วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมื่อลูกแฝดอิจฉากัน

โดย ครูเคท

เมื่อวันก่อนมีคุณแม่ท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษาเรื่องลูกชายฝาแฝดอยู่ชั้นประถม ทั้งคู่ชอบทะเลาะและอิจฉากันอย่างมากผิดปกติจนคุณแม่เหนื่อยใจ ต้องเข้ามาขอคำปรึกษา เด็กทั้งสองจะคอยเปรียบเทียบกันและกันตลอดเวลา ถ้าใครได้ของอะไร อีกคนจะต้องได้บ้าง เด็กแฝดสองคนหน้าตาไม่เหมือนกันนักเพราะเกิดจากการทำกิฟต์ คนพี่หน้าตาดี ร่างกายแข็งแรง คนน้องตัวผอมและใส่แว่นหนา

แฝดคนพี่ เป็นเด็กฉลาด คิดเร็ว ขี้เบื่อ ชอบให้ชม ยิ่งชมยิ่งบ้ายอ จะทำใหญ่ ท่าทางโดยรวมกล้าแสดงออก แต่จริงๆ ขี้กลัว ติดแม่มาก เข้าห้องน้ำคนเดียวไม่ได้กลัวผี เวลานอนก็ต้องให้แม่มานอนข้างๆ แฝดพี่ปกติจะช่างพูดช่างจา แต่เวลาเหงุดหงิดจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ แม้จะรักแม่มาก แต่พอโมโหจะทุบตีแม่ เวลาแม่ให้ทำอะไรมักจะบ่นว่าเบื่อ แม่ชอบบังคับ ส่วนแฝดคนน้อง เป็นคนเงียบๆ ขี้น้อยใจ ขี้แง ญาติผู้ใหญ่ในบ้านพากันชอบคนโตมากกว่าคนน้อง ชอบชวนคนพี่ออกไปข้างนอก แต่ไม่ค่อยชวนคนน้อง แฝดน้องเลยไม่อยากออกไปไหนนอกบ้าน ชอบอยู่บ้านอ่านหนังสือ ทำงานศิลปะ มีสมาธิดีกว่าพี่ จึงเรียนเก่งกว่าพี่ เมื่อทุกคนในบ้านดูจะชอบแฝดพี่มากกว่าเพราะช่างฉอเลาะจำนรรจา แฝดน้องจึงมักพูดบ่อยๆ ว่าไม่มีใครรัก ไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว มีแต่คนรังแก (หมายถึงแฝดพี่)

มองดูจากบุคลิกลักษณะนิสัยของแฝดทั้งสอง เราอาจจะคิดว่าเป็นนิสัยติดตัวมาแต่กำเนิด ฝาแฝดส่วนใหญ่นิสัยจะไม่เหมือนกันอยู่แล้ว และพี่น้องอายุใกล้กันมักจะทะเลาะกันอิจฉากันเป็นเรื่องธรรมดา แต่แฝดคู่นี้มีพฤติกรรมแข่งขันกันตลอดเวลา ไม่เอื้ออาทรต่อกันและกัน และเมื่อสังเกตพฤติกรรมในสภาพแวดล้อมที่มีทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก จะเห็นลักษณะของการเอาตนเองเป็นศูนย์กลางและการไม่สนใจคนและสิ่งแวดล้อม แต่จะสนใจเฉพาะสิ่งที่ตนเองต้องการ

เมื่อได้วิเคราะห์พฤติกรรมพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ในบ้านในการเลี้ยงดูเด็กทั้งสอง พบว่าทุกคนในบ้านให้ความสนใจคนพี่มากกว่าคนน้อง แต่ก็รักทั้งสองคน ผู้ใหญ่แสดงออกทางความรักด้วยการกอดและหอมแก้ม และให้สิ่งของที่อยากได้ ดูเหมือนเด็กทั้งสองได้รับความรักอย่างท่วมท้น และความรักได้ถูกนำไปประเมินค่าด้วยสิ่งของที่จับต้องได้ ดังนั้น เมื่อคนใดได้สิ่งของอะไร อีกคนจะต้องได้ด้วย ถ้าไม่ได้จะรู้สึกว่าผู้ใหญ่รักอีกคนมากกว่านั่นเอง จะเห็นได้ว่าเด็กทั้งสองไม่เคยถูกสอนให้เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของตนเอง ความต้องการของเขาเกิดจากการเปรียบเทียบว่าถ้าใครได้อะไรฉันต้องได้ด้วย ดังนั้น ใครมีลูกแฝดหรือมีพี่น้องหลายคน เรื่องการซื้อของเหมือนกัน หรือให้อะไรใครก็ต้องได้เหมือนๆ กันนั้น อาจเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการอิจฉาริษยากันในหมู่พี่น้องได้ พ่อแม่ควรการพูดคุยกับลูกอย่างสร้างสรรค์ นั่นคือ พ่อแม่พูดให้น้อยลง ชี้นำให้น้อยลง แต่ฝึกการพูดคุยลักษณะอภิปรายให้ลูกค่อยๆ เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตนเอง เช่น เมื่อลูกอยากได้รองเท้าคู่ใหม่ (อย่ารีบซื้อให้ หรือรีบปฏิเสธ) พ่อแม่ควรสอบถามถึงมุมมองของเด็กเกี่ยวกับสิ่งนั้น เช่น ลูกชอบมันตรงไหน ถ้าลูกได้รองเท้าคู่นี้แล้วจะทำให้ลูกรู้สึกอย่างไร รองเท้าคู่นี้ต่างจากคู่เก่า หรือคู่อื่นๆ อย่างไร จะต้องมีการดูแลรักษารองเท้าคู่นี้เป็นพิเศษหรือไม่อย่างไร ราคาคุ้มค่าหรือไม่ ให้เด็กลองใส่ ให้เขาได้สัมผัสความสบายด้วยตัวของเขาเอง ให้เวลาเขาได้ครุ่นคิดจนตกผลึกว่าเขาอยากได้รองเท้าคู่นี้จริงๆ หรือไม่ และเมื่อเด็กมีเหตุผลเพียงพอที่จะซื้อให้ พ่อแม่ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อให้อีกคนหนึ่งถ้าเขาไม่ได้ต้องการมันจริงๆ (ในตอนต้นเขาอาจจะอยากได้เพราะเปรียบเทียบกันกับพี่น้อง แต่เมื่อให้เวลาเขาได้พูดคุยและครุ่นคิด ถ้าเขาไม่อยากได้มัน พ่อแม่ควรกล่าวชมถึงความมีเหตุมีผลของเขา และไม่ต้องบอกให้เขาเลือกของชิ้นอื่น แต่ควรบอกลูกที่ไม่ได้ของในครั้งนั้น ว่าในโอกาสหน้าหากลูกอยากได้ของอะไรให้มาบอกพ่อแม่ คือทำให้เขารู้ว่าเขาควรเข้าใจความอยากที่แท้จริงของเขา และไม่ควรสร้างเป็นเงือนไขว่าไม่ได้วันนี้ วันหน้าจะต้องได้) นอกจากนี้ อย่าให้เด็กๆ ตีค่าความรักเป็นสิ่งของ ความจริงเด็กๆ ต้องการเวลาและการเอาใจใส่ตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาพูด เข้าใจความรู้สึกของเขาในขณะนั้น พ่อแม่ต้องช่างสังเกตช่างพูดคุยสอบถาม อย่าด่วนตัดสินไปเองว่าลูกรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้ หรือลูกควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ เวลาอยู่กับลูกขอให้อยู่ในโลกของเขาด้วย ไม่ใช่จมอยู่ในโลกของพ่อแม่บนมือถือ มีเพียงตัวที่นั่งอยู่ข้างๆ ลูก การเลี้ยงลูกเป็นศิลปะและเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่มีคำแนะนำในตำราใดจะดีไปกว่าการสังเกต เปิดใจ และมีเมตตากรุณากับลูกๆ ของพ่อแม่ค่ะ

ใครมีปัญหาญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

ครูเคท