บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำความดีด้วยหัวใจ พระราชหัตถเลขา ร.10

โดย ซูม

ท่านผู้อ่านที่ไปร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ พระลานพระราชวังดุสิตเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคงจะได้รับหนังสือ “บทเจริญพระพุทธมนต์” ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแก่พสกนิกรที่มาร่วมงานกันแล้วทุกท่าน

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปร่วมพิธีได้โปรดกรุณาดาวน์โหลดบทเจริญ พระพุทธมนต์ดังกล่าวจากเว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ www.prd.go.th  ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นับเป็นหนังสือบทสวดมนต์ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งที่พวกเราชาวไทยควรมีไว้ประจำห้องพระ หรือหิ้งพระประจำบ้านของเราทุกคน

เพราะนอกจากจะรวบรวมบทสวดมนต์บทต่างๆ พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ควรสวดบทนั้นๆ และคำแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆแล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุดของหนังสือบทเจริญพุทธมนต์เล่มนี้ก็คือ “ภาพปก” นั่นเอง

ภาพปกที่อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ไว้ทางเบื้องขวาด้านบน พร้อมด้วยพระราชหัตถเลขาในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งภาพวาดในลักษณะการ์ตูนและข้อเขียนที่เป็นลายพระหัตถ์พระราชทานข้อคิดข้อพึงปฏิบัติอันทรงคุณค่ายิ่งแก่ชาวไทยทั้งมวล

ผมขออนุญาตอัญเชิญพระราชหัตถเลขามาลงไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง

“ความสุขในตัวเริ่มจากใจและทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่นส่วนรวมและตนเอง

สุขในการบำเพ็ญประโยชน์ให้ผู้อื่นและส่วนรวมมีสุข

สุขในการเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น

สุขในการให้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ ให้ผู้อื่นและส่วนรวมมีสุข

สุขในการพัฒนาร่างกาย จิตใจ และปัญญาในทางสร้างสรรค์ความเจริญให้ตนเองและผู้อื่น

การสวดมนต์และปฏิบัติธรรม ทำให้มีความสงบ มีสติ สมาธิ และปัญญา ตลอดจนเป็นกุศลสิริมงคลต่อทุกคน และจะนำมาสู่ความเจริญและความสุขที่กล่าวมานั้นแล”

นอกจากข้อความพระราชทานข้างต้นแล้วยังมีพระราชหัตถเลขาบรรยายใต้ภาพบนหน้าปกด้วยว่า “บ้านแสนสุข” และ “เราทำความดีด้วยใจ” พร้อมพระปรมาภิไธยที่ทรงลงวันที่ 28 ก.ค.2560 ไว้ล่างสุด

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯเหลือที่จะกล่าวได้ และควรอย่างยิ่งที่พวกเราชาวไทยทั้งมวลจะน้อมนำพระราชหัตถเลขา เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 2560 ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

จะมีผลทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความสุข ความสงบ จากการที่คนไทยหันมาปรับทัศนคติให้รู้จักมองคนอื่น มองส่วนรวม มองสังคมในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งหันมาอุทิศใจอุทิศกายบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่นมากยิ่งขึ้น

โดยแท้จริงแล้วคนไทยเราเป็นคนที่รักคนอื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดูแลคนอื่น รักสังคม เอาใจใส่ต่อชุมชน ร่วมแรงร่วมใจกันดูแลชุมชนของตนมาแต่โบราณกาล

แต่ผลจากการพัฒนาที่เร่งรัดด้านเศรษฐกิจ และความทันสมัย ทำให้คนไทยเราค่อยๆลืมความดีงามที่เคยมีมาในอดีตไปเป็นอันมาก

กลายเป็นสังคมต่างคนต่างอยู่ไม่ค่อยช่วยเหลือเจือจานผู้อื่น รวมทั้งเมินเฉยในการที่จะดูแลชุมชน หรือสังคมส่วนรวม

จนกระทั่งถึงวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต อันนำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงของคนไทยทั้งแผ่นดิน เราจึงพบว่าแท้ที่จริงแล้วคนไทยก็ยังเป็นคนรักคนอื่น รักชุมชน รักชาติบ้านเมือง

เห็นได้จากประชาชนจิตอาสาจำนวนมากมายนับแสนนับล้านที่ออกมาช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆถวายแด่ในหลวง ร.9 ของเรา

ณ บัดนี้ในหลวง ร.10 ได้มีพระราชดำริที่จะให้คนไทย “ทำความดีด้วยหัวใจอย่างต่อเนื่อง” และได้ทรงริเริ่มปฏิบัติตามโครงการในหลายๆพื้นที่ไปแล้ว

ขอพวกเราพสกนิกรทั้งหลายจงร่วมกันทำความดีด้วยหัวใจ และสร้างความสุขให้แก่ตัวเราเองด้วยการให้ทั้งกำลังกาย กำลังใจแก่ผู้อื่น และส่วนรวมเพื่อให้ผู้อื่นและสังคมไทยมีความสุขตามไปด้วย นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป.

“ซูม”