บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉันมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์?

ประโยคนี้เรามักจะได้ยินจากคำพูดของคนที่คิดว่าตัวเองสามารถพูดหรือบ่นหรือติติงอะไรก็ได้ที่ไม่น่าจะผิดกฎหมาย ซึ่งคนที่พูดแบบนี้ส่วนมากจะอยู่ในโลกโซเชียลที่คิดว่าสามารถวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการเมือง เรื่องของสังคม หรือแม้กระทั่งเรื่องของดารา และคนที่พูดบางคนก็ไม่ได้อยู่ในโลกโซเชียลแต่เป็นกลุ่มของสื่อมวลชนหรือนักข่าวบันเทิง ซึ่งพอมาย้อนดูในความเป็นจริงแล้วเราควรจะแยกแยะให้ถูกต้องและชัดเจน และควรทำความเข้าใจมากกว่าว่าการวิพากษ์วิจารณ์คืออะไร? ซึ่งพอไปดูพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ หรือแม้กระทั่งราชบัณฑิตยฯโมไบล์ พจนานุกรมฉบับ 4.0 ก็เขียนออกมาเหมือนกันว่า "วิพากษ์วิจารณ์" ก. วิจารณ์, ติชม เช่น คนดูหนังวิพากษ์วิจารณ์ว่า หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าทำให้คนดูเบื่อ (คือบอกมาแค่นี้จริงๆ) แต่ถ้าเป็นของพจนานุกรมแปล ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร วิพากษ์วิจารณ์ หมายถึง ก. พิจารณาและแสดงความคิดเห็นแตกต่างกันในกรณีหรือการกระทำอันหนึ่งอันใด

ตามที่บุ๋มเข้าใจการวิพากษ์วิจารณ์เราสามารถทำได้แต่ต้องไม่ไปทำให้ผู้อื่นเสียหายภายใต้กฎหมายของสิทธิ์แต่ละคนที่จะมีสิทธิ์อยู่ในสังคมโดยเท่าเทียมกัน ที่เราไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายหรือพูดจาว่าร้ายคนอื่นจนให้คนอื่นได้รับความเสียหาย ดังนั้นก่อนที่จะพูดอะไรออกไปหรือพิมพ์อะไรลงไปในโลกโซเชียลเราต้องคิดวิเคราะห์ให้ดีเสียก่อนว่า สิ่งที่เรากำลังจะแสดงความเห็นไปนั้นทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือไม่ อย่างคำว่า "แก่" บอกตามตรงว่าน้อยคนที่จะรับได้ ถ้าอายุเยอะแล้วโดนเรียกว่าคนแก่คนชรายังพอเข้าใจ แต่บางคนเขาก็รับไม่ได้ ดังนั้นมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ถ้าคำพูดของเราไปทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นเขามันก็ไม่ดี แล้วยิ่งถ้าเกิดเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่ส่งผลไปถึงหน้าที่การงานหรือสถานภาพความเป็นอยู่ของเขา เช่น ถ้าพูดคำว่าแก่แล้วมันทำให้เขาเสียโอกาสในการทำงานได้ มันก็คือคำพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งถ้าคนพูดบอกว่าก็ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ จะให้ฉันโกหกได้ยังไง? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาถามว่าจะพูดเพื่ออะไร? พูดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าแก่? หรือพูดเพื่อความสะใจของตัวเองที่ได้วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นในทางลบ? ในความรู้สึกส่วนตัวของบุ๋ม การพูดแบบนี้ไม่เป็นผลดีอะไรขึ้นมาเลยกับทั้งสองฝ่าย เพราะคำว่าแก่ มันก็เป็นไปตามธรรมชาติของวันเวลาอยู่แล้ว เพราะคนพูดเองก็ต้องแก่ไปตามกัน ดังนั้นจะพูดเพื่อ?

ส่วนการที่บอกว่าสื่อมวลชนมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ บุ๋มว่ามันไม่ใช่แค่สื่อมวลชนหรอก ใครก็มีสิทธิ์ ไม่เช่นนั้นจะดูว่าสื่อมวลชนมีอภิสิทธิ์ในการพูดอยู่ฝ่ายเดียว แต่ในกรณีนี้น่าจะหมายถึงเรื่องของการเมืองหรือสังคมด้วยการตีแผ่และนำเสนอความเป็นจริงเพื่อให้เกิดความถูกต้องและยุติธรรม หรือแม้กระทั่งการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวของดาราที่ทำตัวไม่เหมาะสม เช่นเป็นคนดังแต่กินเหล้าเมายา มีเรื่องทะเลาะวิวาท นั่นคือสิทธิ์ในการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนำเสนอและนำทางไปในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้เยาวชนที่ติดตามดาราหรือคนดังเหล่านั้น ได้ฉุกคิดและไม่เดินตามไปในทางเสียหาย อย่างในกรณีล่าสุดที่มีสื่อมวลชนคนหนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ดีเจคนหนึ่งจนเป็นดราม่าภาคต่อยาวร่วมสัปดาห์ ในฐานะที่เป็นดาราคนหนึ่งรวมทั้งเป็นพิธีกรรายการบันเทิง ที่ต้องมีการพูดเม้าท์ดารา ก็เคยมีการพูดคุยกับพิธีกรคนอื่นเหมือนกันว่า ขอบเขตของการวิพากษ์วิจารณ์มันอยู่แค่ไหน? ส่วนมากที่เราทราบก็จะต้องเป็นการเม้าท์เพื่อความบันเทิงแต่ไม่ใช่ไปทำลายล้างดาราคนนั้น หรือเม้าท์อะไรเกินเนื้อหาข่าว อย่างนางเอกสาวบางคนที่เลิกกับแฟนแล้วแต่ถ้ายังไม่มีการให้สัมภาษณ์จากปากของเธอเอง เราก็จะไม่พูดอะไรที่เกินข่าวต่อให้เบื้องหลังรู้ดีว่าห่างๆ กันมานานแล้วก็ตาม อ้อ! อันนี้ไม่ต้องไปหานะว่าใคร ฉันแค่สมมติ! คือแค่จะบอกว่าถ้ายังไม่รู้ความจริงจากปากของดาราคนนั้นจริงๆเราจะไม่สามารถพูดอะไรได้ แต่อย่างว่าคนเราชอบความลับของคนอื่นพอมีเรื่องที่เม้าท์นอกเหนือจากที่รู้ก็จะชอบฟัง แต่การที่สื่อคนนั้นบอกว่ามีสิทธิ์ในการวิพากษ์วิจารณ์เพราะตัวเองเป็นสื่อมวลชนถ้าพูดแบบนี้ก็เหมือนกับการเอาคำว่าสื่อมวลชนมาเป็นเกราะป้องกันตัวเองในการทำร้ายคนอื่นเพราะการกระทำคำพูดบอกเลยว่าไม่เหมาะสม! ถ้าไม่ฟังความรู้สึกของดาราคนอื่นที่รู้สึกไม่พอใจอย่างน้อยก็ฟังเสียงของประชาชนก็ยังดี แต่อยากจะบอกดีเจคนที่เป็นข่าวว่า ไม่ต้องโทรไปหาเพื่อฟังคำขอโทษอย่างที่เขาบอกหรอก เพราะเคยโดนมาแล้วและก็โทรไปอย่างที่เขาอ้างแล้วแต่ก็ไม่ได้ยินคำขอโทษแต่อย่างใด มีแต่คำพูดเข้าข้างตัวเองโดยที่เราก็อยากรู้ว่าการนำเสนอข่าวต้องรู้ความจริงจากทั้งสองฝ่ายแต่ก็รู้มาว่าเขาเป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายเลยไม่ฟังคำของเรา และไม่มีขอโทษแต่อย่างใด นี่คือการใช้คำว่าสื่อมวลชนกับพวกพ้องของตัวเองโดยไม่เสนอความจริงทั้งหมดกับประชาชน! มีสิทธิ์ใช่ไหมคะ?

บุ๋มว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว การที่ต้องแรงแล้วจะต้องดังมันอาจจะไม่ใช่ยุคนั้นอีกต่อไป คนที่เสพสื่อต้องการความจริงที่ถูกต้องและเหมาะสม กำลังอยู่ในยุคปัจจุบันแล้วค่ะ สังเกตได้จากการนำเสนอข่าวแม้กระทั่งของสื่อเอง ที่เคยลงข่าวตัวย่อของดาราใครก็ไม่รู้คนก็ยังถามเลยว่าจะลงเพื่อ? หรือแม้กระทั่งการพาดหัวข่าวที่ไม่ตรงเนื้อหาความเป็นจริงคนเองก็เข้ามาเมนต์ว่าไม่เหมาะสมและไม่สมควรที่จะเขียนแบบนั้นกับสื่อเช่นเดียวกัน ถึงยุคที่เราต้องพูดความจริงถอดหน้ากากแล้วเดินหากันอะไรที่ไม่ดี ติเพื่อก่อ คิดก่อนพูด และรับผิดชอบกับความผิดที่เกิดขึ้นคนในสังคมยังให้อภัยค่ะ แต่ถ้ายังเถียงหรือแถโดยไม่ฟังความเห็นของคนอื่นดูน่าจะอยู่ยากนะคะ

IG: boompanadda

บุ๋ม ปนัดดา