ข่าว
100 year

'ทัศพล'ดับเครื่องชนไทเกอร์แอร์ฯรับโลว์คอสต์แข่งดุ

ไทยรัฐออนไลน์8 ส.ค. 2553 19:21 น.
SHARE

นายทัศพล แบเลเว็ลด์

"ทัศพล" ดับเครื่องชน "ไทเกอร์ แอร์เวยส์" ชี้โลว์คอสต์แข่งดุรับเสือคำราม แย้มตลาดโลว์คอสต์ยังมีส่วนแบ่งเหลือบ้าง แต่ต้องขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหาร...

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกของประเทศไทย กล่าวยืนยันว่า แม้ว่าการบินไทย จะจับมือกับ "ไทเกอร์ แอร์เวยส์" จากสิงคโปร์ เพื่อจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสต์ "ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์" และตามแผนดำเนินงานจะเริ่มขายตั๋วโดยสารในเดือน ก.ย. 2553 นี้ และจะเปิดบินให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2554 ปีหน้านั้น เชื่อว่าตลาดโลว์โคสต์จะยังเติบโตได้อีก 4-5% จากนี้ และแต่ละสายการบินจะแข่งขันกันในเรื่องราคาต่ำสุดอย่างดุเดือด แน่นอน เพราะตลาดโลว์คอสต์ในประเทศ และต่างประเทศ ยังพอมีส่วนแบ่งการตลาดเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหารของแต่ละสายการบิน จะมีกลยุทธ์และมีความสามารถที่จะดึงส่วนแบ่งการตลาดให้อยู่กับตัวเองมากน้อยแค่ไหน ส่วนไทยแอร์เอเชีย ยืนยันว่าจะไม่ถอยหนี และไม่หายไปไหนแม้ว่าจะแข่งกันดุในเรื่องราคาถูกสุดเพื่อเอาใจตลาด แต่ก็จะทำแบบมีลิมิตและเป็นจังหวะเวลา

ทั้งนี้ เนื่องจากไทยแอร์เอเชียมั่นใจว่าจะยังครองส่วนแบ่งการตลาดโลว์คอสต์และยังคงเข้าไปแย่งแบ่งเค้กก้อนนี้ได้อยู่เนื่องจาก ไทยแอร์เอเชีย ปรับกลยุทธ์การตลาดสม่ำเสมอ รวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยปัจจุบันไทยแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศกว่า 27.5% ขณะที่การบินไทยมีส่วนแบ่ง 32 % นกแอร์ 16% บางกอกแอร์เวยส์ 15.8% วันทูโก 8.4% ส่วนตลาดในเอเชีย ก็จะเห็นว่าตลาดโลว์คอสต์เข้ามาครองส่วนแบ่งการตลาดไปกว่า 18.1% และในส่วนนี้เป็นของแอร์เอเซียกว่า 11.5% ซึ่งจากตัวเองต่างๆ ก็พอจะมั่นใจได้ว่าแม้ว่าจะมีโลว์คอสต์ทั้งเก่า และ ใหม่แข่งกันดุ“ไทยแอร์เอเซีย”จะยังคงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้อีกกว่าปีละ 20-30% แน่นอน

นายทัศพล กล่าวเสริมต่อว่า แต่ขณะนี้ได้เป็นที่กังขากันในวงการอุตสาหกรรมการบินว่าการที่ฝ่ายบริหาร การบินไทย ได้เลือก "ไทเกอร์แอร์เวยส์" ให้เข้ามาพันธมิตรเพื่อให้บริการ โลว์คอสต์ ในนาม "ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์" นั้น มีเหตุผลอะไรเพราะหากเป็นสายการบินอื่นๆ หรือ นกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ หลายๆ คนจะไม่ข้องใจเลย เพราะขณะนี้เป็นที่รู้กันว่า ไทเกอร์แอร์เวยส์ ทั้งในสิงคโปร์ และที่ออสเตรเลียประสบปัญหาขาดทุนการดำเนินงานอย่างหนัก และการที่ การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของคนไทยจับมือกับสายการบินต่างชาติให้ เข้ามาบินในเส้นทางบินในประเทศในเส้นทางบินหลักๆ และทำกำไรที่การบินไทยและ นกแอร์ บินอยู่ จึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า เส้นทางการเข้ามาร่วมทุนของ "ไทเกอร์แอร์เวยส์" กับ การบินไทย คล้ายกับกรณีการตั้งสายการบิน "ไทยแอร์เอเซีย" อย่างมาก เนื่องจากมีกลุ่มกองทุนเทมาเสก เป็นผู้ถือหุ้นพันธมิตรทั้งคู่แต่ในช่วงที่ ไทยแอร์เอเชียจัดตั้งสายการบินกลับถูกกระแสรักชาติต่อต้านอย่างหนักในเรื่อง นี้มองว่า เป็นเพราะ ไทยแอร์เอเชีย มาเร็ว และ เติบโตอย่างรวดเร็ว และก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากว่า 7-8 ปี ที่ไทยแอร์เอเชียก่อตั้งขึ้นมากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะฝ่าด่านตัวเอง สิ่งแวดล้อมปัจจัยภายนอกทั้ง ภัยธรรมชาติ ราคาน้ำมันที่ผันผวนรวมถึงปัญหาวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ก็ถือเป็นภูมิคุ้นกันอย่างดีที่จะทำให้ ไทยแอร์เอเซียกล้าที่ก้าวอย่างมั่นคง และสู้ต่อไปเพราะทุกวันนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไทยแอร์เอเซียได้รับการยอมรับมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่าปีละ20-30%

โดยในปี 2553 คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 6.2 ล้านคนซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการที่ 5.8ล้านคน อย่างไรก็ตามในปี53 คาดว่าจะมีรายได้จากการดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาทและมีกำไรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10%.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้