บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สกลนครไม่น่าวางใจ น้ำไหลบ่าท่วมอีก 5 อำเภอ น้ำใจคนไทยแห่ช่วยแล้ว (คลิป)

สถานการณ์น้ำท่วมสกลนครวันที่ 3 ยังไม่น่าไว้วางใจ หลังมีมวลน้ำไหลบ่าท่วมเพิ่มอีก 5 อำเภอ ถนนขาดและท่วมสูง ขณะที่มวลมหาประชาชนจากทั่วประเทศหลั่งไหลช่วยผู้ประสบภัย...

ที่จังหวัดสกลนคร สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี ได้สร้างความเสียหายแก่จังหวัดเป็นวงกว้าง ประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก หลายพันครอบครัวขาดแคลนน้ำ อาหารและยารักษาโรค หลังข่าวได้เผยแพร่ออกสู่สังคม ก็มีความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชนทั่วทั้งประเทศหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยพิบัติ อย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันที่ 3 ของอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่จังหวัดสกลนคร ตลอดทั้งวันมีความช่วยเหลือเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 โดย พล.ท.วิชัย แชจอหอ ได้สั่งการให้ทุก มทบ. ระดมกำลังพลนับพันนาย พร้อมรถบรรทุกหนักของทหาร เครื่องจักร เรือท้องแบน ลงพื้นที่กระจายให้ความช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมหนักหลายจุด ในหลายอำเภอของจังหวัดสกลนคร โดยจุดที่หนักที่สุดคือใจกลางเมืองสกลนคร ที่เป็นย่านเศรษฐกิจ มีตลาดและย่านการค้า ถือเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้าจากชนบทสู่เมือง เป็นที่ตั้งห้างทองหลายสิบแห่ง คลินิกหลายแห่ง จมอยู่ใต้บาดาลมาเป็นวันที่ 3

การระดมความช่วยเหลือ โดย นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เปิดศาลากลางจังหวัดสกลนคร ตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและวอร์รูม ติดตามสถานการณ์แบบนาทีต่อนาที ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์โรงยิม อบจ. 327 คน ศูนย์โรงเรียนอนุบาลสกลนคร 200 คน ศูนย์พักเด็กและครอบครัว 100 คน ศูนย์วัดพระธาตุเชิงชุม 100 คน และศูนย์ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร 200 คน ภาคประชาชนที่เข้ามาช่วยเหลือเรียกได้ว่าตลอดทั้งวันทั้งคืน อาทิ กลุ่มจิตอาสา จ.จันทบุรี โรตารี่นครพนม จิตอาสาแทบทุกจังหวัดในภาคอีสาน ขนน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง มาตั้งครัวเคลื่อนที่ บริการช่วยเหลือประชาชนบนถนนปลายน้ำหลายจุด

ล่าสุด (เวลา 12.00 น.) จังหวัดได้รับรายงานพื้นที่ความเสียหายเพิ่มเติมอีก 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภออากาศอำนวย และอำเภอวานรนิวาส ซึ่งมีน้ำท่วมสูงและถนนขาดหลายสาย โดยได้ขอความช่วยเหลือเข้ามา ซึ่งจังหวัดก็ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ประสบภัยให้การช่วยเหลือโดยเร่งด่วน.