วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขี้ก้อนใหญ่

แฟ้มภาพ

ก็เมื่อผู้คนสมัยใหม่ชั่วไม่ช่างชี ดีไม่ช่างสงฆ์กันเสียแล้ว พระท่านก็ตามกระแส เรื่องตั้งสมภาร เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด พระสมัยเก่าเคยตั้งกันแล้วก็แล้วไป แต่พระสมัยใหม่...ท่านไม่ยอม

ฟังข่าวพระชะอำชวนกันต่อต้านเจ้าคณะอำเภอใหม่...สองวันต่อมาก็ได้ข่าวต้านเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

เรื่องก็วนๆเวียนๆอยู่ในวัดหลวงพ่อโสธร...นั่นแหละ ตั้งกันไปต้านกันไปหลายปี...คราวนี้องค์ที่เคยเป็นหัวขบวนต่อต้านกลับกลายเป็นฝ่ายถูกต้านบ้าง

ข้อสังเกตเด็กวัดเก่าอย่างผม ต้นเหตุเรื่องวุ่นๆเกือบทุกวัด ก็คือเรื่องเงิน เงินเยอะก็วุ่นเยอะ

ตอนเศรษฐกิจฟองสบู่แตก หลังปี 2540 นักข่าวแวะไปถามตามวัดดังๆ ผล...อัศจรรย์คนเข้าวัดโสธรเอาเงินทำบุญกับวัดโสธร บางเสาร์ บางอาทิตย์ วันเดียวถึง 3 ล้าน เงินเข้าวัดขนาดนั้น...พระท่านจะบริหารการเงิน...ยังไง

เป็นไปตามที่วิตก...ข่าวพระพิพาทฟ้องกันและกันก็ตามมา เรื่องเงิน ถ้ากับพระที่เห็นเภทภัย ท่านก็ไม่อยากยุ่ง...จนเกิดจุดเกรงใจ...ที่ผมพอจำได้ พระผู้ใหญ่ท่านให้เจ้าคุณรูปหนึ่งจากวัดสระเกศกรุงเทพฯไปช่วยรักษาการ

อิทธิฤทธิ์เงินวัดโสธร ลามปามไปวัดสระเกศกรุงเทพฯ มีอธิกรณ์กันถึงขั้นเจ้าคุณชั้นพรหมฆ่าตัวตาย

ถ้าพระสมัยใหม่ ยึดมั่นในพระวินัย “เงิน” เป็นวัตถุอนามาส ไม่น่าจับต้อง เรื่องร้ายๆก็คงไม่มี

นับแต่คดีสามเณรปลื้ม วัดวังตะวันตก นครศรีธรรมราชถูกฆ่า โยงมาเป็นคดีใหญ่ เงินทอน...หลายวัดทั่วประเทศ ความจริงนี้ชี้ว่า เงินวัดไว้ใจญาติโยมไม่ได้ ยังไงๆพระท่านก็ต้องจัดการของท่านเอง

และเมื่อจัดการเอง...แต่ละพระท่านก็ต้องมีบริวาร เรื่องเงินๆทองๆ ไม่เข้าใครออกใครไม่นานไม่ช้าก็มักมีเรื่องวิวาท ถึงขั้นฟ้องร้องกัน ทั้งทางคดีโลกคดีธรรม

ตัวการกระจายข่าวสำคัญ วันนี้ก็คิอสื่อมวลชน...ข่าวพระเป็นกระแสดึงเรตติ้งได้ดี ก็ต้องติดตาม แตกหน่อขยายกอ...ไส้พระมีกี่ขดก็ช่วยกันสาวออกมาแฉ

ผมอยากให้ “สื่อ” ถอยหลังมาตั้งสติคิดสักนิด...เอาความรู้สึกชาวพุทธเป็นตัวตั้ง มีหลายประเด็นที่ไม่ควรเป็นข่าว...บ้างหรือไม่

สมัยข่าวพระยันตระ...ถูกกล่าวหามีเมียมีลูก...สื่อสาวข่าวกัน ยืดยาว อาจารย์พระมหาระแบบ วัดบวร (มรณภาพแล้ว) ท่านบ่นว่า ข่าวพระมีเมียเหมือนขี้ ถ้าช่วยกันเก็บๆเอาไปทิ้งเสียไม่ช้าก็หายเหม็น

แต่นี่ไม่ใช่วิธีเก็บทิ้งแต่กลับฉีดน้ำใส่ ก้อนขี้ก็แตกกระจายกลิ่นนอกจากไม่หมดแต่ยังฟุ้งกระจายไปไกล

อาจารย์พระมหาระแบบ ท่านเป็นคนรุ่นเก่า เชื่อคติโบราณ ขี้ก้อนใหญ่ให้เด็กเห็น

มีโคลงสุภาษิต ว่า “คูถก้อนใหญ่อย่าให้ เด็กเห็น มันไม่ปิดปากเป็น เปิดแส้ ความลับสิ่งใดเหม็น เหมือนกลิ่นคูถนา ควรปกปิดมิดแม้ แพร่อื้ออึงอาย”

ส่วนสื่อเป็นคนรุ่นใหม่...เชื่อหลักความโปร่งใส...เมื่อเห็นก้อนขี้ ก็ต้องไปดูให้รู้ว่าขี้ ประชาชนจะตัดสินเอง เหม็นไม่เหม็น เหม็นน้อยเหม็นมาก จะชำระสะสางยังไง

สำหรับผม...“คูถ” หรือ “ขี้” ถ้าเป็นเรื่องพระก็เรื่องพระมีเมีย... โทษถึงขั้นขาดจากความเป็นพระ...ถ้าเจอต้องช่วยกันชำระให้สะอาด...ส่วนเรื่องยศ เรื่องตำแหน่ง ซึ่งก็เป็นหัวข้อชาวบ้านนินทา...นั้น เป็นเรื่องธรรมดาโลก

โบราณว่ายศช้าง ขุนนางพระ ช้างมียศเป็นพระยากินน้ำถาดทอง ก็ยังต้องถูกใช้ชนกำแพงเวลาทำศึก พระมียศเป็นเจ้าคุณชั้นไหนก็มีเมียไม่ได้ ยอมๆให้พระท่านสนุกกับยศกับตำแหน่งบ้าง...ถือสาอะไรกันนัก

เท่าที่ผมติดตาม เรื่องยศขุนนางพระซื้อขายกันชัดๆยังไม่มี

แต่เรื่องรูปไหนขยันวิ่งเข้าหา ทำงานเข้าตาพระผู้ใหญ่ โอกาสเป็นขุนนางพระมีมากกว่าพระที่นั่งหลับตา ก็เป็นเรื่องธรรมดา ทั้งศาสนจักร ทั้งอาณาจักร เป็นเช่นนี้เอง.

กิเลน ประลองเชิง