วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"สตม." เด้งรับแก้ปัญหา แรงงานต่างด้าวอย่างยั่งยืน

ตื่นตระหนกกันไปพอสมควร สำหรับ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ก่อให้เกิดกระแสพูดถึงในสื่อทุกแขนงและมีการส่งต่อในสื่อออนไลน์อย่างกว้างขวาง ตามมาด้วยการทยอยเดินทางกลับประเทศของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

เนื่องจากแรงงานถูกนายจ้าง “ลอยแพ” เพราะกลัวบทลงโทษที่รุนแรง ปัญหาหลักเกิดจากขาดการประชาสัมพันธ์ที่เพียงพอก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ทำให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวไม่ทัน

แต่หากจะพูดกันจริงๆ เรื่องแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ภาครัฐได้เปิดโอกาสให้มีการลง ทะเบียนคนต่างด้าวมาแล้วหลายครั้ง หน่วยงานที่รับผิดชอบเดินหน้าปราบปรามการค้าแรงงานเถื่อนและขบวนการค้ามนุษย์

จนแล้วจนรอดจำนวนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในประเทศไทยก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง นับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น กฎหมายใหม่ที่ออกมา เปรียบเสมือนยาแรงที่ใช้รักษาโรคเรื้อรัง อย่างได้ผล แต่การให้ยาอาจจะต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป มิฉะนั้นคนไข้อาจจะเสียชีวิตไปพร้อมๆกับโรคร้ายก็เป็นได้มาตรการชั่วคราวที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการคนต่างด้าวของ คสช.เป็น คำตอบสำหรับปัญหาดังกล่าว

การยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ไปอีก 6 เดือน ให้โอกาสผู้ประกอบการได้ดำเนิน-การตามที่กฎหมายกำหนด โดยยังคงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เป็นทางออกที่สร้างความสมดุลในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง

นอกจากขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายแล้ว ยังคาดโทษเจ้าหน้าที่นอกแถวที่แสวงหาประโยชน์จากแรงงานต่างด้าวโดยมิชอบ สั่งให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทำงานของคนต่างด้าว ภายหลังจากมาตรการ คสช.ออกมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ได้มีวิทยุด่วนที่สุด สั่งการให้หน่วย ตม.ทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

แต่ยังมีเจ้าหน้าที่นอกรีตบางส่วน “ลองของ” ไม่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล หลังได้รับข้อมูล สตม.ได้มีคำสั่งฟันเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในข่ายหลายนายย้ายด่วนออกนอกพื้นที่ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ย้ำถึงสถานการณ์แรงงานต่างด้าวที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ และแนวทางในการดำเนินการของ สตม.ว่า “พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และมาตรการชั่วคราวที่ออกมา ถือเป็นความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทำงานของคนต่างด้าวให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล วางกฎเกณฑ์และกติกาให้แรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้ามาในระบบให้ มากที่สุด ปัญหาแรงงานต่างด้าวเถื่อนเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน ส่งผลกระทบถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในสายตานานาชาติ เราเพิ่งพ้นจากการจัดอันดับ “เทียร์ 3” ในรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกามาไม่นาน ถ้าเราไม่แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เราอาจจะต้องกลับไปอยู่ในระดับเดิมในอีกไม่ช้า หากเราจะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างความมั่นคงด้านแรงงาน เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน”

“จากจำนวนแรงงานต่างด้าวนอกระบบที่คาดการณ์ว่ามีจำนวนกว่าหนึ่งล้านคนทั่วประเทศ ตัวเลขจริงอาจจะสูงกว่านั้น คนจำนวนกว่าหนึ่งล้านคนในสังคมของเราที่เราไม่มีข้อมูลเลยว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน เข้ามาประเทศเราเมื่อไหร่ แม้แต่ชื่อ-นามสกุล เราก็ยังไม่รู้ ถือเป็นช่องโหว่ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และกระทบถึงความ ปลอดภัยของประชาชนในสังคมอย่างร้ายแรง หลายครั้งที่แรงงานเถื่อนเหล่านี้ก่อคดี อาทิ คดีฆ่าโหดนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก กระทบถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในสายตานานาชาติ หรือคดีคนงานกัมพูชาฆ่าโหดนายจ้างแผงผักตลาดไท เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา”

“หากท่านสงสัยว่าคดีเหล่านี้มีอยู่เท่าใด ลองค้นหาในอินเตอร์เน็ตใส่คำว่า “ฆ่าโหดนายจ้าง” ข่าวที่พบหลายคดี ผู้ก่อเหตุเป็นแรงงานต่างด้าวเถื่อน ยังไม่นับคดีน้อยใหญ่ที่ไม่เป็นข่าว ส่วนใหญ่เป็น คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ฉกชิงวิ่งราว ลักทรัพย์นายจ้าง สตม.ได้ปราบปรามขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อนและการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ทลายแหล่งพักพิงแรงงานเถื่อน หรือ “ล้ง” ทั่วประเทศ ดำเนินคดีกับเอเย่นต์และนายหน้าเป็นจำนวนมาก เป็นการตัดวงจรค้าแรงงานเถื่อน แต่ยังมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก”

พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวย้ำว่า “ตราบใดที่ตลาด ยังคงมีอุปสงค์ด้านแรงงานอยู่ ถึงเวลาแล้วที่ควรให้ความสำคัญกับปัญหาอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหา ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนแบบบูรณาการทั้งระบบ จะหวังพึ่งพาแต่กลไกของภาครัฐหรือการปราบปรามของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กลไกภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบการควรดำเนินธุรกิจโดยรับผิดชอบต่อสังคม ถึงเวลาแล้วที่เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสนองนโยบายของรัฐบาลจริงจัง ร่วมมือกันแก้ปัญหาของประเทศชาติ ก่อนหน้า สตม.ได้ตรวจพบเจ้าหน้าที่ “นอกแถว” มีคำสั่งย้ายด่วนออกนอกพื้นที่นับสิบราย คำสั่งที่ออกไปเป็นเพียงมาตรการขั้นต้น ผบช.สตม.ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากผลปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้กระทำผิดจริง จะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด”

ทันทีที่มาตรการออกมา พล.ต.ท.ณัฐธรได้สั่งการให้หน่วย ตม.ทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่ต้องการเดินทางกลับประเทศเพื่อดำเนินการด้านเอกสารให้ถูกต้อง เน้นย้ำว่าต้องไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ นอกเหนือไปจากค่าธรรมเนียมที่กฎหมายกำหนด

ผบช.สตม.ได้เรียกประชุมผู้บริหารและหัวหน้าด่าน ตม.ทั่วประเทศ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และอธิบายถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการไปในแนวทางเดียวกัน และยึดถือมาตรการของ คสช.โดยเคร่งครัด ได้สั่งให้หัวหน้าด่านทั่วประเทศไปควบคุมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อย ทุกด่านจะต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด หากตรวจพบทุกคนที่เกี่ยวต้องรับผิดชอบ

ได้เร่งรัดนำเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน อาทิ ระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ เป็นตัวคั่นกลางระหว่างผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่ ลดการเผชิญหน้า ลดการใช้ดุลพินิจ ตัดโอกาสเรียกรับผลประโยชน์ และการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมพื้นที่ในทุกด่าน เพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายบริการด้วยความรวดเร็ว ทันสมัย โปร่งใส เป็นมาตรฐานสากล ตามนโยบาย สตม.

ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อความมั่นคงด้านแรงงาน เศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล.


ทีมข่าวอาชญากรรม