วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวทช.เปิดโลกทัศน์นักวิทย์ไทยรุ่นใหม่ ประชุมหาความรู้ใหม่ๆกับเจ้าของรางวัลโนเบล

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ได้เสด็จ พระราชดำเนินร่วมงานประชุม “Nobel Laureate Meeting 2017” ซึ่งจัดโดยสภาผู้ได้รับรางวัลโนเบลแห่งเมืองลินเดา ประเทศเยอรมนี ร่วมกับ มูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ทะเลสาบคอนสแตนซ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ได้รับรางวัลโนเบลและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากนานาประเทศ โดยมีกลุ่มเยาวชน นักศึกษาและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจากทั่วโลก รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากประเทศไทย เข้าร่วมประชุมด้วย ที่เมืองลินเดา ประเทศเยอรมนี เมื่อต้นเดือน ก.ค.ศกนี้ โดยการประชุมแต่ละปีจะเปลี่ยนหัวเรื่องทางวิทยาการหมุนเวียนกันไป ซึ่งมีทั้งสาขาฟิสิกส์ เคมี สรีรวิทยาการหรือการแพทย์ สำหรับปีนี้เป็นการประชุมเกี่ยวกับวิทยาการสาขาเคมี

โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างประเทศด้านวิทยาศาสตร์ ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับสภาผู้ได้รับรางวัลโนเบลและมูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ประเทศเยอรมนี โดย ดร.เมทินี จรรยาสุภาพ จากภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ทีมนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของไทยที่ไปร่วมงาน ได้กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สวทช.จัดตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในประเทศไทย เพื่อดำเนินการร่วมกับคณะผู้จัดงานประชุมนี้ คัดเลือกเยาวชนและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่มาเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ก่อให้เกิดความรู้ สร้างแรงบันดาลใจและการเชื่อมโยงเครือข่าย จุดประกายให้เราไม่ย่อท้อต่อการทำงานและวิจัยพัฒนาเพื่อสังคมไทยและโลกส่วนรวม พร้อมทั้งได้เปิดโลกทัศน์และโอกาสเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ๆ จากประสบการณ์จริงของผู้ได้รับรางวัลโนเบลที่นำผลงานมาเสนออีกด้วย ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ไทยจะนำความรู้มาใช้ประโยชน์พัฒนาต่อยอด ถ่ายทอดและจุดประกายให้บุคคลในสังคมไทยต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีโลกยุค 4.0 ที่เราต้องพัฒนาสังคมและประเทศชาติด้วยองค์ความรู้ให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน ดังพระราโชวาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ว่า “การพยายามศึกษาวิทยาการและเทคโนโลยีอันก้าวหน้าทุกสาขาจากทั่วโลก แล้วเลือกสรรส่วนที่สำคัญเป็นประโยชน์ นำมาปรับใช้ให้พอดีพอเหมาะกับสภาพและฐานะของประเทศเรา เพื่อช่วยให้ประเทศของเราสามารถนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้พัฒนางานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สิ้นเปลือง”.