วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สกลนครยังอ่วม ดับ3หาย1 ‘สนามบิน’ ปิดต่อ

กรมชลฯชี้อ่างไม่แตกแค่ล้น! ระดมจิตอาสาช่วยผู้ประสบภัย อุตุฯยันพายุเนสาทไม่เข้าไทย

หลายจังหวัดยังวิกฤติจากภัยน้ำท่วมโดยเฉพาะสกลนคร ฝนยังตกอย่างต่อเนื่องระดับน้ำยังสูง สนามบินปิดต่อไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ มีคนสังเวยชีวิตไปแล้ว 3 ศพ สูญหายอีก 1 ส่วนกาฬสินธุ์ ระดมอพยพชาวบ้านหนีน้ำป่าจากเทือกเขาภูพาน บ้านบางหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะที่เมืองเลยอ่วมไม่แพ้กันจมบาดาลหลายอำเภอ ส่วนนครพนมส่อวิกฤติ 3 อำเภอ เช่นเดียวกับแหล่งขอโชคลาภ “คำชะโนด” ที่อุดรธานีต้องปิดชั่วคราว ส่วนกรมชลฯ ชี้แจงเหตุอ่างห้วยทรายขมิ้นแตกไม่เกี่ยวกับการกักเก็บน้ำเกินความจุ เป็นการระบายน้ำตามปกติ แต่ปริมาณฝนมากจนน้ำเต็มอ่าง

จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดทั้งภาคอีสาน เหนือและกลางจากฤทธิ์พายุ “เซินกา” ส่งผลให้บ้านเรือน รถยนต์ ถนน สถานที่ราชการ ไร่นาและพืชสวนได้รับความเสียหายจำนวนมากโดยเฉพาะ จ.สกลนคร ผจญวิกฤติหนักน้ำท่วมสูงเป็นวงกว้างเกือบทั้งจังหวัด ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยเข้าไปช่วยอพยพประชาชนที่ติดค้างตามบ้านเรือน โรงแรมและสถานที่พักต่างๆ

น้ำทะลักอ่างห้วยทรายท่วม

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในวันที่ 29 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.สกลนคร ตั้งแต่เช้าฝนยังตกโปรยปรายตลอดเวลา ขณะเดียวกันอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น (ชลประทาน) หมู่ 20 บ้านโคกสว่างเหนือ ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำเกินความจุได้เอ่อล้นท่วมพื้นที่หมู่ 20 หมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 5 เขตเทศบาลตำบลสว่างแดนดิน นอกจากนี้ ยังไหลบ่าท่วมถนนสายสว่างแดนดิน-เจริญศิลป์-บ้านม่วง และ กม.2 ส่วน อ.โคกศรีสุพรรณ สะพานบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 223 สกลฯ-นาแก ช่วงบ้านตองโขบ ถูกน้ำกัดเซาะขาด 1 แห่ง ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะที่ อ.เต่างอย น้ำจากลำน้ำพุงเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน รวมถึงบริเวณสวนสาธารณะพญาเต่างอย ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร

โบกมือร้องขอความช่วยเหลือ

ส่วนบริเวณตำบลรอบนอกในเขต อ.เมืองสกลนคร ที่บ้านดอนยาง พบผู้ประสบภัยติดอยู่ภายในกระท่อมนาริมถนนใกล้กับสะพานสองคอล ซึ่งเป็นทางผ่านของลำน้ำพุงโบกมือร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ผ่านไปมามีชาวบ้านพยายามเข้าช่วยเหลือแต่สู้ความแรงของกระแสน้ำไม่ไหวจึงช่วยกันนำเรือหางยาวที่จอดลอยอยู่บริเวณใกล้เคียงข้ามมาอีกฝั่งถนนแล้วให้คนลงไปพายเข้าไปให้การช่วยเหลือออกมาได้สำเร็จ และที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า ศาลากลางจังหวัดสกลนคร นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร พร้อมทหารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 และส่วนราชการทุกภาคส่วนได้จัดเรือท้องแบน 50 ลำแบ่งเป็น 6 สายออกแจกจ่ายถุงยังชีพในเขตเทศบาลนครสกลนคร และพลโทวิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล

เผยสาเหตุน้ำท่วมสกลนคร

ขณะที่นายนิพนธ์ มังกรแก้ว ผอ.โครงการชลประทานสกลนคร สำนักชลประทานที่ 5 เปิดเผยว่า สาเหตุที่น้ำท่วม จ.สกลนคร มีสาเหตุมาจาก1.อ่าง เก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นความจุ 2.4 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำมากทำให้น้ำล้นคันกั้นน้ำกัดเซาะคันดินกว้าง 20 เมตร ลึก 4 เมตร มีน้ำไหลออกจากอ่างเก็บน้ำราว 1 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้น้ำหยุดไหลแล้ว ซึ่งปริมาณน้ำ 1 ล้าน ลบ.ม.นี้ไม่ได้ทำให้น้ำท่วมสูงมาก ถ้าน้ำ 1 ล้าน ลบ.ม.นี้แผ่กระจายไปในพื้นที่ 10 ล้าน ตร.ม. 2.พื้นที่ อ.เมืองสกลนคร อยู่ใกล้กับหนองหารสกลนครซึ่งเป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ความจุ 266 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำจากภูพานและพื้นที่โดยรอบ น้ำจากหนองหารสกลนครจะไหลลงแม่น้ำก่ำและไหลลงแม่น้ำโขง สามารถระบายได้วันละ 15 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้น้ำในหนองหารสกลนคร มีประมาณ 300 ล้าน ลบ.ม. ถือว่ามีปริมาณมากส่งผลต่อการระบายน้ำใน อ.เมืองสกลนคร หากไม่มีฝนเพิ่ม อีก 2-3วัน ระดับน้ำในหนองหารสกลนครจะลดลงสู่สภาวะปกติ

สนามบินยังใช้การไม่ได้งดบิน

นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นำคณะตรวจท่าอากาศยานสกลนครเพื่อตรวจสอบน้ำที่ท่วมขังจนต้องงดเที่ยวบินทั้งหมด เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา กระแสน้ำที่เชี่ยวไหลบ่าเข้าท่วมรันเวย์ แท็กซี่เวย์และลานจอดเครื่องบิน ระดับน้ำสูง 80 ซม.-1 เมตร ล่าสุดน้ำลดระดับลงเหลือเพียง 50-60 ซม. แต่ต้องสั่งงดเที่ยวบินอีกเพราะตามกฎการบินจะต้องมีน้ำห่างจากรันเวย์มากกว่า 75 เมตร และจากเหตุน้ำท่วม อ.เมืองสกลนคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ และสูญหายอีก 1 คน รายแรกคือนายขนิษฐ์ ร่วมสุข อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 211 หมู่ 1 ต.ท่าแร่ อ.เมืองสกลนคร เป็นลูกจ้างของแขวงทางหลวงชนบทสกลนครถูกกระแสน้ำพัดหายไปพบกลายเป็นศพบริเวณสามแยกบายพาสบ้าน กกกอก ต.งิ้วด่อน อ.เมืองสกลนคร ส่วนอีก 2 ศพพบที่บ้านขมิ้น ต.ขมิ้น อ.เมืองสกลนคร และที่ อ.กุดบาก 1 ศพ ส่วนสูญหายไป 1 คน ที่ อ.เมืองสกลนคร

อพยพชาวบ้านหนีตายน้ำป่า

ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ ตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ (จุด อ.กุฉินารายณ์) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์ อาสาร่วมใจสมเด็จและชมรมจิตอาสาร่วมใจผู้ประสบภัย จ.กาฬสินธุ์ ได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านในหลายพื้นที่ ที่ประสบน้ำท่วมบ้านเรือนจนไม่สามารถออกมาได้ในหลายตำบลพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ ขณะเดียวกันมีฝนตกหนักทำให้มีน้ำป่าจากเทือกเขาภูพานได้ไหลทะลักลงมาในพื้นที่ส่งผลให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนเป็นบริเวณกว้าง และพบว่ามีชาวบ้านยังไม่สามารถออกมาจากบ้านได้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้นำเรือท้องแบนออกช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของและผู้คนขึ้นมาอยู่ที่สูง ล่าสุดให้การช่วยเหลือ ประชาชนที่ติดเกาะบ้านคำโพนทอง หมู่ 13 ต.สามขา อ.กุฉินารายณ์ 4 คนแล้ว และมีชาวบ้านขอความช่วยเหลืออีกหลายราย เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกไปช่วย แต่การลงพื้นที่เป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและกระแสน้ำไหลเชี่ยว

เมืองน้ำดำอ่วม 15 อำเภอ

นายวิชาญ แท่นหิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เกิดน้ำท่วม 15 อำเภอ 70 ตำบล 439 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,976 ครัวเรือน ซึ่งในการนี้จังหวัดได้ดำเนินการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว 11 อำเภอ และอยู่ในระหว่างดำเนินการ 4 อำเภอ ด้านความเสียหายนาข้าว 61,165 ไร่ พืชสวน 25 ไร่ บ่อปลา 102 บ่อ สิ่งสาธารณูปโภคถนนชำรุดเสียหาย 69 สาย บางส่วนได้ดำเนินการซ่อมแซมเพื่อการสัญจรไปมาได้แล้ว ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ ที่รุนแรงคือ อ.เมือง อ.นาคู อ.ห้วยผึ้ง อ.เขาวง และ อ.กุฉินารายณ์ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับ ซึ่งได้มีการสั่งการให้ ผอ.อำเภอประสานสั่งการให้ ผอ.ท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขในทุกจุดแล้ว

วัดจมบาดาลพระเผ่นขึ้นที่สูง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากเขื่อนลำปาวได้เพิ่มการระบายน้ำออกและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลลำน้ำปาวที่เพิ่มสูงขึ้นได้ไหลทะลักเข้าท่วมวัดบ้านกุดอ้อ หมู่ 2 ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร เจ้าอาวาสและพระสงฆ์ต้องขึ้นไปอยู่ที่สูง ชาวบ้านได้ช่วยกันนำกระสอบทรายมากั้นกุฏิพระสงฆ์เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าไปสร้างความเสียหาย นอกจากนี้น้ำยังได้ท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านเป็นบริเวณกว้าง ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้นำรถแบ็กโฮมาขุดถนนภายในหมู่บ้านเพื่อให้น้ำระบายออกลงไปสู่ที่ต่ำให้ระดับน้ำภายในวัดลดลง โดยชาวบ้านบอกว่าน้ำท่วมในครั้งนี้ถือว่าหนักสุดในรอบ 40 ปี ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จ.กาฬสินธุ์ พร้อมทีมงานออฟโรดและทีม EOD ตำรวจชุดสืบสวนออกแจกถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ด้วย

เมืองเลยจมบาดาลหลายพื้นที่

ด้าน จ.เลย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. เกิดน้ำป่าและดินสไลด์ปิดถนนที่ อ.วังสะพุง จ.เลย น้ำป่าล้นสปิลเวย์ไหลท่วมถนนในเขตเทศบาลเมืองวังสะพุงที่หน้าศาลเจ้า สามแยกหน้าวัง รถผ่านไปมาไม่ได้ ขณะที่ อ.เมืองเลย น้ำในแม่น้ำเลยได้ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเลย ต้องระดมเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือขนของไว้ในที่สูง เขตเทศบาลตำบลนาอ้อ อ.เมืองเลย ลำน้ำพวยที่ไหลผ่านเขตเทศบาลนาอ้อหลายหมู่บ้านถูกน้ำท่วม ขณะที่ อ.ด่านซ้าย เกิดดินสไลด์ปิดถนนสายบ้านผึ้ง-วังยาว และที่ อ.เชียงคาน น้ำท่วมถนนสายนาบอน-สงเปือย ถนนสายบ้านธาตุ-จอมศรี ขณะเดียวกันนายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผวจ.เลยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเลยและหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมที่อยู่ริมแม่น้ำเลยพร้อมกล่าวว่าได้สั่งให้ทุกอำเภอเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการด่วนแล้วโดย เฉพาะ อ.เมืองที่มีหลายหมู่บ้านติดริมแม่น้ำเลยและหมู่บ้านล่างหลังตลาดเช้ามีบ้านเรือนถูกน้ำเลยท่วมประมาณ 50 หลังคาเรือน

นครพนมส่อวิกฤติ 3 อำเภอ

ที่ จ.นครพนม สถานการณ์น้ำยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำโขงหนุนสูงอยู่ที่ประมาณ 11 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติ ประมาณ 2 เมตรทำให้ลำน้ำสาขาสายหลักที่รองรับน้ำจาก จ.สกลนคร ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมเริ่มไหลท่วมในพื้นที่ลุ่มโดยเฉพาะลำน้ำก่ำที่รองรับน้ำจากตัวเมืองสกลนครมายังหนองหานก่อนไหลลงสู่ลำน้ำก่ำและไหลระบายลงสู่น้ำโขง ผ่าน อ.โพนนาแก้ว อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนครมายัง อ.นาแก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือว่ายังวิกฤติ เนื่องจากมีปริมาณน้ำเกินความจุกักเก็บ อีกทั้งยังระบายลงน้ำโขงได้ช้าทำให้ลำน้ำก่ำตลอดทั้งแนวกว่า 120 กม. ที่รองรับน้ำจากพื้นที่ จ.สกลนคร เริ่มเกิดปัญหาเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่ม พื้นที่การเกษตร นาข้าว และชุมชนที่ติดกับลำน้ำก่ำโดยเฉพาะ อ.วังยาง อ.นาแก และ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

น้ำชีทะลักท่วมมหาสารคาม

ส่วน จ.มหาสารคาม ระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้องรับน้ำจากต้นน้ำชีที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งระบายเพิ่มขึ้นจากเขื่อนอุบลรัตน์รวมทั้งน้ำจากลำคลองต่างๆในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ขณะที่ระดับน้ำหน้าเขื่อนระบายน้ำฝายวังยางมีความสูง 138 เมตรเศษ ใกล้เคียงกับระดับเฝ้าระวังที่ 139 เมตร ทางเขื่อนได้เร่งระบายน้ำโดยแขวนบานประตูทั้ง 6 บานแล้วระดับน้ำในแม่น้ำชีมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่นายภูสิต สมจิตต์ รอง ผวจ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า พื้นที่ จ.มหาสารคามได้รับผลกระทบ 12 อำเภอ 93 ตำบล 449 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย 190,710 ไร่ ถนนได้รับความเสียหายบางช่วง รวม 60 สาย

ชาวบ้าน 800 คนอาศัย อบต.

ส่วน จ.ร้อยเอ็ด ระดับน้ำในลำน้ำชี และลำน้ำยัง สูงขึ้นชั่วโมงละ 5 ซม. จนทำให้น้ำล้นพนังกั้นน้ำยังยาวกว่า 100 เมตร ในช่วงระหว่างบ้านนาแซง กับบ้านไค้นุ่น ต.นาแซง อ.เสลภูมิ ในจุดนี้ยังไม่มีการอพยพชาวบ้าน แต่ที่ลำน้ำยังไปบรรจบกับลำน้ำชีที่ ต.วังหลวง อ.เสลภูมิ ช่วงระหว่างบ้านท่าทางเกวียนกับบ้านท่าเยี่ยม ต.วังหลวง เกิดรูรั่วขนาดใหญ่ที่พนังกั้นน้ำและกำลังซ่อมแซม ขณะเดียวกันน้ำได้ทะลักเข้าพื้นที่อยู่อาศัยและที่นา ต.เหล่าหลวง อ.เสลภูมิ จนต้องอพยพชาวบ้าน 2 แห่งกว่า 800 คนขึ้นไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่สำนักงาน อบต.วังหลวง โดยนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ อบต.วังหลวงได้สั่งให้ฝ่ายปกครองอำเภอเสลภูมิ เจ้าหน้าที่ อบต.วังหลวงจัดน้ำและอาหารให้จนกว่าเหตุการณ์เป็นปกติ

ปิดเกาะคำชะโนดชั่วคราว

ที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเกาะคำชะโนด บ้านโนนเมือง หมู่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เกิดฝนตกหนักแต่นักแสวงโชคแห่กันมาทุกสารทิศมาไหว้ขอพรขอโชคขอลาภตามความเชื่อความศรัทธาแม้ว่าน้ำได้ไหลเข้าท่วมเกือบทั้งเกาะชะโนด โดยเฉพาะบริเวณต้นมะเดื่อที่ชาวบ้านนิยมเข้าไปกราบไหว้ขอโชคลาภถูกน้ำท่วม 60 ซม. รวมทั้งลานอเนกประสงค์ที่นักท่องเที่ยวกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธถูกน้ำท่วมเกือบทั่วบริเวณน้ำสูงประมาณ 10-20 ซม. สอบถามนายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ กำนัน ต.บ้านม่วง และกรรมการบริหารคำชะโนด กล่าวว่า คืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำเพิ่มมากขึ้นในเกาะคำชะโนดอาจจะส่งผลให้กับประชาชนที่เข้าไปกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธ และอาจจะมีอสรพิษต่างๆรวมถึงสัตว์เลื้อยคลานที่คาดไม่ถึง ดังนั้นคณะกรรมการจึงปิดเกาะชะโนดชั่วคราวจนกว่าจะปกติ

ฝายพังทลายท่วม 13 ตำบล

ด้าน จ.นครราชสีมา นายอำนวย ปองนาน นอภ.ประทาย ลงพื้นที่ตรวจสอบฝายกั้นน้ำวังงาม บ้านโคกพระพัฒนา หมู่ 11 ต.วังไม้แดง หลังเมื่อคืนวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ฝายกั้นน้ำดังกล่าวถูกกระแสน้ำเซาะจนพังเสียหายหลายจุดทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและไร่นาได้รับความเสียหายหลายตำบล เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องช่วยกันขนย้ายสัตว์เลี้ยงทั้งหมูและไก่ให้ไปอยู่ในที่สูง ตั้งแต่มีพายุฝนตกติดต่อกันหลายวันทำให้มีน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สีดา และ อ.บัวลาย จากนั้นปริมาณน้ำจากทั้ง 2 อำเภอไหลมาที่ อ.ประทาย กระแสน้ำที่ไหลแรงทำให้ฝายที่สร้างด้วยดินถูกน้ำกัดเซาะและไม่สามารถต้านทานความแรงของกระแสน้ำได้คันดินขนาดใหญ่ได้พังทลายไปตามกระแสน้ำ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายทั้งหมด 13 ตำบล 151 หมู่บ้าน

สมภารทิ้งกุฏิหนีขึ้นศาลา

พื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนบน) บ้านสระพัง หมู่ 5 ต.บ้านเก่า ยังคงทรงตัวแต่ยังล้นสปิลเวย์เหมือนเดิมทำให้น้ำที่ท่วมไร่นาราษฎรกว่าหมื่นไร่ยังคงทรงตัวเช่นกัน ขณะเดียวกัน นายพรสถิต กาศขุนทด ปลัดอำเภอด่านขุนทด ร.ต.ลำดวน อ่ำกลาง หน.ชุด ร้อย.รส.ด่านขุนทด พัน.พัฒนา 2 และคณะนำถุงยังชีพออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต ต.ตะเคียน และ ต.บ้านเก่า ส่วนพระครูปริยัติวรญาณ เจ้าคณะตำบลบ้านเก่าและเจ้าอาวาสวัดจงกอ หมู่ 7 ต.บ้านเก่า เปิดเผยว่า น้ำท่วมวัดทั่วบริเวณสูงกว่า 50 ซม.จนถึงกุฏิชั้นเดียวทำให้ข้าวของและหนังสือเสียหายจำนวนมากต้องไปอาศัยหน้าศาลาพระพุทธรูปเก่าแก่แทน

เร่งระดมสูบน้ำออกจากพื้นที่

สำหรับ จ.ชัยภูมิ ภายหลังน้ำที่ล้นอ่างลำคันฉูและปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ใกล้เคียงได้ไหลหลากลงมาตามลำคันฉู เอ่อล้นท่วมถนน บ้านเรือน สถานที่ราชการและพื้นที่การเกษตร ในเขต อ.บำเหน็จณรงค์นั้น นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผวจ.ชัยภูมิ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ปภ.ชัยภูมิเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบที่เทศบาลตำบลบ้านเพชรซึ่งอยู่ติดลำน้ำคันฉู ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงโดยน้ำทะลักท่วมตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น.วันเดียวกันนี้ ส่งผลกระทบต่อสถานที่ราชการ อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน สวนสาธารณะ วัด รวมถึงตลาดสดคำปิงและพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 3,000 ไร่ และนำเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำออกทั้งหมดและสั่งทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา

พนังก้ันน้ำพังทะลักท่วมหมู่บ้าน

ที่ จ.อำนาจเจริญ หลังเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้พนังกั้นน้ำที่กั้นระหว่างลำเซบายกับหมู่บ้านดอนหว่าน หมู่ 9 ต.หัวตะพาน อ.หัวตะพาน ถูกกระแสน้ำกัดเซาะขาดกว้างประมาณ 30 เมตร ทำให้น้ำจากลำเซบายทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนทั้ง 64 หลังคาเรือน ถนนสายหลักทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถยนต์ รถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านต้องอาศัยรถยกสูงจากหน่วยทหารเข้าออกหมู่บ้าน และตลอดทั้งวัน ชาวบ้านต่างพากันขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงหนีน้ำกันเจ้าละหวั่น บางหลังถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถอาศัยได้

กระสอบทรายกั้นวัดหลวงพ่อพระใส

ด้าน จ.มุกดาหาร นายมนต์วิทย์ อัษฎายุทธ นอภ.ดงหลวง เปิดเผยว่า จากเหตุน้ำท่วมที่ผ่านมาส่งผลให้พื้นที่หลายตำบลใน อ.ดงหลวงได้รับความเสียหาย ส่วนการช่วยเหลือในเบื้องต้น กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอดงหลวง จ.มุกดาหาร ได้จัดเต็นท์ให้การช่วยเหลือและขอรับการสนับสนุนเรือท้องแบนกับเรือพลาสติกไว้ประจำจุดที่มีน้ำท่วมถนนทุกจุดเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่มีความจำเป็นต้องมีการสัญจรผ่านและประสานเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในเบื้องต้นด้วยและที่วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์หนองคายและกรรมการวัด โพธิ์ชัยช่วยกันนำกระสอบไปเรียงวางกั้นประตู 3 ด้านทางเข้าออกวัดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วม วัดซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เนื่องจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่จังหวัดหนองคายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

“ตลาดดงขุย” อ่วมจมบาดาล

จ.เพชรบูรณ์ พายุฝนที่พัดกระหน่ำอย่างหนัก ทำให้น้ำป่าไหลทะลักลงแม่น้ำป่าสักส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นจนทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ ต.ศิลา กับ ต.ตาดกลอย อ.หล่มเก่า รวม 6 หมู่บ้าน บางจุดถูกน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทหารจาก ช.พัน.8 พล.ม.1 ค่ายพ่อขุนผาเมืองเพชรบูรณ์ นำเรือท้องแบนและรถบรรทุกเข้าช่วยเหลือ ขณะที่สะพานเหล็กข้ามลำห้วยบ้านวังก้นหวด ต.ศิลา ถูกกระแสน้ำพัดขาดสะบั้น รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ต้องใช้เส้นทางอื่นแทนพากันเดือดร้อนอย่างหนัก ขณะที่น้ำป่าจากเทือกเขาวัง ไหลเข้าท่วมหมู่ 2 ต.พระพุทธบาท อ.ชนแดน ทำให้ตลาดดงขุยจมอยู่ใต้บาดาล เช่นเดียวกับถนนสายวัดสารีวงษ์-บ้านทุ่งตะโนด ถูกน้ำท่วมสูงระยะทางกว่า 10 กม. ส่งผลให้เส้นทางถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ทางจังหวัดเร่งช่วยเหลือเต็มที่

สุโขทัยเอาอยู่เริ่มคลี่คลาย

ที่ จ.สุโขทัย สายวันเดียวกัน พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และแนวทางป้องกันแก้ไขโดยมีนายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย พล.ต.ทรงวุฒิ จิตตานนท์ ผบ.กกล.รส. จังหวัดสุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์ให้รับทราบ จากนั้น พล.ท.วิจักขฐ์เดินทางไปตรวจดูจุดที่น้ำกัดเซาะใต้แนวพนังกั้นน้ำเดิมจนเป็นโพรงขนาดใหญ่กว้างกว่า 3 เมตร ริมถนนราชธานี หลังวัดไทยชุมพล ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย จนน้ำไหลทะลักเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีได้รับความเสียหายหนัก ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ช่วยกันอุดโพรงไว้ได้แล้วทำให้น้ำในเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีแห้งชาวบ้านต่างทำความสะอาดบ้านเรือนกัน ทั้งนี้ พล.ท.วิจักขฐ์เผยว่า สถานการณ์น้ำที่สุโขทัย เริ่มคลี่คลายลงแล้ว เนื่องจากทุกฝ่ายร่วมมือกันในรูปแบบประชารัฐ

พนังกั้นน้ำคลองกุ่มแตกอีก

ส่วน จ.พิษณุโลก ฝนที่ตกหนักบริเวณอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ทำให้น้ำป่าไหลลงสู่คลองชมพูที่ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ไหลบ่าท่วมบ้านวัด โรงเรียน บ้านปลวกง่าม หมู่ 5 ต.ชมพู ก่อนขยายเป็นวงกว้างท่วมไร่นาพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ขณะเดียวกันปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่คลองเนินกุ่ม ต.เนินกุ่ม อ.บาง-กระทุ่ม อย่างรุนแรงจนน้ำเอ่อล้นข้ามถนนหลายจุด ส่งผลให้พนังกั้นน้ำคลองกุ่มแตกร่วม 20 เมตร ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลออกสู่พื้นที่เกษตรและหมู่บ้านจมอยู่ใต้บาดาล ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก นายบุญเหลือ บารมี นอภ.บางกระทุ่ม ระดมกำลังบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ ผู้นำในพื้นที่ และชาวบ้าน ช่วยกันนำไม้และกระสอบทรายมาทำเป็นพนังอุดบริเวณคลองที่น้ำไหลออกกันให้วุ่น

น้ำยมลงเขื่อนเจ้าพระยา

นายสุชาติ เจริญศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 เผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงปกติ เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำคงที่อยู่ที่อัตรา 1,291 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.50 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง มีปริมาณน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 12.97 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 1,670 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้มีปริมาณน้ำจากแม่น้ำยมเริ่มหลากลงมาแล้วบางส่วน ทางกรม ชลประทานมีการระบายน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเตรียมไว้รองรับมวลน้ำก้อนนี้แล้ว ตอนนี้น้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา และพื้นที่ลุ่มต่ำทางด้านท้ายเขื่อนจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย

ฝนยังตกหนักเกือบทุกภาค

ที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “เซินกา” ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบนและประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนช่วงวันที่ 30 ก.ค.-4 ส.ค. จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเล อันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง

“พายุเนสาท” ไม่ผ่านเข้าไทย

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังแจ้งด้วยว่า ตามที่มีการนำข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยามาดัดแปลงส่งต่อผ่านสังคมออนไลน์โดยมีการแจ้งเตือนว่า “พายุเนสาท” พายุลูกต่อไปมีความรุนแรงกว่า“เซินกา” 2 เท่าตัว กําลังจะมาเยือนในอีก 7 วันข้างหน้า ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและสับสนแก่ประชาชนอย่างมากนั้น ทางสำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ขอยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงและจากการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์อากาศในระยะนี้ พบว่าพายุไต้ฝุ่น “เนสาท” มีทิศเคลื่อนตัวทางเหนือค่อนไปทางตะวันตก โดยจะเคลื่อนเข้าสู่เกาะไต้หวันในวันที่ 29-30 ก.ค. โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

จี้ปลด “บิ๊กฉัตร-อธิบดีกรมชลฯ”

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอเรียกร้องกรมชลประทาน หยุดบิดเบือนข้อมูลข่าวสารกรณี เขื่อนห้วยทรายขมิ้น จ.สกลนคร แตก และขอเรียกร้องให้หัวหน้า คสช.ปลดอธิบดีกรมชลประทานและ รมว.เกษตรฯออกจากตำแหน่งโดยระบุว่า กรณีเกิดพายุและฝนตกหนักน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่แต่ปรากฏว่าในพื้นที่ จ.สกลนคร โดยเฉพาะพื้นที่เขื่อนห้วยทราย มีการปล่อยปละละเลยให้มีการกักเก็บและสะสมปริมาณน้ำในเขื่อนไว้เป็นปริมาณมากกว่า 3.05 ล้าน ลบ.ม. เกินกว่าปริมาตรความจุของเขื่อนจะรองรับได้เพียง 2.66 ล้าน ลบ.ม. ทำให้เกิดน้ำล้นคันเขื่อนจนเป็นเหตุให้สันเขื่อนแตกยาวมากกว่า 20 เมตร ทำให้เกิดน้ำทะลักกว่า 1 ล้าน ลบ.ม. ไหลลงสู้ด้านท้ายของเขื่อนไปท่วมพื้นที่ ต.ขมิ้น ต.พังขว้าง ซึ่งมีบ้านเรือน เรือกสวน ไร่นา รถยนต์ของชาวบ้านและพื้นที่ทางการเกษตรจมอยู่ในน้ำก่อให้เกิดความเสียหายหลายร้อยหลายพันล้านบาท

กรมชลฯแจงการระบายน้ำ

ขณะที่นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย พร้อมกับเครื่องจักรและเครื่องมือเร่งดำเนินการซ่อมแซมสันเขื่อนที่ถูกกัดเซาะโดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ส่วนสันเขื่อนและทำนบดินที่เหลือยังมีความมั่นคงแข็งแรงดี อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีน้ำกัดเซาะสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น จ.สกลนคร ว่า ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีน้ำเพียง 60% หรือประมาณ 1.40 ล้าน ลบ.ม. จากความจุอ่างเก็บน้ำ 2.40 ล้าน ลบ.ม. แต่เนื่องจากมีฝนตกชุกมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีน้ำเต็มอ่าง เก็บน้ำในช่วงปลายเดือน พ.ค.

พื้นที่น้ำท่วมเหลือ 19 จังหวัด

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยปัจจุบันมี 19 จังหวัด คือสกลนคร นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ลพบุรี ระนอง และชุมพร โดยสถานการณ์ในภาพรวมระดับน้ำทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง สำหรับจังหวัดสกลนคร ระดับน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำจากเทือกเขาภูพานไหลหลากลงมา ประกอบกับอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ปริมาณน้ำสูงกว่าระดับกักเก็บน้ำ ทำให้น้ำไหลหลากท่วมพื้นที่รวม 7 อำเภอ

ไม่วางใจสั่งพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุเซินกาอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาจะแจ้งว่าปริมาณฝนจะลดลงแล้ว แต่ขอให้ทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงยังคงเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบางพื้นที่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ และน้ำเข้าท่วมในจุดสำคัญ เช่น โรงพยาบาล สนามบิน เป็นต้น ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายประชาชนออกมาได้เพราะน้ำท่วมฉับพลัน

โรงพยาบาลยังเปิดบริการปกติ

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากเหตุน้ำท่วมพบว่ามีโรงพยาบาลใหญ่ได้รับผลกระทบ 2 แห่งคือ 1.รพ.สกลนคร แต่ยังเปิดให้บริการประชาชนได้ เนื่องจากน้ำยังไม่เข้าไปในตัวอาคารของโรงพยาบาล 2.รพ.พังโคน มีน้ำล้นเข้าไปในคลังยาทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขนย้ายยาและเวชภัณฑ์ออกมาไว้ในพื้นที่สูงแต่ยังเปิดให้บริการได้ สำหรับมาตรการในการดูแลเบื้องต้นนั้น ต้องพยายามไม่ให้น้ำเข้าโรงพยาบาลเพื่อจะได้คอยดูแลประชาชนได้ตลอด ทั้งยังต้องให้การดูแลเจ้าหน้าที่ที่บ้านประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่ ด้าน นพ.กิติศักดิ์ ด่านวิบูลย์ รักษาการ ผอ.รพ.สกลนคร กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำลดลง 10 ซม.แล้วคาดว่าภายใน 1-2 วัน ระดับน้ำจะลดลงจนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การให้บริการยังทำได้เพราะระบบน้ำ ไฟฟ้า สามารถใช้การได้ปกติ

ห้ามขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้า

ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อได้แก่ แม็คโคร, เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และ 7-Eleven ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยให้เร่งเปิดดำเนินการและเร่งกระจายสินค้าเข้าสู่พื้นที่โดยด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาสินค้าขาดแคลนและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการจัดคาราวานสินค้าธงฟ้า โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ อาหารสำเร็จรูป น้ำตาลทราย และเครื่องนุ่งห่ม ลงไปจำหน่ายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้วย

“หากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพบว่า ร้านค้าใดฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หรือกักตุนสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทันที และหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะถูกดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นางอภิรดีกล่าว

ธอส.เตรียม 500 ล้านบาทให้กู้

ส่วนนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สกลนคร ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐซึ่งมีพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้านพร้อมที่จะเป็นกลไกหลักในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าที่ประสบ อุทกภัย โดยเตรียมวงเงิน 500 ล้านบาทจัดทำ “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560” ทั้งลูกค้าเดิมของ ธอส.และลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเดิมของ ธอส.ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหาย สามารถขอกู้เพิ่มหรือกู้ใหม่เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิมหรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย

กสทช.ควงค่ายมือถือลงพื้นที่

ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.สกลนคร ขณะนี้สำนักงาน กสทช. ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์สื่อสารเฉพาะกิจเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ และให้ตั้งศูนย์เพื่อให้ความช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้ และในวันที่ 30 ก.ค. กสทช. พร้อมด้วยโอปะเรเตอร์ทั้ง 5 ค่าย ได้แก่ AIS, DTAC, TRUE, TOT และ CAT ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.สกลนคร เพื่อตรวจสอบคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมด้วย

น้ำขังปิดสนามบินถึง 31 ก.ค.

นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า จากที่ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมภายในสนามบินสกลนครทั้งในส่วนของแท็กซี่เวย์กับรันเวย์ พร้อมกันนี้ ท่าอากาศยานสกลนครได้ประกาศปิดสนามบินมาแล้วตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.และปัจจุบันน้ำยังท่วมอยู่ ดังนั้น ทางสนามบินสกลนครจึงขอปิดการให้บริการสนามบินสกลนครไปจนถึงเวลา 23.59 น. ของวันจันทร์ที่ 31 ก.ค.60 ส่วนผู้โดยสารที่ได้จองตั๋วโดยสารเดินทางไปสกลนครด้วยสายการบินนกแอร์และสายการบินไทยแอร์เอเชีย มีความประสงค์ที่จะขอยกเลิกการเดินทาง เปลี่ยนตั๋วเดินทาง หรือขอรับเงินคืนไม่เดินทาง สามารถติดต่อ สายการบินนกแอร์ (Nok Air) เบอร์โทรศัพท์ 0-4271-3044 หรือ Call Center 1318 ส่วนสายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai Air Asia) เบอร์โทรศัพท์ 0-4272-4134 หรือ Call Center 0—2515—9999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง