บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุติข้าวเน่า อธิบดีตัดตอน ไม่ตรวจซ้ำ

พท.สับไก่อูเฉไฉ โยงมั่วการเมือง

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศออกโรงแจงพิษข้าวเน่าทำฉาว ยัน นบข.รอบคอบอุดรอยรัวไว้ทุกขั้นตอน 8 คลังเจ้าปัญหาตกมาตรฐาน ปัดทิ้งข้อเสนอตรวจคุณภาพข้าวในสต๊อกซ้ำ “ไก่อู” สงสัยจุดพลุหวังผลทางคดี-ดึงแนวร่วม จับผิด 16 บัญชี “ยิ่งลักษณ์” มีทรัพย์สินหดหายไป “ยุทธพงศ์” ตอกโฆษก รบ.พูดเอาดี ใส่ตัว ท้าแน่จริงเปิดข้อมูลมาเลยโกดังไหนเอี่ยวการเมือง “สมคิด” ถล่มซ้ำหยุดเฉไฉกลบปมฉาวเงินทอน “อนุสรณ์” เหน็บพูดสวนทางนายกฯตลอดทำคนสับสน “ชัยเกษม” ซัดท่านผู้นำใช้อำนาจเบ็ดเสร็จจนเคยตัว “พงศ์เทพ” กระทุ้งทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม “องอาจ” โดดป้องรัฐไม่ได้กลั่นแกล้งอดีตนายกฯ อดีต ส.ส.หญิง ปชป.ดาหน้ากรี๊ดใส่ “ปู” เย้ยอย่ายกตัวไปเทียบชั้น “อองซาน ซูจี” “รังสิมา” ขู่ปลุกระดมสู้แรงมาแรงกลับ “วัชระ” จี้นายกฯสอบ รมต. บิน ฮ.ดอดพบเถ้าแก่โรงสีกำแพงเพชร

วันนัดชี้ชะตาคดีรับจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค. ยังคงเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ล่าสุดนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ออกมาชี้แจงถึงกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบกระบวนการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ ที่ทำให้ข้าวดีกลายเป็นข้าวเน่า ไม่สามารถทำได้ เพราะเลยกระบวนการนั้นมานานแล้ว

พณ.เต้นแจงพิษข้าวเน่าทำฉาว

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีเจ้าของโกดังเก็บข้าวในสต๊อกรัฐบาล 8 แห่ง เรียกร้องให้รัฐบาลระงับการระบายข้าวดังกล่าว เพราะเป็นข้าวคุณภาพดี แต่รัฐบาลกลับขายเป็นอาหารสัตว์ทำให้ได้ราคาต่ำ ว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ได้ตรวจนับปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือจากการรับจำนำของรัฐบาลชุดที่แล้ว จากการลงพื้นที่ของคณะทำงาน 100 ชุด ที่มีผู้ตรวจราชการจากทุกกระทรวงเป็นหัวหน้าชุด ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนด ผลการตรวจสอบออกมาเช่นใด ถือว่าเป็นคุณภาพของสินค้านั้นทั้งกอง และยึดถือผลนี้เป็นเกณฑ์ โดยมี ผู้แทนเจ้าของคลัง และบริษัทผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (บริษัทเซอร์เวย์) หรือผู้แทนร่วมรับทราบ และลงนามรับรองในเอกสารกำกับตัวอย่างข้าว และรายงานผลการปฏิบัติงานโดยตลอด ไม่มีข้อโต้แย้งในขณะปฏิบัติงานแต่อย่างใด

ยัน นบข.พิจารณารอบคอบแล้ว

นางดวงพรกล่าวอีกว่า ข้าวในคลังบางแห่งนำมาเปิดประมูลแล้วแต่ยังขายไม่หมด เหลือเก็บมาจนถึงปี 2560 คุณภาพข้าวเสื่อมลงจากปี 2557 มาก ดังนั้น ในช่วงต้นปี 60 คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จึงมีมติทบทวน และปรับแนวทางการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สภาพข้าว และสภาพคลัง โดยจัดกลุ่มข้าวเพื่อการระบายเป็น 3 กลุ่มตามคุณภาพข้าว เพื่อแยกช่องทางการตลาดให้ชัดเจน โดยขายแบบยกคลัง ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เป็นข้าวทั่วไปเพื่อการบริโภค กลุ่มที่ 2 เป็นข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคน และกลุ่มที่ 3 เป็นข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์

8 คลังเจ้าปัญหาตกมาตรฐาน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวต่อว่า สำหรับคลังทั้ง 8 แห่ง ที่เจ้าของเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการระบายข้าวนั้นมี 5 คลัง ที่จัดเป็นข้าวกลุ่มที่ 2 เพราะมีสัดส่วนข้าวผิดมาตรฐานมาก หรือมีข้าวเสื่อมปนอยู่เกินร้อยละ 20 และอีก 3 คลังจัดเป็นข้าวกลุ่มที่ 3 เพราะมีข้าวผิดมาตรฐาน หรือข้าวเสื่อมปนอยู่มากกว่าร้อยละ 80 และเป็นข้าวที่มีอายุการเก็บรักษาเกินกว่า 5 ปี โดย 5 คลังที่จัดอยู่ในกลุ่ม 2 ได้แก่ 1.คลังวรโชติ หลัง 2 จ.อ่างทอง 2.คลังถาวรโชคชัย หลัง 1 จ.สระบุรี 3.คลัง บจก. โรงสีไฟแสงไพฑูรย์ (2000) หลัง 2 จ.นนทบุรี 4.คลังกิจเจริญทรัพย์ จ.ลพบุรี หลัง 1/1 และ 5.คลังกิจเจริญทรัพย์ ลพบุรี หลัง 2 ส่วนอีก 3 คลังที่จัดอยู่ในกลุ่ม 3 ได้แก่ คลังกิจเจริญทรัพย์ หลัง 1 คลังกิจเจริญทรัพย์ หลัง 3 และคลังโรงสีไฟเจริญประภา หลัง 2 ทั้งหมดอยู่ จ.ลพบุรี

ปัดทิ้งไม่ตรวจคุณภาพข้าวซ้ำ

“ที่ผ่านมากรมมีหนังสือตอบชี้แจงข้อร้องเรียนเรื่องคุณภาพข้าว ให้เจ้าของคลัง โรงสี เซอร์เวย์ ที่รับผิดชอบคุณภาพข้าวทราบโดยตลอด อีกทั้งคลังดังกล่าวยังถูกองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฟ้องดำเนินคดีเรื่องข้าวไม่ได้คุณภาพ การระบายข้าวในคลังทั้ง 8 แห่ง ดำเนินการตามขั้นตอนตามมติ นบข.เสร็จสิ้นแล้ว เจ้าของคลังมีสิทธิโต้แย้งแสดงข้อเท็จจริงต่อสู้ตามกฎหมายได้ แต่ไม่มีสิทธิยับยั้งไม่ให้รัฐขายข้าว เพราะหากไม่ระบายออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณภาพข้าวใหม่นั้น ขณะนี้เลยขั้นตอนดังกล่าวมานานแล้ว เพราะตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 57 ผลการตรวจเป็นที่รับทราบต่อสาธารณชน และเป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอยู่ จึงไม่มีเหตุต้องดำเนินการใหม่ตามที่เรียกร้อง” นางดวงพรกล่าว

ย้ำ นบข.อุดรอยรั่วไว้ทุกขั้นตอน

นางดวงพรยังกล่าวอีกว่า นบข.ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลการระบายข้าวกลุ่มที่ 2 และ 3 เพื่อป้องกันการรั่วไหลเข้าสู่ระบบการค้าปกติมาตั้งแต่แรก โดยมอบหมาย อคส. และ อ.ต.ก. กำหนดมาตรการ ดำเนินการบริหารจัดการอย่างเคร่งครัด และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายข้าวในสต๊อก เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานด้วย การระบายข้าวในสต๊อกที่มีมากถึง 17.76 ล้านตัน และคุณภาพส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน นบข.จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบหลายมิติ ต้องพิจารณาช่องทางและเวลาที่เหมาะสม ไม่ให้กระทบต่อจิตวิทยาตลาด และราคาข้าวที่เกษตรกรจะได้รับจากการขายข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตใหม่ที่ออกสู่ตลาดต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งชื่อเสียงและคุณภาพข้าวไทย เพื่อให้สภาพการค้าข้าวไทยกลับมาสู่ภาวะปกติ เป็นไปตามกลไกตลาดโดยเร็ว

สงสัยทำไมจุดพลุเอาช่วงเวลานี้

“ดังนั้นเรื่องราคาข้าวที่ขายได้ ไม่ใช่เรื่องหลักในการตัดสินใจระบาย แต่ประเด็นสำคัญคือ ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ เนื่องจากราคารับจำนำของรัฐบาลก่อนสูงกว่าราคาตลาดมาก และมีภาระค่าใช้จ่ายดำเนินโครงการรับจำนำสูงมาก การขาดทุนจึงเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการรับจำนำแล้ว แต่มีข้อสังเกตว่าเหตุใดในช่วงเวลานี้ จึงหยิบยกเรื่องการระบายข้าว เรื่องคลัง และผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้สังคมเกิดความสับสน ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา กรมฯได้ชี้แจงให้ผู้ประกอบการและชี้แจงผ่านสื่อมวลชนให้สาธารณชนทราบอย่างโปร่งใสมาอย่างต่อเนื่อง” นางดวงพรกล่าว

“ไก่อู” จวกหวังผลคดี–ดึงแนวร่วม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น่าสังเกตว่าข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณภาพข้าว เกิดขึ้นในช่วงใกล้วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าวของอดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคพวก อาจตีความได้ว่าหวังให้เกิดผลทางคดี หรือเรียกร้องความเห็นใจจากสังคม แต่ปรากฏว่ามีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยออกมาคัดค้าน ที่ผ่านมา นบข.และกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงหลักการระบายข้าวแล้วหลายครั้ง แต่มีความพยายามของคนบางกลุ่มอ้างว่ามีการระบายข้าวดีปะปนไปด้วย ทำให้ราคา ข้าวตก โดยกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนมีส่วนต้องรับผิดชอบต่อการชดใช้ค่าเสียหายของข้าวในโกดังแทบทั้งสิ้น

จับผิด 16 บัญชีมีทรัพย์สินหดหาย

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า สำหรับการอายัดทรัพย์อดีตนายกฯ ที่มีการบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น อยากให้สังคมตรึกตรองข้อมูลให้ถ้วนถี่ ขอตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่มีมาตรการทางกฎหมายให้ชดใช้ความเสียหายแก่รัฐ อันเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ทรัพย์สินในบัญชีธนาคารของอดีตนายกฯ จะมีจำนวนเท่าใด เพราะจากข้อมูลที่ได้จากการสืบทรัพย์ พบว่าจำนวนทรัพย์สินในบัญชีธนาคาร 16 บัญชี มีน้อยกว่าทรัพย์สินเมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปีที่รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีถึง 612 ล้านบาท

คลังวรโชติออกแถลงการณ์โต้

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน น.ส.อิศราภรณ์ คงฉวี ตัวแทนคลังวรโชติ (หลัง 2) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ชี้แจงตอบโต้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศว่า ตามที่นางดวงพรระบุว่าการสุ่มตรวจคุณภาพข้าว มีผู้แทนเจ้าของคลังร่วมรับทราบและลงนามรับรองในเอกสารกำกับตัวอย่างข้าว และรายงานผลการปฏิบัติงาน ไม่มีข้อโต้แย้งในขณะปฏิบัติงานนั้น เป็นความจริง แต่เป็นการรับทราบตามตัวอย่างที่เก็บไปเท่านั้น ไม่หมายรวมถึงขั้นตอนการนำไปตรวจ และการรายงานผลการปฏิบัติงานโดยตลอดดังที่อ้าง จึงไม่มีการโต้แย้งในขณะสุ่มเก็บตัวอย่าง ตามที่ระบุว่าคลังวรโชติ หลัง 2 ได้นำข้าวออกมาประมูลแล้วแต่ไม่มีผู้ซื้อ จากการติดตามประกาศการระบายข้าวของรัฐจากเว็บไซต์ อคส. และเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศมาตลอด ไม่พบรายชื่อคลังวรโชติ (หลัง 2) ถูกประกาศประมูลเป็นการทั่วไป ไม่เคยมีบุคคลใดหรือหน่วยงานใดเข้ามาดูตัวอย่าง จนเดือน มี.ค.2560 มีรายชื่อประกาศจำหน่ายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนครั้งที่ 1/2560 แบบยกหลัง ลำดับที่ 184 จากทั้งหมด 278 ราย

ถ้าข้าวเน่าจริงไม่เห็นต้องปิด

น.ส.อิศราภรณ์ระบุอีกว่า การนำผลตรวจปี 2557 เป็นตัวตัดสินการขายข้าวในปี 2560 นั้น ไม่สามารถชี้วัดสภาพข้าวที่แท้จริงในแต่ละคลังได้ ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา ผลตรวจข้าวเกรด C เป็นข้าวที่เสื่อมคุณภาพ ที่ผิดมาตรฐานมาก ไม่คุ้มหรือไม่อาจปรับปรุงเพื่อการบริโภคได้ตั้งแต่ปี 2557 หากเป็นเช่นนั้นจริง สภาพทางกายภาพข้าวย่อมแย่ลง กว่าผลตรวจปี 2557 จึงไม่เห็นเหตุที่จะปฏิเสธการตรวจสอบและเปิดเผยต่อสาธารณชน ในขณะที่ยังมีข้าวคงเหลือให้ตรวจ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตนและโกดังทั้ง 8 ไม่เคยได้รับผลตรวจตามที่กรมการค้าต่างประเทศระบุ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษร หรือการประกาศผ่านสาธารณชนผ่านเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงหลักเกณฑ์การจัดเกรดข้าวและหลักเกณฑ์จัดประเภทข้าว เป็น 3 กลุ่ม ที่มีการปรับสัดส่วนของข้าวเกรด C เกิน 20% ให้ถือเป็นข้าวที่ต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนแบบยกหลังในต้นปี 2560 รวมถึงราคาขั้นต่ำและราคาที่ถูกประมูลได้ของแต่ละคลังแต่ละหลังด้วย

เตือนอาจโดน ม.157 ย้อนศรได้

น.ส.อิศราภรณ์ระบุว่า การขอระงับการระบายข้าว มิได้เป็นการขัดขวางรัฐเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตน และมิได้มีเจตนาให้รัฐต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพียงแต่ต้องการให้พิจารณาตรวจสอบใหม่ในส่วนคลังทั้ง 8 ราย หากข้าวเสื่อมสภาพไม่สามารถปรับปรุงให้คนบริโภคได้จริง ให้ดำเนินการตามเห็นสมควร หากข้าวยังคงอยู่ในสภาพดี ก็สมควรเปิดประมูลใหม่ทันที โดยรัฐไม่ต้องเสียค่าฝากเก็บเพิ่ม การนำข้าวดีขายเป็นอาหารสัตว์นั้น หากมองเรื่องราคาที่รัฐต้องสูญเสียส่วนต่าง เป็นสิ่งที่ตีมูลค่าและเห็นได้ชัดเจน การระบายข้าวเพื่อต้องการตัดปัญหา และลดปริมาณสต๊อกของรัฐที่กดทับตลาด เป็นหลักเศรษฐศาสตร์ที่ถูกต้อง เพียงแต่มองมุมกลับหากข้าวที่ไม่ได้เสื่อมสภาพเหล่านี้ถูกขายในราคาที่ต่ำเกินจริง จะทำให้ราคาสินค้าในตลาดตกต่ำลงไปด้วย เมื่อท่านได้รับข้อร้องเรียน หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจริง และยังสั่งให้ดำเนินการต่อตามขั้นตอน โดยไม่ระงับหรือตรวจสอบในขณะที่ข้าวยังมีให้ตรวจสอบนั้น ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ในหลักความยุติธรรม ไม่ว่าโจทก์หรือจำเลย ควรได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน มิใช่ปิดกั้นเพื่อใช้หลักฐานด้านเดียว เช่นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังที่ จ.สุโขทัย ของ ปปท. และการมีคำสั่งให้เร่งระบายโดยไม่ต้องตรวจสอบตามที่มีข้อเรียกร้อง ถือเป็นการลิดรอนสิทธิอย่างยิ่ง

“โจ้” ตอก “ไก่อู” อย่าพูดเอาดีใส่ตัว

ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการระบายข้าวพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ว่า การเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณภาพข้าวไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกับคดีจำนำข้าว แต่เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังถูกตั้งข้อสงสัยในความโปร่งใส แทนที่รัฐบาลจะเข้าไปตรวจสอบว่าข้อสงสัยเป็นจริงหรือไม่ แต่โฆษกรัฐบาลกลับพยายามโยงมาเป็นเรื่องการเมือง ทั้งที่ผ่านมาถ้ามีข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใส นายกฯจะใช้มาตรา 44 ดำเนินการทันที แต่กรณีนี้กลับนิ่งเฉย ไม่มีแม้แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องออกมาตรวจสอบ ขอถาม พล.ท.สรรเสริญว่า กรณีเจ้าของโกดังที่เดือดร้อน มีอะไรพิสูจน์ว่าพวกเขาเกี่ยวกับการเมือง ถ้ามีขอท้าให้แฉออกมาเลย อย่ามากล่าวหาลอยๆ เหมือนเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น เพราะเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ในยุคการเมือง ไทยแลนด์ 4.0 สาดโคลนใส่กันโดยปราศจากข้อมูล และข้อเท็จจริง

หยุดเฉไฉกลบปมฉาวเงินทอน

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี พล.ท.สรรเสริญตั้งข้อสังเกตว่าการเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณภาพข้าวที่ระบายออกไป เป็นการหวังให้เกิดผลทางคดี และเรียกร้องความเห็นใจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงใกล้ตัดสินคดีรับจำนำข้าวนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน สิ่งที่พรรคเพื่อไทยและโรงสีเรียกร้อง คือให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นำข้าวคุณภาพดีไปขายในราคาข้าวเสื่อมคุณภาพ แล้วนำข้าวเหล่านี้ไปเวียนขาย กินเงินทอนส่วนต่างที่ไม่รู้ไปตกอยู่ในกระเป๋าใคร ทำให้เจ้าของโกดังต้องรับผิดชอบความเสียหาย พล.ท.สรรเสริญอย่าเฉไฉ เราแค่เรียกร้องให้พิสูจน์ความจริง แต่ที่ใกล้กับช่วงที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินคดีจำนำข้าว เพราะปัญหามาเกิดขึ้นในช่วงนี้พอดี ไม่มีเบื้องหลัง หรือเจตนาแอบแฝง

อดีต ส.ส.ระดมพลให้กำลังใจ “ปู”

นายสมคิดยังกล่าวอีกว่า สำหรับวันแถลงปิดคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ มั่นใจว่าจะมีมวลชนไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์จำนวนมาก อย่างน้อย 2,000-3,000 คน ทุกคนไปด้วยใจจริงๆไม่มีการจัดตั้ง และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อยู่ในระเบียบตามที่กำหนด ไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ ฝ่ายความมั่นคงไม่ต้องตื่นตูม ควรปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ อย่าไปกดดันสกัดกั้น ยิ่งไปกดดันจะยิ่งมีคนไปมาก ข่าวที่ระบุว่าจะมีการก่อความวุ่นวาย สร้างความรุนแรง เป็นการใส่ไฟจากลูกหาบฝั่งที่ไม่ชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กองทัพไม่ควรไปฟังลูกหาบเหล่านี้ ส่วนการฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ส.ค.นั้น ยังไม่ทราบว่าจะมีมวลชนเท่าใด แต่เท่าที่คุยกัน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยรวมกันแล้วเป็นร้อยคน ตกลงกันแล้วว่าจะไปให้กำลังใจอดีตนายกฯ ในวันดังกล่าว ซึ่งอดีต ส.ส.แต่ละคนอย่างน้อยมีทีมงาน 3-4 คน ดังนั้น เฉพาะแค่ทีม ส.ส.ก็มีหลายร้อยคนแล้ว

ถล่มโฆษก รบ.พูดสวนทางนายกฯ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณภาพข้าวที่ระบายออกไป มิได้มีเจตนาทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล ขอให้ พล.ท.สรรเสริญระวังการแสดงความเห็นประเด็นการเมืองโดยไม่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่ควรมองเชิงลบ แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ยังยอมรับว่าอาจมีข้าวดีรั่วไหลปะปน พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ นบข.ตรวจสอบเร่งด่วน แต่ พล.ท.สรรเสริญมาแถลงสวนทางนายกฯ ทำให้ประชาชนสับสน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ให้ข่าวย้อนแย้งขัดกัน รัฐบาลควรจัดระเบียบการสื่อสารให้ดี ส่วนกรณีประชาชนจะมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันแถลงปิดคดี และวันฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าวนั้น ขอให้เชื่อมั่นว่าประชาชนมาด้วยความห่วงใย ไม่ได้ระดมกันมา ไม่มีการว่าจ้าง และไม่สร้างความรุนแรงแน่นอน

แนะ “ยิ่งลักษณ์” ใช้สิทธิ์อุทธรณ์

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า หลังวันตัดสินคดีรับจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ปัญหาคือวิธีการยื่นตามร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังไม่บังคับใช้จะทำอย่างไร ดังนั้น ตามความเห็นส่วนตัว ถ้าตนเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์จะยื่นเลยภายใน 30 วัน ยื่นตามสิทธิ์ไว้ก่อนเพื่อไม่ให้มาบอกในภายหลังได้ว่ายื่นเลยเวลา ส่วนศาลจะรับไว้หรือไม่ หรือให้รอกฎหมายลูกก็ว่าไป เป็นเรื่องทางศาลแล้ว ไปรอไม่ได้

ซัดใช้อำนาจเบ็ดเสร็จจนเคยตัว

นายชัยเกษมกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่กรมบังคับคดีดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปแล้ว ก่อนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกให้ระงับเอาไว้ก่อนนั้น นายกฯควรไปคุยกับนายวิษณุก่อน เพราะทำให้เห็นว่าไม่ได้เป็นไปตามกติกา พูดง่ายๆคือใช้อำนาจเบ็ดเสร็จจนเคยตัว อาจลืมไปว่าตัวเองก็อยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน สมัยก่อนคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เดี๋ยวนี้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิด พอมาเริ่มปรับใช้เป็นกระบวนการไต่สวน ไปหยิบของคนอื่นมา ไม่มีรายละเอียดวิธีการปฏิบัติควรทำแค่ไหน ไม่มีคนรู้จริงเท่าที่ควร ทำกระบวนการยุติธรรมเราเริ่มเดินเป๋น่าเป็นห่วง และท่ามกลางทัศนคติของคนในสังคมที่แบ่งฝ่าย การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไม่รู้ว่าจะฟื้นกลับมาถูกที่ถูกทางหรือไม่

เหน็บอย่าเป็นกระต่ายตื่นตูม

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาเตือนการชุมนุมหน้าศาลสุ่มเสี่ยงทำผิดกฎหมาย และมีโทษรุนแรงว่า การที่คนจะไปให้กำลังใจไม่ใช่เรื่องการไปชุมนุมทางการเมือง และถ้าคนจะไปฟังการพิจารณาคดีของศาลที่เป็นไปอย่างเปิดเผย ใครก็ไปฟังได้ การไปฟังการพิจารณาคดีในศาลผิดอะไร ที่ผ่านมายังไม่เห็นมีปัญหาอะไร คนที่ไปส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ใครอยากไปให้กำลังใจอยากไปฟังก็เป็นสิทธิ์ของเขา อย่าไปทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม ตนว่าจะเรียบร้อย แต่ถ้าไปออกกติกาไม่ค่อยมีเหตุผลขึ้นมา ยิ่งทำให้ร้าวฉานขึ้นมาอีก ไม่เห็นประโยชน์อะไรกับการใช้มาตรการตรงนั้น คนที่ไปไม่กี่คนอยู่แล้ว พันคนไม่ได้เยอะแยะอะไร

กระทุ้งมุ่งเช็กบิลนักการเมือง

นายคณิน บุญสุวรรณ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลทำให้อาชญากรทั่วไป ข้าราชการทุจริต นักธุรกิจที่ฉ้อโกงรัฐที่ตกเป็นจำเลย ได้รับความคุ้มครอง มิให้ศาลนำการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย นักการเมืองจึงเป็นบุคคลประเภทเดียวที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงจึงถือว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 27 วรรคสาม และยังเป็นการตรากฎหมายที่ขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะที่มากฎหมายมิได้มาจากการยกร่างโดยประชาชน หรือสภาที่มาจากการเลือกตั้ง

“องอาจ” โดดป้องรัฐกลั่นแกล้ง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อกำหนดวันตัดสินคดีจำนำข้าวที่แน่นอน ปรากฏว่ามีความพยายามสร้างความเข้าใจผิดบิดเบือนก่อให้เกิดความสับสนต่อสังคม หากติดตามมาตั้งแต่ต้นจะเห็นว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้งเร่งรัดคดี ดำเนินการตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม เปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงครบถ้วน คดีใช้เวลาหลายปี เมื่อมีคำพิพากษาออกมาแล้ว จำเลยยังมีสิทธิอุทธรณ์ได้ ไม่มีการกลั่นแกล้งอายัดทรัพย์สินและบัญชีเงินฝากของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดีทำงานตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนกฎหมาย เพราะอาจเกรงว่ามีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินและเงินในบัญชี ไม่ได้เป็นการชี้นำการตัดสินคดีรับจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค. และยังมีการบิดเบือนว่ารัฐอายัดทรัพย์สิน และบัญชีเงินฝากเพื่อเอาเงินไปใช้บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งไม่เป็นความจริง

“รังสิมา” ขู่ปลุกระดมสู้แรงต่อแรง

น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่อดีต ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทย นำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเทียบกับนางอองซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศเมียนมานั้น อย่าเอาไปเทียบมันคนละชั้น อีกคนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและไม่ได้โกง แต่อีกคนปล่อยปละละเลยให้เกิดการคอร์รัปชัน พรรคเพื่อไทยอย่ามาบิดเบือน อย่ามาบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ติดคุกแล้วกระแสจะตีกลับ จะใช้กฎหมู่เหนือกฎหมายไม่ได้ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ต้องจบที่กระบวนการยุติธรรม ทำผิดต้องติดคุก เวรกรรมมีจริง ตอนต่อไปไม่ใช่มีเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ “ถ้าแรงมา ทางนี้ก็แรงไปอยู่แล้ว ถ้าคนไม่ดีครองเมืองประเทศไทยจะอยู่ได้ อย่างไร ต้องเจอกันเลย มาขู่กฎหมู่เหนือกฎหมายเราก็ไม่ยอมเหมือนกัน อยู่ประเทศไทยต้องเคารพกติกา ประเทศไทย ถ้าคุณซื่อสัตย์จริงคุณหลุดคดีแน่”

“แม่เลี้ยงติ๊ก” เย้ยคนละชั้นกับ “ซูจี”

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต ส.ส.พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เทียบชั้นกันไม่ได้เลย อย่าไปให้ราคาตัวเองขนาดนั้น เทียบไม่ได้เลยกับคนที่อยากกอบโกย กับคนที่เสียสละทั้งวิถีชีวิตเพื่อมวลชน เคยย้อนดูตัวคุณเองไหม ว่าคุณเคยมีความทุกข์ไหม เคยคิดว่าประชาชนไม่มีเงิน ไม่มีข้าวจะกินไหม ออกนโยบายมาช่วยชาวนาจริงหรือเปล่า หรือช่วยใคร ถ้าเทียบกัน ชีวิตนางอองซานเกิดมาเพื่อให้คนพ้นทุกข์ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เกิดมาเพื่อเอาความทุกข์ความเดือนร้อนคนอื่นมาเป็นความสุขตนเอง ไม่อยากให้บิดเบือนปลุกระดม ทุกคนต้องรอคำตัดสินศาล

ขำกลิ้งยกไปเปรียบเทียบได้ไง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกตลกที่นำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเปรียบกับนางอองซาน ซูจี การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมครั้งนี้ เพราะทำนโยบายบกพร่อง บริหารประเทศเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ไม่ใช่ทำเพื่อประชาชนแล้วโดนคดี คนที่รัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแยกแยะ การทำตามนโยบายที่สัญญาไว้ตอนหาเสียงนั้น ไม่ผิด แต่ทำแล้วมีทุจริตเสียหายมหาศาลเป็นแสนล้าน ทั้งที่ทราบข้อมูลแล้วแต่ไม่ยอมยุติ จึงต้องรับผิดชอบ อยากให้คนที่เชียร์ลองหยุดคิด เข้าใจดีทุกคนเป็นห่วง สงสารอดีตนายกฯ แต่ต้องแยกความรู้สึก หลักการ และกระบวนการยุติธรรม ถ้าสังคมยึดเอาความรู้สึกเป็นหลัก ประเทศเดินหน้าไม่ได้

“วัชระ” ปูด รมต.ดอดพบเถ้าแก่โรงสี

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบมาว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาลใช้เฮลิคอปเตอร์แบบ MI-17 ของกองทัพบก บินไปยังโรงเรียนเกาะตาล อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร เพื่อไปตรวจสอบโรงสีข้าวบริษัทหนึ่ง เป็นบริษัทที่เข้าร่วมประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2560 จึงสงสัยว่ารัฐมนตรีคนดังกล่าวไปที่โรงสีแห่งนี้เพื่ออะไร เป็นภารกิจลับทางราชการหรือไม่ เพราะหลังประชุมกับเจ้าของโรงสีประมาณ 40 นาที ก็ออกมาบอกกับผู้ติดตามว่าไม่มีอะไรแล้ว และไม่มีการแถลงข่าว

จี้นายกฯถ้าไม่สอบจะแฉชื่อซ้ำ

นายวัชระกล่าวว่า จากการสอบถามประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ จึงรู้ว่าโรงสีดังกล่าวเป็นโรงสีผลิตข้าวให้คนกิน ไม่ใช่ให้สัตว์กิน จึงขอร้องเรียนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้ช่วยตรวจสอบว่าผลการตรวจสอบโรงสีข้าวดังกล่าวมีการรายงานเข้าสู่ที่ประชุม นบข.หรือไม่ หากไม่มีการดำเนินการใดๆภายในสัปดาห์หน้า จะออกมาเปิดเผยว่ารัฐมนตรีคนนี้เป็นใคร รวมถึงขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบไปยังโรงสีดังกล่าวว่ามีการประมูลข้าวเพื่อไปผลิตให้กับอาหารสัตว์จริงหรือไม่

พท.ตอกใส่สมุนรับใช้เผด็จการ

ขณะที่นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เข้าใจอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่จงเกลียดจงชัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะอย่างน้อยก็เป็นนายกฯจากการเลือกตั้ง ไม่เคยทำตัวเป็นสมุนรับใช้เผด็จการ หรือตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร แค่นี้คุณค่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็สูงกว่าคนที่ออกมาดูถูก ถ้าให้ความเป็นธรรมกันบ้างความเสียหายมิใช่เกิดจากการรับจำนำเพียงอย่างเดียว มันเกิดจากการใส่ร้ายป้ายสี มีการกีดกันไม่ให้สถาบันการเงินปล่อยกู้เพื่อนำเงินมาให้ชาวนา มีกระบวนการขัดขวางการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชัดเจน สิ่งที่อดีตนายกฯโดนกระทำโหดร้ายกว่าที่นางอองซาน ซูจีได้รับ หลายคดีที่วิญญูชนมองว่าไม่เป็นธรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยออกมาตีโพยตีพาย หัวใจแกร่งยิ่งกว่านางอองซาน ซูจีเสียอีก พวกที่อิจฉาใส่ร้ายและเห็นดีเห็นงามกับเผด็จการต่างหาก ที่ไม่สมควรมาเป็นผู้แทน พวกที่อาศัยทหารมาเป็นรัฐบาล หวังว่าครั้งนี้คงไม่ใช้บริการอีก

โหร คมช.นั่งทางในไม่ปรับ ครม.

ขณะที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรคมช. กล่าวว่า ที่หลายคนเป็นห่วงสถานการณ์การเมือง ที่ใกล้จะตัดสินคดีรับจำนำข้าวนั้น อย่างที่บอกผู้ใดกระทำผิด ต้องรับผิด กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์และตัดสินด้วยความยุติธรรม ไม่มีผลกระทบต่อบ้านเมือง ส่วนสถานการณ์ของ คสช.และรัฐบาล เรื่องปากท้องยังเป็นปัญหาสำคัญ แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามแก้ปัญหาทุกส่วน ดูตามศาสตร์แล้วเชื่อว่าสามารถแก้ผ่านพ้นไปได้ แบบเหน็ดเหนื่อย แต่ต้องให้เวลากัน เรียกว่าเป็นโจทย์ที่ยาก ส่วนการปรับ ครม. ขอให้เชื่อการตัดสินใจของนายกฯท่านรู้ในทีมงานของท่านเอง แต่ดูแล้วยังไม่ถึงเวลา คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง ยังไม่มีการปรับในช่วงนี้

สปท.เข็นปฏิรูป 200 เรื่องส่งผู้นำ

อีกเรื่อง นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า สปท.จะส่งมอบผลงานการปฏิรูปต่อนายกรัฐมนตรี วันที่ 31 ก.ค. จำนวน 200 เรื่อง ครอบคลุม 37 วาระปฏิรูปใน 11 ด้าน มีทั้งแผนปฏิรูป ข้อเสนอแนะ และกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิรูป ถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจที่ดำเนินการมา 1 ปี 9 เดือนของ สปท. ถือว่าเกิดมรรคผลคุ้มค่ากับการสูญเสียประชาธิปไตยจากการรัฐประหาร แต่ขอฝาก 3 ภารกิจสำคัญให้ช่วยดำเนินการต่อไป ได้แก่ 1.สานต่อและสนับสนุนการปฏิรูปให้เกิดความต่อเนื่อง 2.ช่วยกันสร้างความสามัคคีปรองดอง ยุติความแตกแยกขัดแย้ง แบ่งฝ่าย 3.ลดเลิกการทุจริต

โพลหนุน ก.ม.อาญานักการเมือง

วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 69.54 เห็นด้วยว่า ศาลควรมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย กรณีจำเลยไม่มาศาลหรือจับจำเลยไม่ได้ภายใน 3 เดือน เพราะถือว่าจำเลยมีเจตนาจะหลบหนีคดี และส่วนใหญ่เห็นว่าคดีทุจริตไม่ควรมีอายุความ เพื่อป้องกันจำเลยหลบหนี รวมถึงควรมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง เพราะคดีเก่าๆหลายคดียังไม่ได้รับการสะสางหรือยังค้างคา โดยส่วนใหญ่เห็นว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยลดการทุจริตและลดการเอื้อประโยชน์แก่ส่วนตนหรือพวกพ้องได้ในระดับหนึ่ง

เชียร์สุดลิ่มไม่มีใครดีเท่า “บิ๊กตู่”

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจความเห็น เรื่องคะแนนนิยมของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบว่าร้อยละ 78.4 เห็นว่าไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ต้องการคนที่มีความเป็นผู้นำ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงชาติบ้านเมือง ไม่เป็นตัวการก่อความขัดแย้งในหมู่ประชาชนกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ บริหารจัดการความขัดแย้งของคนในชาติได้ดี เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ไม่ทำงานเพื่อฐานเสียงเฉพาะพื้นที่

โพล ม.เกษตรฯยังเชื่อมั่น “บิ๊กฉัตร”

ขณะที่นายไพฑูรย์ เจตธำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญการตลาดภูมิภาคเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แถลงผลการสำรวจ “ความเชื่อมั่นของเกษตรกรต่อนโยบายและประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ใน 3 ประเด็น คือ 1.ความเชื่อมั่นต่อนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย แผนงานการเชื่อมโยงงานตามนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พบว่าส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 94.33 มีความเชื่อมั่นต่อแผนงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยเฉพาะนโยบาย 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน รองลงมาคือ แผนงานระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (แปลงใหญ่) และการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร 2.ความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพการทำงานตามนโยบายให้สำเร็จเป็นรูปธรรม พบว่าร้อยละ 74.71 เชื่อมั่น 3.ความเชื่อมั่นว่าการยืมตัวนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวง เป็นรูปธรรมมากขึ้น พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 62.24 ไม่เชื่อมั่น

สะพัด “โกตี๋” ถูกอุ้มหายในลาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มแนวร่วมคนเสื้อแดง ระบุว่า “ด่วน สหายหมาน้อยหรือโกตี๋ ถูกอุ้มไปฆ่าในเขตประเทศลาวเมื่อคืน (29 ก.ค.) ประมาณห้าทุ่ม มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณสิบคน มาอุ้มโกตี๋จากที่พัก ยังไม่ทราบชะตากรรม” แต่จากการตรวจสอบล่าสุดยังไม่มีความชัดเจนใดๆ โดยยังไม่มีหน่วยงานใดในฝ่ายความมั่นคงให้คำยืนยันได้