วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุณชอบคนอื่นรำคาญ! เตือนขับรถเปิดเพลงเสียงดัง โทษหนักระวังนอนคุก

บก.จร. ออกโรงเตือน สายตื๊ด ชอบเปิดเพลงเสียงดังขณะขับขี่พาหนะ มีความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่อเข้าข่ายกฎหมายจราจร ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ส่งฟ้องศาลโดนโทษหนัก...

ย้อนไปก่อนหน้านี้ เคยเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถกระบะบริเวณบ้านท่าโรง ต.วัดพริก อ.เมืองพิษณุโลก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 คน ชาวบ้านบริเวณนั้น ให้ข้อมูลว่า พบเห็นผู้ขับขี่กระบะผ่านเส้นทางนี้ และมักจะเปิดเครื่องเสียงเสียงดังจนได้ยินไปไกล จึงคาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ได้ไม่ยินเสียงหวูดรถไฟ ซึ่งสอดคล้องกับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ภายในรถคันดังกล่าว ได้มีการติดตั้งลำโพงเครื่องเสียงไว้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับจุดตัดทางข้ามรถไฟยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างเครื่องปิดกั้นทางอัตโนมัติ ขณะนั้นยังสร้างไม่เสร็จด้วย ซึ่งทำให้ไม่ทันได้ระวังและข้ามในระยะกระชั้นชิด จึงเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

อีกเหตุการณ์หนึ่ง เกิดขึ้นที่ จ.ขอนแก่น มีหนุ่ม วัย 37 ปี ขับรถกระบะเชฟโรเลต สีดำ เป็นรถแต่งซิ่งติดเครื่องเสียงชุดใหญ่ มีลำโพงในห้องโดยสารประมาณ 10 ตัว ได้นั่งดื่มเบียร์ในรถคนเดียวพร้อมเปิดเพลงเสียงดัง ก่อนจะขับรถไปตามถนนในหมู่บ้านจนถูกชาวบ้านต่อว่า แต่กลับไม่สนใจ ยังขับรถวนไป-มา 2-3 รอบ ขณะที่กำลังจะขับรถออกจากหมู่บ้าน ก็ได้มีรถกระบะสีขาวคันหนึ่งขับมาประกบก่อนใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่ด้านหลังซ้าย กระสุนตัดขั้วหัวใจ และเสียชีวิต

ด้าน พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.1 บก.จร. เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า กรณีที่ขับรถเปิดเพลงส่งเสียงดัง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 370 ผู้ที่ส่งเสียง หรือทำให้เกิดเสียง หรือกระทำความอื้ออึง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

“ในกฎหมายไม่มีกำหนดว่า ต้องเปิดเพลงเสียงดังเท่าไรจึงจะถือว่ารบกวนคนอื่น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เสียงเพลงที่เปิดไปก่อความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น ก็เข้าข่ายตามกฎหมายอาญา หากมีคนโทรมาแจ้งเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปดำเนินการ แต่หากไม่มีผู้แจ้งและเจ้าหน้าที่ไปพบเห็นก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายอาญาได้เช่นกัน” พ.ต.อ.ธีระ อธิบาย

ขณะที่ กฎหมายอีกฉบับที่เข้าข่าย คือ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ (8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ส่วนบทลงโทษแก้ไขความเพิ่มเติม ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2535 มาตรา 30 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 43 (8) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะไม่ถึงขั้นแจ้งข้อหาตามกฎหมายจราจร เพราะต้องมีองค์ประกอบที่ชัดเจนมาก ว่า ผู้ขับขี่นั้นไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอย่างไรบ้าง โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจในการพิจารณาข้อหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับ เนื่องจากว่ามีโทษหนักและต้องส่งขึ้นศาล จึงต้องมีความผิดที่ชัดเจนจริงๆ ดังนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะดำเนินการตามฐานความผิดทางอาญาเรื่องการส่งเสียงดังมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากเป็นกรณีการใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงขณะที่ขับขี่ยวดยานพาหนะเข้าข่ายกฎหมายจราจรด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ธีระ อธิบายว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายมารองรับชัดเจนในเรื่องนี้ แต่อาจจะเข้าข่ายการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ตามมาตรา 43 (8) พ.ร.บ.จราจรทางบก ได้

“ผมอยากเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้ขับขี่ เพราะการเปิดเพลงเสียงดัง อาจทำให้ไม่ได้ยินเสียงแตรหรือเสียงภายนอกรถได้ ซึ่งจะผลต่อสมาธิในการขับรถอย่างมาก และอันตรายมากหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา รวมถึงอาจจะทำให้คนอื่นได้รับอันตรายด้วย เพราะเคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้วที่เปิดเพลงเสียงดังจนไม่ได้ยินเสียงแตรทำให้เกิดอุบัติเหตุ” พ.ต.อ.ธีระ ฝากทิ้งท้าย.