเร็จ อยากให้ทุกคนให้กำลังใจ ขอให้ปรบมือให้กับ ครม.-สนช.-กรธ.-สปท. และปรบมือให้ตัวเอง ไม่มีการตำหนิซึ่งกันและกันเลิกแล้วต่อกัน มีหน้าที่ก็ทำกันต่อไป เพราะทุกคนคือผู้ที่เริ่มกับตน วันนี้เราต้องลดความขัดแย้งให้มากที่สุด และขอฝากให้ระวังการใช้สื่อโซเชียลมีเดียด้วย ก่อนจะเชื่อให้ใช้สติปัญญาคิดให้ดี หลายเรื่องตนโดนก็เยอะไม่เป็นไรสู้ได้เพราะคิดว่ายังไม่ได้ทำอะไรผิด ผิดอยู่วันเดียวคือวันที่ 22 พ.ค.57

อ้างเจ็บคองดจ้อสื่อ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 3/2560 โดยใช้เวลาประชุม 2 ชั่วโมง ภายหลังการประชุม นายกฯปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยบอกเพียงว่า “วันนี้เจ็บคอ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมเจ็บคอ นายกฯกล่าวสั้นๆว่า “ก็บอกว่าเจ็บคอ พูดมากตั้งแต่เช้าจะถามทำไมคนเจ็บคอ” ก่อนเดินเลี่ยงขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า

“สมชัย” โวย สนช.หลายมาตรฐาน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง แถลงถึงจดหมายเปิดผนึกถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีเนื้อหา 3 หน้ากระดาษเอ 4 มีข้อความว่า สนช.ลงมติเซ็ตซีโร่ กกต.เพื่อปฏิรูปการเมืองเรียกร้องให้ กกต.เสียสละ แต่ สนช.กลับลงมติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ต่อจนครบวาระโดยไม่สนใจว่าจะมีคุณสมบัติครบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ แม้ว่าองค์กรอิสระยังเหลือศาลรัฐธรรมนูญและป.ป.ช. หากผลการพิจารณาจะไปทางใดก็ไม่สามารถลบเลือนคำว่าหลายมาตรฐานได้ หวังว่าหลักการที่ถูกต้องไม่เลือกปฏิบัติจะไม่ถูกนำไปใช้ในองค์กรที่เหลือ สำหรับการแก้คืนในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต้องอาศัยกฎหมายดำเนินการโดยตนจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในอีก 2 สัปดาห์นี้

“มีชัย” ยื้อไม่รีบตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.ยังไม่ได้รับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำให้ กรธ.ยังไม่อาจตัดสินใจได้ว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมหรือไม่ ภายหลัง สนช.แก้ไขเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในบทเฉพาะกาล ส่วนที่ สนช.แก้ไขในบทเฉพาะกาลให้ผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันอยู่จนครบวาระจะเป็นบรรทัดฐานกับร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญอื่นหรือไม่นั้น นายมีชัยกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ต้องดูเหตุผลและเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ก่อน ส่วนการพิจารณาของ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายนั้นยังหารือในประเด็นที่มีความเห็นไม่ตรงกันเพื่อหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลมากที่สุดเพราะห่วงเรื่องข้อกฎหมายที่ไม่ตรงต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอาจทำให้การเลือกตั้งไม่ได้ตามเวลาทำให้เกิดการทุจริตเพราะไม่มีบทลงโทษป้องปรามผู้กระทำความผิด

“บิ๊กป้อม”ชง “วัลลภ” นั่งเลขาฯ สมช.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 1 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เตรียมเสนอที่ประชุม ครม.เห็นชอบโอนย้าย พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ จากผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ตามที่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ได้ให้ความเห็นชอบแทน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสมช. ที่จะเกษียณในเดือน ก.ย.นี้ ขณะที่นายสมเกียรติ์ ศรีประเสริฐ รองเลขาธิการ สมช. ที่พลาดจากตำแหน่งในครั้งนี้มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะพิจารณาเปิดตำแหน่งเทียบเท่าเหมือนกับที่เคยเปิดตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับนางกนกทิพย์ รัชตะนันทน์ อดีตรองเลขาธิการ สมช. เมื่อปี 2558

“ฉัตรชัย” เสนอชื่อปลัดเข้า ครม.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เสนอรายชื่อผู้ที่จะขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เพื่อแทนนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ที่ ครม.มีมติให้โอนย้ายไปช่วยราชการ ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังนำเสนอรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ประจำกระทรวงเกษตรฯไปพร้อมๆกันทั้งสิ้น 12 ราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่จะมานั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงคนใหม่ คือ นายชวลิต ชูขจร ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ถูกย้ายไปเมื่อครั้งรัฐบาล คสช.เข้ามาใหม่ๆ ในข้อหาทุตริตคดีลำไยอบแห้ง ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ แต่เมื่อผลการพิจารณาสรุปว่า นายชวลิตไม่ได้ทำผิดก็ให้กลับไปดำรงตำแหน่งปลัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีรายชื่อที่เป็นแคนดิเดตอีก 2 คน คือนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

มท.ขยับโผอีกกระทอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยจะเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการประเภทบริหารระดับสูงจำนวน 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผวจ.ยโสธร เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุวิทย์ คำดี ผวจ. กาฬสินธุ์ เป็น ผวจ.ฉะเชิงเทรา นายเกียรติศักดิ์ จันทรา วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

ประกาศใช้ ก.ม.ยุทธศาสตร์ชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน (31 ก.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พ.ร.บ.การจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ 26 ก.ค. พ.ศ.2560 โดยมีเนื้อหาว่า สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ตรา พ.ร.บ.การจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ โดยให้ พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป พร้อมเผยแพร่ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ 26 ก.ค. พ.ศ.2560 โดยมีเนื้อหาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ตรา พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

จับตา ก.ม.ปราบโกง 4 ชั่วโคตร

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 1 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอ ครม. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งมีเนื้อหากำหนดหลักเกณฑ์มาตรการป้องกันและปราบปรามให้เข้มงวดมากขึ้นอันเสี่ยงต่อที่ตนเองและบุคคลในครอบครัว ใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม แสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองหรือพวกพ้อง อันเป็นเหตุนำสู่การทุจริต เรียกรับสินบน เรียกรับของขวัญ ที่กำหนดใช้บังคับแก่คู่สมรสแล้ว ได้กำหนดความผิดของญาติ ที่กำหนดบทนิยามครอบคลุม 4 ลำดับชั้นญาติ ประกอบด้วย 1.บุพการี 2.ผู้สืบสันดาน คู่สมรสของบุตรเจ้าหน้าที่รัฐ 3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันหรือพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกันของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และ 4.บุตรบุญธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะมีความเกี่ยวข้องโดยนิตินัยหรือพฤตินัย ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 7 เท่านั้น บัญญัติในเรื่องการรับของขวัญ ของที่ระลึก เงิน ทรัพย์ หรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณราคาเป็นเงินได้

“จอม” เชื่อ “โกตี๋” ถูกลากตัวกลับไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายจอม เพชรประดับ ผู้สื่อข่าวอิสระ ที่ขอลี้ภัยในต่างประเทศได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี “โกตี๋” นายวุฒิพงศ์ กช–ธรรมคุณ ที่ถูกอุ้มหายจากประเทศเพื่อนบ้านอาจข้ามฝั่งเข้าไทย โดยระบุว่า ได้รับคำยืนยันจากคนที่ใกล้ชิด “โกตี๋” หรือสหายหมาน้อยว่า ได้ถูกกลุ่มชายชุดดำประมาณ 10 คน พร้อมอาวุธบุกเข้าจับตัวไป เมื่อเวลา 09.45 น. ของวันที่ 29 ก.ค. ขณะที่โกตี๋และเพื่อนอีก 2 คน กำลังจะลงจากรถเพื่อเข้าบ้าน โดยถูกคลุมหน้าเอาผ้ายัดปากมัดมือไพล่หลัง ก่อนแยกนายโกตี๋ไปขึ้นรถ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนถูกลากมาขังไว้ในบ้าน หลังจากเพื่อนโกตี๋ทั้ง 2 คน ดิ้นหลุดและได้เรียกเพื่อนบ้านมาช่วยก่อนไปแจ้งตำรวจ เพื่อนโกตี๋ได้เล่าว่า ชายชุดดำที่เข้ามาจับกุมนั้นพูดภาษาไทยโดยใช้ที่ช็อตไฟฟ้าที่ต้นคอ และซ้อมทำร้ายร่างกายก่อนขู่ไม่ให้พูดไม่ให้ร้อง ขณะที่ได้ยินเสียง “โกตี๋” พูดว่าโอ้ย หายใจไม่ออก จากนั้นเสียงโกตี๋หายเงียบไป อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่า “โกตี๋” อยู่ที่ไหนและยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่จากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดเชื่อว่า น่าจะยังมีชีวิตอยู่และน่าจะถูกนำตัวข้ามไปฝั่งไทย

“บิ๊กป้อม” ระบุโดนอุ้มพิสูจน์ยาก

ที่รัฐสภา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีอาญามาตรา 112 ถูกลักพาตัวที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า ยังไม่ทราบและยังไม่ได้รับรายงาน เรื่องแบบนี้มันพิสูจน์กันยาก ด้าน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตอบว่า ยังไม่เห็นข่าวนี้ ยังไม่ทราบรายละเอียด

“บิ๊กเจี๊ยบ” ยังไม่ได้รับข้อมูลจากลาว

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า ยังไม่มีรายละเอียด จากที่ได้พูดคุยกับ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด และ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช. ก็ทราบข่าวจากสื่อมวลชนเช่นกัน ทาง สปป.ลาวไม่ได้แจ้งรายละเอียดมาที่ตนและกองทัพ เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของกองทัพ ส่วนจะเป็นการปล่อยข่าวเพื่อสร้างกระแสเองหรือไม่ ตนไม่มีข้อมูลเพราะหากให้ข้อคิดเห็นไปจะเกิดผลกระทบเสียหายที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. กล่าวว่า กรณีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ทางด้านการข่าวยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ