วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ออกหาข่าวนาล่ม ถูกน้ำซัด รองผอ.สพป.ดับ

อีสานเหนือวิกฤติหนัก ฟาร์มไก่หล่มเก่าสังเวย ท่วมตายยกเล้า8,000ตัว


วิกฤติน้ำท่วมสังเวยเพิ่มอีก 3 ศพ สกลนครยังอ่วมชาวบ้านติดเกาะเร่งอพยพ พร้อมส่ง ฮ.ลำเลียงแจกของ นครพนมน้ำจากสกลนครไหลทะลักเข้าท่วมเตรียมรับมือ กาฬสินธุ์ประกาศภัยพิบัติ 11 อำเภอ ส่วนเจ้าของฟาร์มไก่ จ.เพชรบูรณ์ เข่าทรุดแทบหมดตัวน้ำท่วมไก่ตายยกเล้า ด้าน ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วม 19 จังหวัด ระดมกำลังเฝ้าระวัง กรมอุตุฯแจ้งฝนยังตกหนัก ขณะที่นายกฯเตือนนักการเมืองอย่าฉวยโอกาสปั่นกระแส สั่งทุกหน่วยช่วยชาวบ้าน

สถานการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือและภาคอีสานยังวิกฤติ ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องผลพวงจาก พายุ “เซินกา” ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอพยพขนของหนีขึ้นที่สูงกันอย่างอลหม่าน จ.สกลนคร น้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 40 ปี เป็นวันที่ 3 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ประชาชนเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำ อาหารและยารักษาโรค เจ้าหน้าที่ระดมความช่วยเหลือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจน ประชาชนทั่วทั้งประเทศหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน สนามบินยังใช้การไม่ได้ งดบินไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ น้ำท่วมบ้านเรือนสูงกว่า 2 เมตร มีคนสังเวยชีวิตไปแล้ว 3 ศพ สูญหายอีก 1 คน ส่งผลให้รถยนต์ สถานที่ราชการ ไร่นา และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 แห่ง

ความคืบหน้าเมื่อเช้าวันที่ 30 ก.ค. พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 ระดมกำลังทหารพร้อมรถยีเอ็มซี เครื่องจักร เรือท้องแบน ลงพื้นที่กระจายกำลังให้ความช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมหลายอำเภอของ จ.สกลนคร จุดหนักที่สุดอยู่กลางเมืองสกลนคร เป็นย่านเศรษฐกิจ ตลาดการค้า ถือเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้าจากชนบทสู่เมือง ขณะที่นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร กล่าวว่า ตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและวอร์รูม ติดตามสถานการณ์แบบนาทีต่อนาที และตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์โรงยิม อบจ. ศูนย์โรงเรียนอนุบาลสกลนคร ศูนย์พักเด็กและครอบครัว ศูนย์วัดพระธาตุเชิงชุม และศูนย์ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ทางจังหวัดรับรายงานพื้นที่ความเสียหายเพิ่มเติมอีก 5 อำเภอ ประกอบด้วย สว่างแดนดิน โคกศรีสุพรรณ โพนนาแก้ว อากาศอำนวย และวานรนิวาส น้ำท่วมสูงและถนนขาดหลายสาย ขณะนี้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ประสบภัยให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ส่วนหมู่บ้านที่อยู่รอบหนองหารกว่า 50 หมู่บ้าน น้ำจากหนองหารกำลังหนุนสูงขึ้นชั่วโมงละ 1 ซม. สถานการณ์น่าเป็นห่วง หากน้ำยังคงเพิ่มขึ้น ประชาชนจะได้รับอันตราย เพราะระดับน้ำหนองหารล้นสปิลเวย์กว่า 1 เมตร ต้องนำสิ่งของขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกเพื่อลำเลียงสิ่งของไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยที่ อ.โพนนาแก้ว และ อ.โคกศรีสุพรรณ เนื่องจากเส้นทางบางสายถูกตัดขาด

อพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่

ที่ ต.เชียงสือ อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร จุดวิกฤติอยู่ที่หมู่บ้านริมน้ำก่ำ ระดับน้ำลึก 2 เมตร ประกอบด้วย บ้านท่าสาวคอย บ้านโนนกุง บ้านโนนประดู่ ส่วนที่ อ.กุสุมาลย์ ชาวบ้านติดเกาะออกจากพื้นที่ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์อพยพประชาชน จุดที่ 1 อยู่ที่ ร.ร.บ้านแก้งคำประชาสามัคคี ต.อุ่มจาน ช่วยชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่ 200 คน รวม 97 หลังคาเรือน จุดที่ 2 ร.ร.บ้านงิ้ว อพยพชาวบ้าน 30 คน แต่ยังมีชาวบ้านบางส่วนห่วงทรัพย์สินไม่อพยพ ยังคงพักอยู่ที่บ้านชั้น 2 ทีมแพทย์ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ พร้อมนำเครื่องอุปโภคและบริโภคไปแจกเพื่อประทังชีวิต

ผบ.ตร.ห่วงชาวสกลนคร

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และคณะ ลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วมที่ จ.สกลนคร มี พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ต้อนรับ พร้อมเข้ารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครสกลนคร และภาพรวมทั้ง 18 อำเภอประสบภัย แผนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน และมูลนิธิ จากนั้นตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ที่พักพิงชั่วคราวศาลากลางจังหวัด เพื่อให้กำลังใจ ให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัย พร้อมมอบถุงยังชีพกับผู้ประสบภัย

นครพนมอ่วมรับน้ำทะลัก

ที่ จ.นครพนม ฝนตกลงมาต่อเนื่องส่งผลให้มวลน้ำจากพื้นที่ จ.สกลนคร ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมไหลทะลักลงสู่แม่น้ำสาขาสายหลัก มีลำน้ำอูนไหลผ่าน อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.ท่าอุเทน ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงระบายได้ช้า ทำให้น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มใน ต.บ้านเสียว ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 200 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย 1,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ได้รับผลกระทบหนักน้ำท่วมขังชาวบ้านเดือดร้อน 500 หลังคาเรือน นาข้าวถูกน้ำท่วมขัง 5,000 ไร่ ส่วนพื้นที่บ้านปากบังและบ้านพิมานท่า ต.พิมาน อ.นาแก เป็นพื้นที่แอ่งกระทะชาวบ้านเดือดร้อน 200 หลังคาเรือน รวมมีพื้นที่นาข้าวเสียหายกว่า 10,000 ไร่

ขณะที่ทางจังหวัดนครพนมประสานงานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์อำนวยการดูแลให้ความช่วยเหลือตามพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมลงพื้นที่สำรวจแจ้งเตือนประชาชน ระดมกำลังช่วยชาวบ้านจัดเก็บสิ่งของขึ้นที่สูงป้องกันความเสียหาย และเตรียมพร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือ ช่วยเหลืออพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ หากมีปริมาณน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดจะส่งผลกระทบหนักมากขึ้น เนื่องจากยังมีฝนตกหนัก และมีมวลน้ำไหลมาจากพื้นที่ จ.สกลนคร มาสมทบอย่างต่อเนื่อง

จ่อท่วมสะพานสายหลัก

ภายหลังน้ำไหลทะลักพนังกั้นน้ำพังที่บ้านดอนหว่าน ต.หัวตะพาน อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ มวลน้ำไหลทะลักท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 30,000 ไร่ ล่าสุดน้ำไหลมาจ่อที่สะพานลำเซบก อ.ลืออำนาจ เป็นสะพานสายหลักรถสัญจรวิ่งผ่าน จ.อำนาจเจริญ- จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วห่างคอสะพานเพียงแค่ไม่ถึง 1 เมตร นาข้าวโดยรอบเสียหายเพิ่มอีก 1,000 ไร่ ขณะเดียวกัน ที่ ร.ร.ลืออำนาจวิทยาคม น้ำท่วมอาคารต้องปิดการเรียนการสอน ครูและนักเรียนช่วยกันขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ด้านนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.อำนาจเจริญ สั่งการทุกหน่วยเตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ส่วนที่บ้านดอกหว่าน ระดับน้ำยังท่วมสูงพระจำวัดอยู่ที่วัดบ้านดอกหว่านออกบิณฑบาตไม่ได้ ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำไปถวายอาหารที่วัด

ประกาศพื้นที่ประสบภัย 11 อำเภอ

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.กาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางไปตรวจสอบอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ เป็นจุดระบายน้ำจากลำห้วยสีทนผ่านที่ลุ่มในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พบว่าปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 4,970,000 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปริมาณเก็บกักสูงสุดอยู่ที่ 3,350,000 ลูกบาศก์เมตร เกินปริมาณเก็บกักสูงสุดไปแล้ว 1,620,000 ลูกบาศก์เมตร หรือสูงกว่าระดับผิวน้ำเก็บกักสูงสุด 70 ซม. ผวจ.กาฬสินธุ์กล่าวว่า กำชับผู้รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 15 อำเภอ ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย 11 อำเภอ อยู่ในระหว่างดำเนินการ 4 อำเภอที่รุนแรงคือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.นาคู อ.ห้วยผึ้ง อ.เขาวง และ อ.กุฉินารายณ์ สั่งการให้ผู้อำนวยการประสานสั่งการให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขทุกจุดแล้ว ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมี 84 ตำบล 747 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,717 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 139,058 ไร่

นาข้าวเสียหาย 8,000 ไร่

ส่วนสถานการณ์น้ำในลำน้ำชี นายธงชัย สอนเสนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า พื้นที่ ต.ลำชี ติดกับแม่น้ำชีเป็นแนวยาว น้ำท่วมนาข้าวไม่สามารถระบายลงแม่น้ำชีได้ เสียหายกว่า 8,000 ไร่ ด้านนายคารมย์ คำพิทูรย์ นายอำเภอฆ้องชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานีบ้านบุ่งคล้า ต.ลำชี เร่งเดินเครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง หากช่วงนี้ไม่มีฝนตกลงมาอีกจะช่วยระบายน้ำจากนาข้าวได้ทัน ขณะที่เส้นทางถนนลูกรังสายบ้านท่าแห่ ต.ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย ไป ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม แม่น้ำชีทะลักเข้าท่วมถนนถูกตัดขาดระยะทาง 2 กิโลเมตร ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร

ท่วมเรือนจำกาฬสินธุ์

ที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ นายพชรวิเชียร สมจิตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ตรวจสอบสถานการณ์น้ำโดยรอบบริเวณเรือนจำติดกับแก่งดอนกลาง เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งรับน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยสีทนจนทำให้มีปริมาณเกินกักเก็บไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนต่างๆเป็นบริเวณกว้าง นายพชรวิเชียรกล่าวว่า เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกน้ำจากหลายทิศทางไหลบ่าเข้ามาตั้งแต่กลางดึกวันที่ 28 ก.ค. มีฝนตกหนักพื้นที่โดยรอบเรือนจำที่ติดกับแก่งดอนกลางเดิมเป็นแหล่งรองรับน้ำที่ไหลบ่าเข้ามา แต่ในครั้งนี้ทางเรือนจำไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง พื้นที่เขตหวงห้ามไว้ขังนักโทษวางกระสอบทรายปิดกั้น โดยรอบถึง 1,000 ลูก กำหนดให้พื้นที่รอบเรือนจำด้านนอกเป็นบ้านพักข้าราชการกว่า 40 หลังคาเรือน เสียสละเป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่หวงห้ามด้านใน

ฝายแตกน้ำซัดถนนขาด

ด้านนายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่บ้านวังมน หมู่ 5 ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย หลังฝายกั้นน้ำ 2 แห่งแตก น้ำไหลทะลักลงห้วยน้ำฮวยเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซัดคอสะพานพังเสียหาย ถนนเข้าบ้านวังมนไปยังบ้านตาดเสริมระยะทาง 7 กิโลเมตรถูกตัดขาด เสาไฟล้ม 4 ต้น นายสุชาติเผยว่า สั่งการให้หลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือชาวบ้านพร้อมจัดอาหาร และน้ำดื่มอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ที่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่กรมชลประทานติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เร่งสูบน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนชาวบ้านลงสู่แม่น้ำโขง ประกอบกับการระบายน้ำออกจากห้วยชะโนด อ.ดงหลวง ชาวบ้านเดือดร้อน 300 หลังคาเรือน และนาข้าวเสียหาย 4,000 ไร่ ด้านนายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผวจ.มุกดาหาร พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และภาคเอกชน ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ว

เตือนริมโขงน้ำท่วมฉับพลัน

พ.ต.ท.ฟุ้ง ชัยนนท์นอก รอง ผกก.11 บก.รน. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำหนองคาย นำเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนแจ้งเตือนประชาชนบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้ระมัดระวังน้ำโขงล้นตลิ่งเข้าท่วมและขอให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นอกจากนี้ ขอความร่วมมือให้เรือขนสินค้าและเรือโดยสารที่ด่านท่าเรือหายโศก ให้บรรทุกสิ่งของและผู้โดยสารน้อยลง และใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก มีขอนไม้ขนาดใหญ่ไหลมาตามน้ำเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เรือได้รับความเสียหายหรือเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม

อ.พุทไธสงหนักในรอบ 20 ปี

นายนิมิตร ปัทมเจริญ นายอำเภอพุทไธสง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.พุทไธสง ขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมวลน้ำจากลำพังชู จ.มหาสารคาม ที่ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่การเกษตร และถนนหลายสายในเขตพื้นที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เป็นวงกว้างเริ่มทรงตัวและระดับน้ำลดลงเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะที่บ้านมะเฟือง หมู่ 1 และบ้านศีรษะแรด หมู่ 10 ต.พุทไธสง เขตเทศบาลพุทไธสง หลังถูกน้ำหลากเข้าท่วมอย่างรวดเร็วชาวบ้านอพยพข้าวของหนีน้ำกันอย่างโกลาหลระดับน้ำสูง 1 เมตร ฝนตกหนักในรอบ 20 ปี ส่วนที่เขตเทศบาลตำบลแคนดง อ.แคนดง ระดับน้ำสูง 40-50 ซม. ประชาชนเดือดร้อน 1,000 หลังคาเรือน พืชผลทางการเกษตรเสียหาย 20 ไร่

โคราชจมบาดาลชาวบ้านติดเกาะ

ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.นครราชสีมา 9 อำเภอ และน้ำไหลเข้าสู่ อ.เมืองยาง ส่วน อ.แก้งสนามนาง อ.บัวลาย อ.บ้านเหลื่อม และ อ.บัวใหญ่ ระดับน้ำเริ่มลดมวลน้ำไหลไปยัง อ.โนนแดง และ อ.ประทาย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จากนั้นมวลน้ำจะไหลไปท่วม อ.เมืองยางอย่างน้อย 4-5 วัน ก่อนไหลลงลำน้ำมูล ขณะที่ อ.เทพารักษ์ น้ำห้วยน้ำเค็มยังไหลแรงเชี่ยวกรากอยู่อย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำสูง 2 เมตรชาวบ้านในหมู่บ้านไทยสามัคคี 33 ครัวเรือน รวม 100 คน ติดเกาะออกไปไหนไม่ได้ เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำเรือท้องแบนอพยพชาวบ้านไปพักที่โรงเรียนบ้านสะพานหิน ประเมินสถานการณ์คาดว่า 1-2 วัน น้ำจะลดลงเป็นปกติ

ขนหญ้าช่วยปศุสัตว์สกลนคร

ที่หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี นายธเนศ ถวิลหวัง ปศุสัตว์ จ.อุดรธานี ร่วมส่งขบวนรถหญ้าแห้ง “แฟงโกล่า” ของศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อุดรธานีน้ำหนัก 7 ตัน เดินทางไปให้ความช่วยเหลือปศุสัตว์ที่ จ.สกลนคร ด้านนายชยาวุธเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ระดับน้ำลดลง ถนนสายหลักสามารถสัญจรไปมาได้แล้ว มีเพียงถนนขนพืชผลทางการเกษตรมีปัญหาเป็นบางส่วน ทำให้ในส่วนที่เตรียมหญ้าแห้งช่วยเหลือสัตว์ไม่ได้นำมาใช้ ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ จ.สกลนคร นำหญ้าแห้งไปช่วยปศุสัตว์ ขณะเดียวกัน นพ.ธรรมนูญ วิสิฐธนวรรธ ผอ.โรงพยาบาลอุดรธานี ร่วมกับทหารกรมทหารราบที่ 13 นำคณะพร้อมกับขนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร และน้ำดื่มไปให้ความช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สกลนคร ขณะที่ “ก้อง ห้วยไร่” นักร้องเพลงฮิต “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” นำน้ำดื่ม 12,600 ขวด บะหมี่สำเร็จรูป 7,560 กล่อง บริจาคผ่านมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม นำไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสกลนครซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักร้องคนดัง

ส่วนที่เกาะคำชะโนด บ้านโนนเมือง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี น้ำท่วมสูงประมาณ 2 เมตร พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบริเวณรอบเกาะต่างขนย้ายของกันอย่างอลหม่าน บริเวณศาลปู่คำชะโนดและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์น้ำท่วมสูง 1.30 เมตรด้านนายวีระวัฒน์ วงษ์ศรีรักษา นายอำเภอบ้านดุง เปิดเผยว่า สั่งให้ปิดเกาะคำชะโนด 2 วัน แต่หากน้ำยังไม่ลดก็ต้องสั่งปิดคำชะโนดต่อไปอีก

สังเวยน้ำท่วมลอยคอ 2 ศพ

ขณะที่ ร.ต.อ.อาทิตย์ คำหาญพล รอง สว. (สอบสวน) สภ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุชาวบ้านพบศพที่ลำห้วยใหญ่ บ้านไพจาน อ.กู่แก้ว ไปตรวจสอบพบศพนายคมสัน บุญอาจ อายุ 59 ปี รอง ผอ.สพป.อุดรธานี 3 สภาพอืดเสียชีวิตมาประมาณ 3 วัน สอบสวนนายคมวัชร บุญอาจ อายุ 17 ปี ลูกชายผู้ตายทราบว่า พ่อขี่รถ จยย.ออกไปนาข้าวมีน้ำท่วมสูงมาก เพื่อไปรายงานความเสียหายของนาข้าวให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ คาดถูกน้ำซัดเป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด ชาวบ้านพบศพนายจันทร์ ทิพโชติ อายุ 73 ปี ลอยน้ำอยู่บริเวณลุ่มน้ำชี อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด หลังน้ำท่วมในพื้นที่หายไปตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. กระทั่งมาพบศพเป็นเหตุสลด

ชัยภูมิ–เลยระดับน้ำลดลง

สถานการณ์อุทกภัยที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ น้ำที่ล้นอ่างเก็บน้ำลำคันฉูลดลงอย่างต่อเนื่อง ถนนและบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.หัวทะล และต.บ้านเพชร น้ำลดลงตามลำดับ ถนนรุ่งเรืองศรี บริเวณหน้าไปรษณีย์น้ำลด การจราจรเป็นปกติ ขณะที่นายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผวจ.เลย สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโครงการชลประทานเลย แขวงทางหลวงเลยที่ 1 ปภ.เลย แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณถนนมลิวรรณ (สาย 201) เป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของ จ.เลย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังรอการระบาย ที่ อ.วังสะพุง น้ำป่าท่วมถนนในเขตเทศบาลเมืองวังสะพุง ที่หน้าศาลเจ้าสามแยกหน้าวัง รถผ่านไปมาไม่ได้ และที่ อ.เมืองเลย ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว

น้ำท่วมบ้านถอดปลั๊กไฟดูด

นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า มวลน้ำจากต้นน้ำป่าสักเข้าท่วมที่บ้านหินโง่น ต.ศิลา อ.หล่มเก่า และ อ.น้ำหนาว แล้วน้ำไหลท่วมเขตเศรษฐกิจของ อ.หล่มสัก ล่าสุดภายหลังฝนหยุดตกทำให้มีปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่อง สั่งการให้ผันเส้นทางน้ำระบายออกด้านข้างของลำน้ำป่าสัก และการจัดสร้างพนังกั้นน้ำตามแนวตลิ่งลำน้ำป่าสักทั่วเขตเทศบาลหล่มสัก ส่งผลให้มวลน้ำที่เข้าท่วมเขตเศรษฐกิจนั้นบรรเทาเบาบางลงอยู่ในลักษณะทรงตัว สรุปสถานการณ์ใน อ.หล่มสัก พื้นที่ถูกน้ำท่วมขังทั้งหมดรวม 5 ตำบล 25 หมู่บ้าน 9 ชุมชน บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 3,260 ครัวเรือน ประชากรได้รับผลกระทบ 6,500 คน ขณะที่ ร.ต.อ.สุวรรณ สายยืด รอง สว. (สอบสวน) สภ.หล่มสัก รับแจ้งเหตุนายพูลทวี เพ็ญประทุม ชาวบ้าน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถูกไฟฟ้าดูดขณะไปถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีน้ำท่วมขัง หลังเกิดเหตุญาติช่วยเหลือนำส่ง รพ.หล่มสัก เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ไก่ตายยกฟาร์ม 8,000 ตัว

ด้านนายประมวล มาสาร อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ 11 ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของฟาร์มไก่ประมวลฟาร์มเปิดฟาร์มเลี้ยงไก่ทั้งหมด 8,000 ตัว เปิดเผยว่า เมื่อกลางคืนวันที่ 29 ก.ค. มวลน้ำไหลทะลักเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมเล้าไก่ได้ ต้องนั่งดูไก่ถูกน้ำท่วมตายทั้งเล้ารวม 8,000 ตัว สูญเงินไปกว่า 4 แสนบาท กระทั่งเช้าวันที่ 30 ก.ค.เดินทางไปแจ้งให้ทางอำเภอทราบ มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหล่มสักเข้ามาตรวจสอบ ขณะนี้ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร วอนภาครัฐให้ความช่วยเหลือด้วย เพราะน้ำ ท่วมครั้งนี้ทำให้เสียหายหนักแทบหมดตัว ส่วนไก่ที่ตายทั้งหมดก็แจกให้ชาวบ้านไปทำอาหารต่อไป

เชียงราย 3 อำเภอจมบาดาล

จ.เชียงราย หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าไหลลงแม่น้ำสายต่างๆ เอ่อท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ต่อมา นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอป่าแดด พ.ท.กัมปนาท คงเสถียรพงษ์ ผบ.ป.พัน.17 พล.ร.7 นำกำลังออกสำรวจพื้นที่น้ำท่วมบริเวณลุ่มแม่น้ำพุง และลุ่มน้ำอิง รวม 5 ตำบล ได้แก่ ป่าแงะ ป่าแดด สันมะค่า ศรีโพธิ์เงิน และโรงช้าง โดยเฉพาะ ต.ป่าแงะ ต.สันมะค่า และ ต.ป่าแดด ได้รับความเสียหายหนัก พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 1,200 ไร่ ถนนทางการเกษตรเสียหาย 19 สาย ส่วนที่ อ.เทิง น้ำล้นทะลักท่วมพื้นที่ 6 ตำบล 45 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหาย 14,902 ไร่ ส่วนที่ อ.เวียงชัย ฝ่ายปกครอง ทหาร ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้าน หมู่ 10 ต.เมืองชุม เร่งบรรจุกระสอบทรายวางแนวป้องกันน้ำที่หน้า ร.ร.ดอนมูลพัง ที่ถูกกระแสน้ำหนองหลวงพัดถล่มพนังฝายกั้นน้ำแห่งที่ 1 พังเสียหาย ทำให้น้ำกัดเซาะตลิ่งพังทลายใกล้ถึงตัวอาคารเรียน ก่อนจะมีการซ่อมแซมอย่างถาวรอีกครั้ง

ขณะที่ชาวบ้านริมตลิ่งที่ลุ่มต่ำ จ.นครสวรรค์ ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำยมที่ไหลมาจาก จ.พิจิตร ยังมีปริมาณมาก น้ำท่วมบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ต.บางเคียน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านใช้เรือพายเป็นพาหนะเข้า-ออกจากบ้าน ขณะนี้มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวต้องเริ่มทยอยขนของไว้ที่สูงเพื่อความปลอดภัยแล้ว และคงเฝ้าดูสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพราะในพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก

ชาวสุโขทัยรับถุงพระราชทาน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ท.ฐิตะฐาน สุขศรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยใน อ.เมืองสุโขทัย 2,000 ครัวเรือน ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เปิดรับบริจาคเงินหรือสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.สกลนคร ที่ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ประชาชนสามารถโอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ส่วนสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจะนำส่งต่อไปยังส่วนกลางต่อไป ขณะเดียวกัน เตรียมมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อีกด้วย

เจ้าพระยาเอ่อท่วมบางปะอิน

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายโบว์แดง ทาแก้ว ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า มวลน้ำในลุ่มน้ำป่าสักในเขต จ.สระบุรี จ.ลพบุรี ไหลมารวมหน้าเขื่อนพระราม 6 ต. ท่าหลวง อ.ท่าเรือ เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำท้ายเขื่อนผ่าน อ.ท่าเรือ นครหลวง บางปะหัน พระนครศรีอยุธยา ไปบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาที่หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ส่งผลให้น้ำในลุ่มนํ้าเจ้าพระยาช่วง อ.บางปะอิน สูงเพิ่มขึ้น 20-40 ซม. น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนริมน้ำ และวัดบ้านเลนสระกระจับ วัดบ้านพาส เป็นบริเวณกว้าง หากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำมากกว่า 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น ขณะที่ชาวนาใน จ.อ่างทอง เร่งเสริมคันนาเตรียมรับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ขณะเดียวกัน นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง ร่วมกับทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่หมู่ 1 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก หลังน้ำในคลองโผงเผงเอ่อท่วมบ้านเรือนนอกเขตคันกั้นน้ำกว่า 10 หลัง โดยเจ้าหน้าที่ อบต.โผงเผง เร่งวางกระสอบทรายกันน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน

มวลน้ำเหนือจ่อเข้าภาคกลาง

นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงปกติ เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำคงที่ อยู่ที่อัตรา 1,381 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.50 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนที่สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำที่รับมาจากแม่น้ำยมและมวลน้ำจากทางภาคเหนือ เริ่มมีระดับที่สูงขึ้น ต้องทำการระบายน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม เพื่อรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนตามแผนของกรมชลประทาน ส่งผลให้พื้นที่ของจังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนเริ่มมีระดับน้ำที่สูงขึ้น พื้นที่ลุ่มต่ำอาจเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว คาดการณ์ว่าน้ำจากทางเหนือที่ได้รับอิทธิพลจาก “เซินกา” จะไหลมาถึงราววันที่ 1-2 ส.ค. และในวันที่ 2-3 ส.ค. มวลน้ำก้อนดังกล่าวอาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง ได้แก่ ทุ่งบางบาล ทุ่งผักไห่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ ต.โผงเผง จ.อ่างทอง โดยทางสำนักชลประทานที่ 12 จัดเตรียมกำลังพล และเครื่องจักร พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนเต็มที่

กรมอุตุฯเตือนยังมีฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า ช่วงวันที่ 31 ก.ค.-5 ส.ค. จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง สำหรับพายุไต้ฝุ่น “เนสาท” บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของประเทศจีน และพายุโซนร้อน “ไห่ถาง” ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน พายุทั้งสองไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ทางหลวงชนบทพัง 111 สาย

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ภาคอีสาน ลงพื้นที่สำรวจทางหลวงชนบทที่อยู่ในความดูแลใน 25 จังหวัด พบว่ามีถนนทางหลวงชนบทเสียหายกว่า 111 สายทาง แบ่งเป็นถนนเสียหายแต่ยังสามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้ 90 สายทาง เส้นทางเสียหายแต่ประชาชนไม่สามารถผ่านไปมา 21 สายทาง เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 31สายทั้งนี้ ทางหลวงชนบทดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนประชาชนในการสัญจรด้วยความระมัดระวังแล้วขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำ หรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุอุทกภัยที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

เร่งฟื้นฟูสนามบินสกลนคร

ด้านนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ท่าอากาศยานสกลนครว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำที่ท่วมบริเวณทางขับสาย A (แท็กซี่เวย์) ลดลงจาก 60 ซม. คงเหลือ 10 ซม.แล้ว คาดว่าจะปิดทางวิ่งจนถึงวันที่ 31 ก.ค. เวลา 23.59 น. เพื่อแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนระบบไฟฟ้าบริเวณไหล่ทางวิ่งสนามบินนั้น ขณะนี้น้ำลดลงแล้ว แต่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสั่งให้มีการตรวจสอบและทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมดอย่างละเอียด คาดว่าจะสรุปผลภายในช่วงเที่ยงวันที่ 31 ก.ค.นี้ สถานการณ์น้ำท่วมที่สนามบินสกลนครนั้นถือเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุขึ้น หลังจากนี้จะประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม เบื้องต้นมีถนนทางเข้าท่าอากาศยานที่ได้รับความเสียหาย แต่ทางกรมยืนยันจะหาแนวทางแก้ไขเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก

สำหรับผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้า แต่ไม่สามารถทำการบินได้นั้น สามารถคืน, เปลี่ยนบัตรโดยสาร หรือเปลี่ยนเส้นทางได้ ขณะเดียวกันทางสนามบินประสานกับบริษัท ขนส่ง จำกัด ประจำจังหวัดสกลนคร และสำนักงานขนส่งจังหวัดสกลนคร จัดรถตู้หรือรถบัสเพื่อนำผู้โดยสารที่ต้องการจะเดินทางระหว่างท่าอากาศยานสกลนครกับท่าอากาศยานนครพนม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร และประชาชนอีกทางหนึ่งแล้ว

กสทช.เปิดศูนย์ช่วยผู้ประสบภัย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมและร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานข่ายสื่อสารช่วยเหลือผู้ประสบภัย 2 แห่ง ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สกลนคร เพื่อช่วยตรวจสอบคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์มือถือในบริเวณพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมและบริเวณใกล้เคียง นายฐากรกล่าวว่า ขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการมือถือทั้ง 5 ค่ายได้แก่ เอไอเอส ทรูมูฟ ดีแทค ทีโอที และแคท ไม่ให้ ตัดสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมทั้งยืดระยะเวลาการชำระค่าโทร.แก่ลูกค้าทั้งระบบเติมเงินและรายเดือนให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม จ.สกลนคร และ จ.กาฬสินธุ์ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

แนะตั้งสติสังเกตเด็กเครียด

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม เด็กอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจ เนื่องจากเห็นและรับรู้ ความทุกข์ความกังวลของคนในครอบครัว เพื่อทำให้ เด็กรู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลายผู้ปกครองสามารถช่วยแสดงตนเป็นแบบอย่างของการปรับตัวในทางที่ดีมีอารมณ์สงบมั่นคง เพื่อให้เด็กเรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหาที่เหมาะสม ระมัดระวังคำพูดของผู้ใหญ่ในเรื่องวิกฤติที่เกิดขึ้นเพราะเด็กอาจรับรู้และแปลความอย่างผิดๆ จนเกิดเป็นความหวาดกลัว และควรจำกัดการรับรู้ข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวแสดงภาพที่น่าหวาดกลัวให้ความมั่นใจกับเด็กว่าผู้ใหญ่สามารถช่วยกันดูแลให้ปลอดภัย หากพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวเริ่มหงุดหงิด ชวนทะเลาะมากขึ้น นั่นเป็นสัญญาณบอกว่ามีความตึงเครียดสูง ควรช่วยกันหาทางออก ดูแล จิตใจและอารมณ์ของกันและกัน หรือปรึกษาบุคลากรสุขภาพจิต

ปภ.รายงานน้ำท่วม 19 จังหวัด

ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 19 จังหวัด แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง จ.ร้อยเอ็ด 16 อำเภอ จ.นครราชสีมา 8 อำเภอ จ.ขอนแก่น 2 อำเภอ จ.มหาสารคาม 12 อำเภอ จ.กาฬสินธุ์ 15 อำเภอ จ.บุรีรัมย์ 5 อำเภอ จ.มุกดาหาร 2 อำเภอ จ.อุบลราชธานี 6 อำเภอ จ.อำนาจเจริญ 7 อำเภอ จ.ชัยภูมิ 1 อำเภอ จ.อุดรธานี 8 อำเภอ ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ทั้งนี้ ปภ. ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

มท.กำชับบริจาคโปร่งใส

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด หลังมีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่าการเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยเกิดความไม่โปร่งใส ขอให้ทางจังหวัดกำชับหน่วยงาน และภาคเอกชนในพื้นที่ ว่าต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบทางราชการ มีหลักฐานตรวจสอบได้ ส่วนนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมโยธาฯ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเต็มที่ โดยเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 0.45 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 4 เครื่อง ส่งไปถึง จ.สกลนครตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค.แล้ว ทั้งนี้ ให้นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล รองอธิบดีกรมโยธาฯ ลงพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและร่วมวางแผนกับทางจังหวัดกู้วิกฤติในครั้งนี้

นายกฯ กำชับอุตุฯ–ปภ.แจ้งต่อเนื่อง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เน้นย้ำกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเตือนประชาชนต่อเนื่อง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ ปภ. และอาสาสมัครเตือนภัยออกแจ้งข่าวประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทุกเหล่าทัพ เร่งนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งเพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำสายหลักโดยเร็ว และนายกฯ ไม่ต้องการให้นักการเมืองฉวยโอกาสที่ประชาชนเดือดร้อน แสวงหาประโยชน์ทางการเมืองด้วยการกล่าวโจมตีรัฐบาล สร้างข่าวลือให้ผู้คนตื่นตระหนกจนเกิดความสับสน

“บิ๊กป้อม” ระดมทหารทุกเหล่าทัพ

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ทุกเหล่าทัพติดตามสภาพ อากาศและเกาะติดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง อย่างต่อเนื่อง ให้แจ้งเตือนประชาชนและใช้ศักยภาพหน่วยทหารที่ตั้งในพื้นที่อุทกภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลังในหลายจังหวัดประกอบด้วย สกลนคร สุโขทัย นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และบุรีรัมย์ และให้ประสานการทำงานร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดทำแนวกันน้ำในเขตเมืองและเร่งระบายน้ำอย่างเป็นระบบ จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ ขณะเดียวกันให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด