วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำคงท่วม 12 จังหวัด สกลฯ-ร้อยเอ็ด อ่วม ลุ่มเจ้าพระยายังไม่น่าห่วง

อธิบดี ปภ.เผยน้ำท่วมคลี่คลายแล้ว 30 จังหวัด เผย "ตัวเมือง-สนามบินสกลฯ" น้ำลดลงแล้ว ระบุหากฝนไม่ตกเพิ่ม ไม่นานสถานการณ์ดีขึ้น ยัน รัฐบาลเตือนภัยเต็มที่แล้ว ชี้พื้นที่ "ลุ่มน้ำป่าสัก-เจ้าพระยา" ยังไม่มีอะไรน่าห่วง

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 60 ที่รัฐสภา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทยขณะนี้ว่า ภาพรวมมีพื้นที่น้ำท่วมใน 42 จังหวัด โดยสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 30 จังหวัด เหลือ 12 จังหวัด ที่ยังมีน้ำท่วมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ จ.สกลนคร และ จ.ร้อยเอ็ด ในส่วนของ จ.สกลนคร ขณะนี้ในตัวเมืองและพื้นผิวถนนน้ำลดลงแล้ว รวมถึงพื้นที่ในสนามบินที่น้ำแห้งแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบด้านความปลอดภัย คาดว่าอีกไม่นานจะกลับมาใช้การได้

ส่วนเส้นทางอื่นๆ ที่สะพานถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซม โดยนำสะพานเบลีย์ไปวาง เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกตัดขาดจากการเดินทางและการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีน้ำมากบริเวณ อ.หนองหาร เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำผ่านลำน้ำก่ำ จ.สกลนคร ผ่าน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นระยะทางกว่า 100 กม. ก่อนลงสู่แม่น้ำโขง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่ในพื้นที่ลุ่มต่ำคงต้องใช้ระยะเวลาในการสูบน้ำออก

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการแจ้งเตือนประชาชนอยู่ตลอด ปภ.ได้แจ้งเตือนก่อนวันที่ 23 ก.ค. ก่อนพายุจะเข้า และมีการแจ้งเตือนต่อเนื่องถึง 5 ครั้ง จนถึงวันที่ 27 ก.ค. ใน 3 เรื่อง คือ 1. เตือนเรื่องดินโคลนถล่ม 2. น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ 3. คลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน ถ้าจะถามว่าในเมื่อเตือนแล้วเหตุใดจึงเกิดปัญหา เราไม่ได้โทษธรรมชาติ แต่ที่ในพื้นที่ จ.สกลนคร มีฝนตกหนักบนยอดเขาภูพาน ส่งผลให้น้ำไหลหลากลงมาจากเขาจำนวนมาก ยืนยันว่ารัฐบาลได้เตือนภัยเต็มที่แล้ว ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เพราะเป็นพื้นที่ปลายทางของแม่น้ำชี ที่จะบรรจบกับแม่น้ำมูล ที่บริเวณ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พร้อมกันนี้ในส่วนของลุ่มน้ำป่าสัก ขอให้ประชาชนมั่นใจในสถานการณ์น้ำ หน่วยงานราชการได้พร่องน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไว้แล้ว จึงยังสามารถรับน้ำได้มาก ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการทำงานของรัฐบาลนั้น ยึดหลักการบริหารเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยพาประชาชนจากจุดเสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย ส่วนพื้นที่ใดที่คลี่คลายแล้วจะแก้ไขให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนเพื่อจะรีบซ่อมแซม โดยรัฐบาลมีเงินทดลองราชการแต่ละจังหวัดที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ อีกส่วนที่สำคัญคือการบริหารปัญหาระบายน้ำ โดยรัฐบาลสั่งการว่า หน้าแล้งจะมีน้ำไว้ใช้ได้อย่างไรบ้าง ส่วนนี้ก็ได้มีการผันน้ำไปยังลุ่มน้ำต่างๆ ที่ไม่มีความเสี่ยง

นอกจากนี้ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 12 จังหวัด แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ จ.สกลนคร จ.ร้อยเอ็ด จ.นครราชสีมา จ.กาฬสินธุ์ จ.ยโสธร จ.มุกดาหาร จ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี จ.หนองคาย ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ จ.พิจิตร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยในภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยระดับน้ำลดลงทุกพื้นที่ ทั้งนี้จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยยังมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีการกระจายของฝนลดลง