วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับแล้ว! ชายอุ้มฆ่าสายตำรวจยัดท่อเหลือแต่กระดูก ยังปากแข็งปฏิเสธ

ผกก.หาดใหญ่ นำกำลังเข้าจับกุมชายวัย 32 ปี ผู้ต้องหาอุ้มฆ่าสายตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดวัย 22 ปี ยัดศพในท่อเหลือแต่กระดูก ขณะย้อนกลับบ้านวันนี้ เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธ แต่พยานหลักฐานมัดแน่น

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 60 พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดและชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ เข้าจับกุม นายวิรัตน์ แก้วทองพันธ์ อายุ 32 ปี ได้คาบ้านพักใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ ตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายด้วย โดย นายวิรัตน์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ในคดีฆ่า นายภีรนัฐ ชุมทอง อายุ 22 ปี สายของตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถูกพบกลายเป็นศพถูกฆ่ายัดท่อระบายน้ำเหลือแต่กระดูก เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากญาติได้เข้าแจ้งความว่าหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.

จากการสอบสวน นายวิรัตน์ ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และแม้ว่าจะปฏิเสธแต่จากรายงานการสืบสวนของตำรวจมีพยานและหลักฐานชัดเจน โดยหนึ่งในพยานสำคัญให้การว่า นายวิรัตน์ เป็นคนฆ่า นายภีรนัฐ ในคืนเกิดเหตุโทรศัพท์หลอกให้ นายภีรนัฐ ออกมาพบและลงมือฆ่า แต่ไม่ทราบว่าฆ่าวิธีใด ก่อนที่จะติดต่อให้ทีมงานซึ่งเป็นพยาน 3 คน ขับรถกระบะนำรถจักรยานยนต์ของ นายภีรนัฐ ไปทิ้งคลองในพื้นที่ อ.คลองหอยโข่ง ส่วนศพ นายวิรัตน์ เป็นคนนำไปยัดท่อระบายน้ำแต่ไม่ทราบว่ามีคนอื่นร่วมด้วยอีกหรือไม่ ส่วนสาเหตุมาจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด เนื่องจาก นายวิรัตน์ เข้าใจว่า นายภีรนัฐ เป็นคนแจ้งเบาะแสเรื่องการค้ายาเสพติดให้ตำรวจทราบจนถูกจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง

ด้าน พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส. สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ในระหว่างที่ นายภีรนัฐ หายตัวไป ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นบ้านพักของ นายวิรัตน์ มาแล้วครั้งหนึ่ง ยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนได้หลายการ แต่จากการสอบสวนให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงเพียงแค่แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครองครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่หลังจากที่ได้รับการประกันตัวออกไปก็หลบหนีออกจากพื้นที่ กระทั่งพบมาพบศพ นายภีรนัฐ เมื่อสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจึงขออนุศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับ กระทั่งจับกุมได้ขณะย้อนกลับมาที่บ้านพักในวันนี้ และถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเสพยาเสพติด.