บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วางเกมสู่สนามเลือกตั้ง

โดย สายล่อฟ้า

ฝ่าด่านสำคัญ ก่อนทะลุถึงเลือกตั้ง

เป็นความจริงยากที่จะปฏิเสธได้ว่าจะมีผลกระทบต่อรัฐบาลและการเมืองของประเทศอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะทำยังไงให้สงบราบรื่นได้เท่านั้น

กำลังพูดถึงคดีรับจำนำข้าว ซึ่งจำเลยสำคัญคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ น้องสาวของนายทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย ตัวจริงเสียงจริง

คดีนี้ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปใดก็มีผลต่อการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

รัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อำนาจพิเศษจะต้องรับผิดชอบทั้งทางตรงและทางอ้อมว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะมั่นใจว่าคงไม่มีเหตุอะไรจนทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะสามารถที่จะควบคุมได้

เพียงแต่จะต้องตระหนักให้ดีว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ หรือการพูดจาแสดงความคิดเห็นต่างๆ จะต้องพูดให้น้อยและมีความชัดเจนในการแสดงความเห็น เพราะมิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันได้

อย่างเรื่องการยึดทรัพย์ที่เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วจนต้องแก้กันพัลวัน

เพราะฝ่ายสนับสนุนสามารถนำไปเป็นเงื่อนไขเพื่อทำให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐบาล คสช.กำลังรุกไล่ด้วยรูปแบบต่างๆ จนให้เข้าใจได้ว่ากำลังเล่นงานจนไม่มีที่ยืน

อันเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนไม่พอใจและอาจจะนำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ ที่คาดการณ์ไม่ได้ ดีที่สุดคือ รอให้ศาลท่านใช้ดุลพินิจพิจารณาคดีอย่างเป็นอิสระมากกว่าที่คนภายนอกจะนำไปเป็นแรงกดดันโดยไม่ตั้งใจ หรือตั้งใจก็ตาม

ว่าไปแล้วสถานการณ์ในเรื่องนี้ย่อมจะเกี่ยวพันไปถึงการเลือกตั้งอย่างแน่นอน แต่หากทำให้ทุกอย่างเป็นปกติ ว่ากันตามสภาพความเป็นจริงของเหตุ

ผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่ผิดทุกอย่างก็ปกติ

เห็นนายกฯได้ออกมาเปิดเผยโรดแม็ปการทำงานของรัฐบาลเอาไว้เรียบร้อยแล้วคือ วันที่ 30 ก.ย.2561 ก็จะเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าการเลือกตั้งน่าจะอยู่ราวๆนั้น ต่างกับที่ กกต.เคยระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้คือ 19 ส.ค.2561

ต่างกันแค่ไม่ถึงเดือน ที่แสดงว่าการเลือกตั้งจะลงตัวในห้วงเวลานี้

ทั้งนี้ นายกฯได้ระบุว่า แผนงานของรัฐบาลและ คสช.จะดำเนินการจากช่วงนี้จนถึง 30 ก.ย.2561 นั้น จะมีการประชุม ครม. สัญจร การตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนในภาค ในกลุ่มจังหวัด จังหวัด ชุมชนในพื้นที่เพื่อหารือถึงสิ่งที่ต้องการเพื่อจัดงบประมาณลงพื้นที่โดยตรง

พูดง่ายๆว่าจะลงลึกเพื่อเข้าถึงเรียกคะแนนนิยมไปในตัว

จากนี้ไปการทำงานของภาครัฐ หรือกระทรวงต่างๆ จะต้องมุ่งไปในเชิงรุกมากขึ้น ต้องการวางรากฐาน วางแนวคิด แนวปฏิบัติ สร้างความร่วมมือเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องไปได้ในระยะยาวหลายๆรัฐบาล

จะมีการพูดคุยกับพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้นว่าจะทำอะไรได้ อะไรทำไม่ได้เพราะเหตุใดด้วยเหตุด้วยผล

คือพูดความจริงกับประชาชน...ว่างั้นเถอะ

ว่าไปแล้วการดำเนินงานในลักษณะนี้ก็ไม่ต่างไปจากนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเท่าใด เพราะช่วงจะไปสู่การเลือกตั้งใหม่ก็ต้องมีวิธีจูงใจใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น

จะได้ผลแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ถือว่าเป็นนาทีทองที่รัฐบาลจะต้องสร้างผลงานให้ติดตาติดใจ และน่าจะมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องขยับเปลี่ยนตัวบุคคลเพื่อให้สามารถสนองงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือการปรับ ครม. แต่จะเป็นช่วงไหนต้องรอดูกัน.

“สายล่อฟ้า”