วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จิสด้า' เผยภาพดาวเทียมเรดาร์ 'ไทย' เสียหายจากน้ำท่วมรวมกว่า 3 ล้านไร่

'จิสด้า' เผยภาพดาวเทียมเรดาร์ พบไทยเสียหายจากอุทกภัยกินพื้นที่รวมกว่า 3 ล้านไร่ ฝนมากสุดที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร แต่ไม่มากจนทำลายสถิติเก่า ระบุเพราะพื้นที่ป่าน้อยลง ทำให้การกักเก็บน้ำมีปัญหา

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากภาพถ่ายดาวเทียมเรดาร์ที่เป็นความร่วมมือกันของหลายประเทศ พบว่า ขณะนี้สามารถประเมินความเสียหายในเบื้องต้นว่ า มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ถึง 3 ล้านไร่ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ตามลำดับ

ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ วันที่ 28 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา โดยจากการติดตามสถานการณ์จากภาพดาวเทียมรายวัน พบว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยมีแนวโน้มลดลงแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำฝนเริ่มลดลง และยังส่งผลดีต่อการเก็บบันทึกภาพเพื่อนำมาวิเคราะห์เนื่องจากท้องฟ้าเปิด ทำให้มองเห็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้ชัดเจนขึ้น

นายอานนท์ กล่าวว่า ติดตามข้อมูลในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุแยกเป็นประเภทความเสียหายได้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1–2 วัน ถึงจะสามารถประเมินตัวเลขความเสียหายโดยแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ เช่น พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่เศรษฐกิจ เส้นทางคมนาคมขนส่ง และพื้นที่ทำการเกษตร แต่คาดว่าจากปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ พื้นที่นาข้าวจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้จะเริ่มคลี่คลายในหลายๆ พื้นที่ แต่ยังมีความกังวลว่า พื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ ที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เศรษฐกิจจะยังได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำที่อาจทำได้ไม่รวดเร็วนัก จึงมีข้อเสนอแนะว่า ในพื้นที่จะต้องมีการบูรณาการนำเครื่องมือที่มีศักยภาพในการระบายน้ำ เช่น เครื่องสูบน้ำแรงดันสูงมาช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้ความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจลดลงได้

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้จิสด้าติดตามข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเรดาร์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวรายงานไปยังกระทรวงมหาดไทย และกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการข้อมูลไปสู่การแก้ปัญหาและบรรเทาทุกข์ อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์หามาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยทุกกลุ่มหลังน้ำลดต่อไปได้

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ชงที่ประชาชนตั้งคำถามโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ซึ่งหลายคนสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า เกิดมายังไม่เคยเห็นอุทกภัยใหญ่เท่านี้มาก่อน ตนขออธิบายว่าจากการติดตามปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยจากข้อมูลจากสำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าช่วงเวลาที่มีปริมาณน้ำฝนเกิดขึ้นมากที่สุด 250.8 มม. คือวันที่ 29 ก.ค. 60 บันทึกได้ที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร ซึ่งไม่ได้มากจนทำลายสถิติ แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าวมีพื้นที่ป่าลดลง ทำให้ศักยภาพในการรองรับน้ำลดลงไปด้วย

ขณะเดียวกัน พื้นที่ป่าเองส่วนใหญ่ก็ถูกพัฒนาเป็นพื้นที่เมืองตามกาลเวลา ส่งผลต่อการระบายน้ำในพื้นที่ จึงทำให้เห็นภาพความเสียหายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยคาดว่ารัฐบาลจะใช้เวลาในการวิเคราะห์เพื่อหามาตรการในการเยียวยาให้กับประชาชนในพื้นที่ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ในระหว่างนี้จะเป็นการเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อบรรเทาสถานการณ์ไปก่อน