วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ออสซีทลายรังหัวรุนแรง พบแผนบึมเครื่องบิน

ภัยก่อการร้ายยังคงคุกคามโลก โดยเมื่อวันที่ 30 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียทำการบุกทลายแหล่งซ่องสุม 5 แห่ง พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัยชาย 4 คน ในนครซิดนีย์ หลังพบเบาะแสวางแผนก่อการร้าย ด้วยการจุดชนวนระเบิดบนเครื่องบินโดยสาร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของออสเตรเลีย ที่คนร้ายเลือกเครื่องบินเป็นเป้าหมาย

ทั้งนี้ นายแอนดรูว์ โคลวิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 วันที่ ผ่านมา ทางการได้รับเบาะแสว่ามีกลุ่มคนพยายามที่จะก่อการร้ายโดยใช้ระเบิดแสวงเครื่องโจมตีเครื่องบิน จนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว ซึ่งการตรวจสอบหลัก ฐาน พบว่า กลุ่มคนร้ายมีเป้าประสงค์จะก่อเหตุจริง แต่ยังอยู่ในขั้นตอนวางแผนและการประกอบระเบิด มิได้ระบุวันเวลาและสถานที่ หรือเลือกเป้าว่าจะโจมตีเครื่องบินของสายการบินใด

แม้นายโคลวินยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของกลุ่มผู้ต้องสงสัย และข้อหาคาดโทษ แต่เชื่อว่าได้ รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดมุสลิมหัวรุนแรง ส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่กลุ่มผู้ต้องสงสัยพยายามทำขึ้นมานั้น ใช้สารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์เป็นส่วน ประกอบหลัก มิใช่สารไนเตรทเช่นระเบิดแสวงเครื่องทั่วๆไป

นายเกร็ก บาร์ตัน ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยดีกิน ออสเตรเลีย ระบุว่า สารประกอบเปอร์ออกไซด์เป็นสารที่มีความไม่เสถียรเวลานำมาผสมกัน ทำเอานักประกอบระเบิดตายมานักต่อนัก ทั้งยังตรวจจับยาก ต่างจากสารประกอบไนเตรทที่ระบบรักษาความปลอดภัยสนามบินตรวจจับได้ง่าย หลักๆที่ใช้กันคือไตรซีโทน ไตรเปอร์ออกไซด์ หรือเรียกสั้นๆ ว่าทีเอทีพี ฉายาแม่แห่งซาตาน และเหตุก่อการร้ายวันที่ 22 พ.ค. ที่คอนเสิร์ตเมืองแมนเชสเตอร์ อังกฤษ มีผู้เสียชีวิต 22 ศพ คนร้ายก่อเหตุก็ใช้สารทีเอทีพีที่ว่านี้ในการทำระเบิดฆ่าตัวตาย จากเหตุการจับกุมครั้งนี้ คาดการณ์ว่าคนร้ายอาจต้องการทำระเบิดที่พกขึ้นไปบนเครื่องได้ และจุดระเบิดในพื้นที่ริมหน้าต่าง

วันเดียวกัน ที่เมืองคอนสแตนซ์ ทางภาคใต้ของเยอรมนี เกิดเหตุคนร้ายวัย 34 ปี ใช้ปืนสั้น แบบอัตโนมัติ กราดยิงในไนต์คลับ “เกรย์ คอนสแตนซ์” เมื่อเวลา 04.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 4 คน ในจำนวนผู้บาดเจ็บนี้รวมถึงคนคุมไนต์คลับ ที่พยายามเข้าไปต่อสู้กับคนร้าย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ที่ยิงปะทะกับคนร้าย ซึ่งต่อมาคนร้ายที่ถูกตำรวจยิงบาดเจ็บสาหัสได้ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล จากการตรวจสอบพบว่าเป็นชาวอิรัก แต่อาศัยอยู่ในเยอรมนีมานาน และจากรูปการณ์ก่อเหตุทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายแต่อย่างใด.