วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อลงกรณ์' เผยเตรียมส่งไม้ต่อนายกฯ สานต่องานปฏิรูป 31 ก.ค.นี้

"อลงกรณ์" เผย สปท.เตรียมส่งต่องานปฏิรูปให้นายกฯ 200 เรื่อง ครอบคลุม 37 วาระ ใน 11 ด้าน 31 ก.ค.นี้ พร้อมฝาก 3 เรื่องสานต่อ "ปฏิรูป-ปรองดอง-ปราบโกง"

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 60 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่ 1 กล่าวว่า สปท.จะส่งมอบผลงานการปฏิรูปต่อนายกรัฐมนตรี วันที่ 31 ก.ค.นี้ จำนวน 200 เรื่อง ครอบคลุม 37 วาระปฏิรูปใน 11 ด้าน เฉลี่ยเดือนละ 10 เรื่อง ทั้งแผนปฏิรูปข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปและกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิรูป ทำให้ประเทศแข็งแรงขึ้นและดีขึ้นกว่าในอดีตอย่างมีอนาคต ถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจที่ดำเนินการมา 1 ปี 9 เดือน อย่างเป็นทางการ ซึ่งในการทำงานร่วมกับแม่น้ำ 5 สาย โดยการนำของนายกรัฐมนตรี และทุกภาคีภาคส่วน ทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น 3 ปีต่อเนื่อง โดยการวัดผลของสถาบันไอเอ็มดี จากอันดับที่ 30 ในปี 2558 ขยับเป็นอันดับที่ 28 ในปี 2559 แซงเกาหลีใต้ที่ตกไปอยู่อันดับที่ 29 และในปี 2560 เราขยับเป็นอันดับที่ 27 ส่วนสำนักบลูมสเบิร์กจัดเรตติ้งให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลกติดต่อกัน 3 ปีซ้อน เหนือกว่าสวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐฯ จีน ฟินแลนด์ และญี่ปุ่น เช่นเดียวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ 3 ปี ติดต่อกันจากไม่ถึง ร้อยละ 1 ในปี 2557 จนใกล้ร้อยละ 4 ในปีนี้ โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก ขณะที่ หนี้สาธารณะมีร้อยละ 44 ของจีดีพีเท่านั้น และหนี้ครัวเรือนลดลงครั้งแรกในรอบทศวรรษ ขณะที่การหารายได้เข้าประเทศและการลงทุนใหม่ๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกครึ่งปีแรกเติบโดมากที่สุดในรอบ 6 ปี ยิ่งกว่านั้นการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปีที่แล้วเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 200 และ ร้อยละ 51 ของโครงการใหม่เป็นการลงทุนในโมเดลเศรษฐกิจใหม่ และ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศสู่เศรษฐกิจเพิ่มมูลค่าสินค้า และบริการด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ กำลังเกิดขึ้นแล้ว เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ของประเทศของเรา ขณะที่การท่องเที่ยวของไทยสร้างรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกว่า 30 ล้านคน ทำให้ไทยกระโดดเป็นแชมป์ท็อปไฟว์ของโลก 

"ตรงนี้ที่เคยบอกว่า เราต้องปฏิรูปประเทศให้เกิดมรรคผลให้คุ้มค่ากับการสูญเสียประชาธิปไตยจากการรัฐประหาร เพื่อแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าอันเป็นต้นเหตุแห่งการรัฐประหาร 13 ครั้งที่ผ่านมา และนายกรัฐมนตรีก็ตั้งใจเช่นนี้เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง และขอให้เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย" นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ในวาระที่ สปท.สิ้นสุดภารกิจจึงขอฝาก 3 เรื่องสำคัญให้ทุกฝ่ายช่วยดำเนินการต่อไป ได้แก่ 1. สานต่อและสนับสนุนการปฏิรูปให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน เพราะเป็นการปฏิรูปประเทศของเราเพื่อคนไทยในวันนี้ และวันหน้า 2. ช่วยกันสร้างความสามัคคีปรองดอง ยุติความแตกแยกขัดแย้งแบ่งฝ่ายและ 3. ลด ละเลิก การทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกินบ้านเมืองอย่างรุนแรงมาโดยตลอด ทำให้ประเทศอ่อนแอ เมื่อกำจัดจุดอ่อนนี้แล้วการสร้างความมั่งคั่งมั่นคงอย่างยั่งยืนสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง ภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ก็จะบรรลุเป้าหมายง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติของเราในที่สุด