วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบ ‘ฝูงนาก’ ในพุทธมณฑล เผ่าพันธุ์สุดท้าย ที่ยังเหลือรอด! วอน ‘อนุรักษ์’ไว้

ผอ.พุทธมณฑลสั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าจับตา ความเป็นอยู่ “ฝูงนาก” ป้องกันการถูกรบกวน หลังพบเข้ามารวมกลุ่มอาศัยตามธรรมชาติในสวนป่าพุทธมณฑล ขณะที่ชาวบ้านยืนยันในอดีตพุทธมณฑลสภาพคล้ายป่าเคยมีนากอาศัย มั่นใจเป็นฝูงสุดท้ายที่ยังเหลือรอด ด้านผู้เชี่ยวชาญนาก กรมอุทยานฯคาดเป็นสายพันธุ์ “นากใหญ่ขนสั้น” ที่แทบไม่เหลือให้พบเห็นในเขตเมือง เผยการกลับมาของฝูงนากเป็นสิ่งที่ต้องจับตา เพราะเป็นดรรชนีชี้วัดความสมบูรณ์ธรรมชาติ วอนปันพื้นที่สวนป่าพุทธมณฑลส่วนหนึ่งให้เป็นบ้านหลังสุดท้ายของสัตว์หายากเพื่อขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของประชากรในกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่งผลให้พื้นที่การเกษตร ถูกแปรสภาพเป็นที่อยู่อาศัย กระทบเหล่าสรรพสัตว์พื้นถิ่นหลายสายพันธุ์มีอันสูญสิ้นไป โดยเฉพาะตัว “นาก” ที่ครั้งหนึ่งสามารถพบเห็นแหวกว่ายจับปลาในห้วยหนองคูคลอง ปัจจุบันนี้นาก ถูกขึ้นบัญชีสัตว์คุ้มครอง มีความเสี่ยงจะสูญพันธุ์ ทั้งผู้คนมีโอกาสพบได้ก็เพียงแค่ในป่าหรือในสวนสัตว์เท่านั้น

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีช่างภาพอิสระ เข้าไปบันทึกภาพตัวนากที่อาศัยตามธรรมชาติได้โดยบังเอิญ ในพื้นที่พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ถือเป็นการค้นพบนากฝูงแรกในเขตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ต่อมาทีมข่าวไทยรัฐ ลงพื้นที่ติดตามสำรวจการอยู่รอดและขยายเผ่าพันธุ์ของฝูงนากกลุ่มนี้ โดยใช้เวลาเฝ้าแกะรอยตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. พบว่า ในพุทธมณฑล มีเนื้อที่ถึง 2,500 ไร่ สภาพภูมิประเทศปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บางพื้นที่รกชัฏคล้ายป่า ทั้งมีนกหายากและสัตว์หลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ นอกจากนี้ รอบพุทธมณฑลยังล้อมไปด้วยน้ำ มีปลาที่เป็นอาหารหลักของนากอยู่ชุกชุม ทั้งมีเจ้าหน้าที่เฝ้าสอดส่องสังเกตไม่ให้ใครไปรังแกสัตว์ หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการรบกวนสภาพแวดล้อม

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามไปยังนายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผอ.สำนักงานพุทธมณฑล ถึงการพบฝูงนากในครั้งนี้ ก็ได้รับคำยืนยันว่า เคยพบเห็นนากครั้งหนึ่งในช่วงเดือน มิ.ย. บริเวณสวนป่าด้านหลังศูนย์บริการประชาชนฝั่งประตู 2 ใกล้กับอาคารพิพิธภัณฑ์ การมีนากอาศัยถือเป็นเรื่องดี เท่ากับพุทธมณฑลมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ประกอบกับสถานที่นี้เป็นเขตอภัยทาน เบื้องต้นสั่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันเฝ้าสอดส่องดูแลและติดตามเบาะแสความเป็นอยู่ของฝูงนาก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปใครไปรบกวนหรือจับตัวไป และเนื่องจากพุทธมณฑลมีเนื้อที่ถึง 2,500 ไร่ จึงกำลังศึกษาความเป็นไปได้ ที่จะกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เป็นเขตอนุรักษ์ให้สัตว์ชนิดต่างๆ ที่เข้ามาอยู่สามารถแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติโดยไม่มีใครรบกวน

ด้านนางอำไพ ภิรมย์ขวัญ วัย 48 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณถนนสาย ก. ใกล้วัดญาณเวศกวัน ฝั่งทิศใต้ของพุทธมณฑล กล่าวว่า อยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่เกิด จำความได้ว่าในอดีตพุทธมณฑลมีสภาพเป็นป่าและทุ่งนา สมัยเด็กๆ พ่อตนเคยจับตัวนากในพุทธมณฑลมาเลี้ยงแต่สุดท้ายหนีไป และหลังปรับพื้นที่ก่อสร้างเป็นพุทธมณฑล ก็ไม่มีใครเคยพบเห็นนากอีก เชื่อว่าน่าจะเป็นนากกลุ่มเดิมที่เหลือรอดมา จึงอยากให้พุทธมณฑลอนุรักษ์ไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ดู

ขณะเดียวกัน น.ส.บุษบง กาญจนสาขา ข้าราชการบำนาญ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อดีตสมาชิกองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น ที่ศึกษาเรื่องนากในประเทศ ไทย เปิดเผยว่าในไทยมีนาก 4 ชนิดพันธุ์ คือ นากใหญ่ธรรมดา นากใหญ่ขนเรียบ นากเล็กเล็บสั้น และนากจมูกขน ภาพนากที่ทางช่างภาพบันทึกได้ คาดว่าน่าจะเป็นนากใหญ่ขนเรียบ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีนิสัยชอบอยู่รวมเป็นฝูง กินปลาและสัตว์เล็กๆ ตามริมน้ำเป็นอาหาร สร้างรังบนบก จากเดิมเคยพบกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่การขยายตัวของประชากร ทำให้มีโอกาสน้อยที่จะพบนากพันธุ์นี้ในเขตเมือง ยังคงเหลืออยู่และเคยปรากฏตัวให้พบคือย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯฝั่งใต้

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนาก กล่าวว่า หากในพื้นที่นี้เคยมีนากมาก่อน ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นกลุ่มนากที่เหลือรอดอยู่ เพราะแม้จะหายไปหลายสิบปี ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสูญไปจากพื้นที่ แต่อาจหลบซ่อนตัวไม่ให้คนเห็นเพราะปกตินากสามารถหากินกลางคืนได้ด้วย เมื่อพบว่าพื้นที่ในพุทธมณฑลมีความปลอดภัย สภาพแวดล้อมดี ก็อาจเข้ามาอาศัย เป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าจับตา เพราะนากถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่เป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อม จึงอยากให้ทางพุทธมณฑลได้กันพื้นที่บางส่วนไว้ไม่ให้มีคนเข้าไปรบกวน เหมือนเป็นบ้านหลังสุดท้ายให้นากอาศัย เพื่อมีโอกาสขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป อนาคตในพุทธมณฑลอาจมีประชากรนากตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น ผู้ที่สนใจศึกษาวิจัยจะได้มาสำรวจที่นี่ ไม่ต้องเดินทางไปศึกษาในป่า