วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งตั้งกองทุนหนุนสตาร์ทอัพ บ่มเพาะตั้งแต่ตัวอ่อนหวังธุรกิจแข็งแกร่ง

“สมคิด” สั่งตลาดหลักทรัพย์ ดึงเงินจากกองทุน ส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ตั้งกองทุน “แองเจิล ฟันด์” ร่วมกับภาคเอกชน และทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย เพื่อลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพตั้งแต่เป็นตัวอ่อน พร้อมสั่งดีอี–อุตสาหกรรม–คลัง เร่งเคลียร์ทุกอุปสรรคให้เสร็จภายใน ก.ย.นี้ ก่อนไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานยักษ์ START UP THAILAND

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง รวมถึงธนาคารรัฐ บริษัทจดทะเบียนสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) อาจารย์มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนที่ตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital : CVC) เพื่อลงทุนในธุรกิจเริ่มใหม่ (สตาร์ท อัพ) รวมทั้งผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์มาร่วมประชุมเรื่อง “การเข้าถึงเงินทุนของ VC โดย Startup” และรับฟังปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไขและให้นโยบาย เพื่อผลักดันส่งเสริมให้ธุรกิจสตาร์ทอัพในไทยเกิดขึ้นและเดินหน้าต่อได้

โดยนายสมคิดกล่าวว่า ไทยมีกองทุน CVC จำนวนมาก ทั้งกองทุนภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งของต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย มีมูลค่ากองทุนรวมกว่า 28,338 ล้านบาท แต่มีการลงทุนในสตาร์ตอัพเพียง 100 กว่าแห่ง ใช้เงินเล็กน้อยเท่านั้น เพราะไทยยังขาดสตาร์ทอัพ เพราะไทยไม่เคยมี ซึ่งจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาและผลักดันให้สตาร์ทอัพเกิดขึ้นตั้งแต่ในมหาวิทยาลัย รวมทั้งการสร้าง eco system หรือสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดสตาร์ทอัพ ซึ่งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม ดีอี และกระทรวงการคลังแก้ไขอุปสรรคให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ก่อนไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน START UP THAILAND ที่เชิญผู้ลงทุนและสตาร์ทอัพจากทั่วโลกมาร่วมงาน

รวมทั้งสร้างแรงจูงใจ โดยกระทรวงการคลังต้องดูเรื่องภาษีที่ส่งเสริมสตาร์ทอัพทุกด้าน รวมทั้งการดึงคนเก่งๆ สตาร์ทอัพเก่งๆ ให้เข้ามาดำเนินการในไทย โดยในเร็วๆนี้ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการให้สิทธิพิเศษ smart visa หรือให้วีซ่าการทำงานกับบุคคลเหล่านี้ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมต้องดูแลตั้งแต่ในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมและสร้างสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เงินจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย มาใช้สนับสนุนสตาร์ทอัพได้อีกด้วย โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้ตั้งกองทุนแมชชิ่ง ฟันด์ ซึ่งเป็นเงินในส่วนของรัฐบาล ไปลงทุนในสตาร์ทอัพร่วมกับ CVC เพื่อสร้างความมั่นใจ

“CVC มักจะเข้ามาตอนที่สตาร์ทอัพเริ่มยืนได้ และกำลังเติบโต แต่ช่วงเริ่มต้นที่ยังเป็นตัวอ่อน ยังไม่ได้รับการส่งเสริม หรือช่วยเหลือ ดังนั้น ทุกหน่วยงานรัฐต้องสนับสนุนตั้งแต่ตอนนี้ ผมต้องการให้ตลาดหลักทรัพย์นำเงินจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) มาตั้งกองทุนแองเจิลฟันด์ ร่วมกับภาคเอกชนที่ต้องการทำซีเอสอาร์ หรือความรับผิดชอบต่อสังคม เข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพในช่วงบ่มเพาะตัวอ่อน ให้เติบโตขึ้นมาก่อนส่งต่อให้ CVC แม้จะมีตัวอ่อนที่ต้องตายไปบ้าง ก็ต้องกล้าเสี่ยง ถือเป็นการใช้เงินของตลาดอย่างมีประโยชน์ที่สุด เป็นการสร้างอนาคตให้กับตลาดทุน แทนที่จะกอดเงินเอาไว้ เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินของโบรกเกอร์ แต่เป็นเงินที่ใช้เพื่อการพัฒนาตลาดทุน ส่วนเงินกองทุนจะเริ่มที่เท่าไร ให้ตลาดหลักทรัพย์ไปหารือกับภาคเอกชนกันก่อน”.