บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 30/07/60

โดย สีกาอ่าง

พระปิดตาพิมพ์หกเหลี่ยมหลังตะแกรง หลวงปู่เฮี้ยง วัด (ป่า) อรัญญิกาวาส ชลบุรี ของวิทยา ชัยคูณผล.

ธรรมะ สนามพระวิภาวดี วันนี้ หลวงพ่อจรัญ สอนว่า “ธรรมะ สอนให้คนรู้จักชนะตนเองไม่ใช่เอาชนะคนอื่น รู้จักมีปัญญารู้ไม่ใช่อวดรู้ รู้จักปล่อยวางไม่ใช่ยึดติด รู้จักถ่อมตนไม่ใช่ถือตัว ถึงจะอยู่ได้อย่างมีความสุข”.....

วันนี้มี พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม กรุวัดใหม่อมตรส มาเปิดเวที.....

องค์นี้ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา เห็นก็ชื่นชมเจ้าของพระ ที่ค้นพบ พระสมเด็จ ที่มีคุณสมบัติเป็นเลิศ แบบ “ดีแน่ แท้ชัวร์ สวยแชมป์” สมกับที่กำนันเขียนกำกับมาว่า สวย 100%.....

พิจารณาไล่เรียงได้จาก พิมพ์พระ วรรณะ ผิวพรรณ เนื้อใน ฟอร์มทรง สัดส่วน สภาพ คราบฝ้า รากรุ คราบน้ำ ไขกรุราดำ ที่เห็นผุดขึ้นเป็นเม็ดเป็นตุ่ม เกาะกลุ่มรวมกัน (หางกระเบน) .....

โดยเฉพาะ ลักษณะ การตัดขอบ ที่ยังดูคมสมบูรณ์ไม่มีหลุดล่อนแม้น้อยนิด ยืนยันความเป็นพระที่ผ่านการเก็บรักษามาอย่างรู้คุณค่า ไม่เคยผ่านการสัมผัสใช้แม้แต่น้อย องค์พระจึงอยู่ในสภาพสวยสมบูรณ์เต็มร้อย ซึ่งกล่าวได้ว่ามีน้อยกว่าน้อย ในวงการนับองค์ได้แค่หลักหน่วยเท่านั้น ไม่ถึงหลักสิบด้วยซ้ำ จริงๆ.....

ตามมาด้วย พระปิดตา พิมพ์หกเหลี่ยม หลังตะแกรง พระวรพรตปัญญาจารย์ (หลวงปู่เฮี้ยง) วัด (ป่า) อรัญญิกาวาส ชลบุรี พระเกจิอาจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติเป็นพระแท้ ออกบิณฑบาตเป็นนิตย์ กวาดลานเป็นกิจวัตร ไปตามกิจนิมนต์ที่รับด้วยตัวท่านเองทุกครั้ง.....

ท่านเลื่องลือว่ามีวิชาพุทธาคมเข้มขลังสร้าง ตะกรุด พระเครื่อง ที่ปรากฏอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยอย่างสูง จึงสร้างศรัทธาเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองชลฯ จนขนานนามเรียกท่านว่า หลวงพ่อแก้ว วัดป่าฯ.....

เพราะท่านเป็นผู้รวบรวมผงพุทธคุณ ๙ แท่งของ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ที่ได้จากการเปิดกรุพระเจดีย์ วัดเครือวัลย์ มาเป็นมวลสาร ผสมสร้างเป็น พระพิมพ์ปิดตา ยุคแรก (พ.ศ.๒๔๘๔) พิมพ์หลังตาตะแกรง กับ พิมพ์หลังแบบฯ.....

ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๑ บิดามารดา ตั้งชื่อว่า กิมเฮี้ยง คุณตาเป็นเจ้าเมือง คุณพระอินทร์อาษา .....

มีนิสัยใฝ่เรียนหาวิชาความรู้แต่เด็ก ตอนเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ มีความสำนึกรักชาติ จึงสมัครเป็นตำรวจภูธร ประจำการอยู่ ๒ ปี อายุ ๒๔ อุปสมบท มีท่านเจ้าคุณ พระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ วัดเขาบางทราย เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชได้ ๓ พรรษา ก็ได้รักษาการ เจ้าอาวาส ถึงปี พ.ศ.๒๔๖๖ ได้แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส.....

ท่านคิดว่าตนเองมีจุดอ่อนในด้านภาษาศาสตร์ จึงคิดสร้างโรงเรียน แต่ขาดทุนทรัพย์ จนคืนหนึ่ง ฝันว่า พระปลัดชื่น อดีตเจ้าอาวาสมาบอกตำแหน่ง เก็บตำราพุทธาคม ว่า ซ่อนอยู่เหนือรางน้ำในกุฏิท่าน.....

รุ่งเช้าค้นหาก็พบตามฝัน เปิดตำราศึกษาวิชาสำเร็จ จึงสร้างเครื่องราง ตะกรุดฝาบาตร (ใช้ฝาบาตรที่สวดญัติจตุตถกรรม) เพื่อหาทุนสร้างโรงเรียน จนสำเร็จ.....

ต่อมาจึงทำการบูรณะวัด โดยการสร้าง พระปิดตา จากผงพุทธคุณ ๙ แท่ง ถือเป็น พระปิดตารุ่นแรก ที่มี พิมพ์พระปิดตา หลังแบบ อย่าง หลวงพ่อแก้ว กับ พิมพ์หกเหลี่ยมหลังตะแกรง อย่างองค์ในภาพของ เสี่ยวิทยา ชัยคูณผล ซึ่งเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะเป็นพิมพ์ที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ พระปิดตา หลวงปู่เฮี้ยง ชัดเจน.....

อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์มีมากด้านเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ เทียบได้กับ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว แถมด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีก็มีประสบการณ์สูง--ราคาค่าความนิยม องค์งามๆ จึงถึงหลักล้านแล้ว.....

ตามมาด้วย พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง ของ เสี่ยทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา พิจารณาจากภาพเป็น พระแท้สวยสมบูรณ์ ดูง่าย มีริ้วรอยผ่านการใช้บ้าง แต่ด้านหน้ายังคงความงามของพิมพ์พระ เส้นสายลายศิลป์ ในระดับประกวดได้อยู่.....

ด้านหลังลักษณะการปาดแต่ง ขอบมุมลบเหลี่ยมกลมมน ถูกต้องตามตำรา เป็นจุดที่ต้องจดจำ เด่นสุดที่ สีเนื้อที่ขาวนวลสะอาดตา ลักษณะเป็นเนื้อนิยม ที่ซื้อได้ ใช้ดี สบายใจ.....

ตอนนี้ ๓ พิมพ์มาตรฐาน ของวัดเกศ มีราคาอยู่ที่หลักแสน หลักล้าน เรียงจากคือ พิมพ์ฐาน ๗ ชั้น A พิมพ์ ๖ ชั้นอกตัน และพิมพ์ ๖ ชั้นอกตลอด.....

องค์ต่อไป คือ พระปิลันทน์ พิมพ์ซุ้มประตู สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัต) วัดระฆังฯ เป็นพิมพ์พระยอดนิยมเบอร์ต้นของตระกูล พบทั้งชนิดไม่บรรจุกรุ ไม่มีคราบไข กับชนิดบรรจุกรุ (มีคราบไข) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ราคาองค์งามเยี่ยมแบบองค์ในภาพนี้ของ เสี่ยสุรัตน์ ตรีธนากร บ.พาวเวอร์เวลเอนจิเนียริ่ง ต้องมีหลักแสนต้นๆแน่นอน.....

อีกองค์ก็เป็น พระปิดตามหายันต์ เนื้อโลหะผสม สัมฤทธิ์เงิน หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ บางขุนเทียน พระเถราจารย์ ที่ ร.๕ ทรงนับถือมาก ขณะดำรงสมณศักดิ์พระครูศีลคุณธราจารย์ ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโคนอน ทรงอาราธนานิมนต์ หลวงปู่เอี่ยม ให้กลับมารับตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดหนังวรวิหาร ในฐานาสมณศักดิ์พระราชาคณะที่ พระภาวนาโกศลเถระ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๑ .....

ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ท่านเริ่มสร้าง พระปิดตามหายันต์ เนื้อสัมฤทธิ์ ธาตุ (โลหะ) อย่างหนึ่ง ที่มีส่วนผสมหลักอย่างน้อย ๓ ชนิด คือ ทองเหลือง ดีบุก ทองแดงเป็นหลัก กับโลหะอื่นรวมอย่างมากไม่เกิน ๙ ชนิด หลอมผสมรวมกัน สำเร็จเป็นเนื้อเดียวแบบสูตรใครสูตรมัน.....

สำหรับ เนื้อสัมฤทธิ์วัดหนังฯ มีแบบ เนื้อในสีน้ำตาลอมแดง ผิวสีน้ำตาลเข้ม ผิวเนื้อมีประกายเงิน กับแบบ เนื้อในสีเงินยวง เรียก สัมฤทธิ์เงิน ผิวเนื้อมีสนิมขุมดำ คราบไขขาวในซอกส่วนลึก และยังมี พระปิดตา ชนิด เนื้อเมฆพัตร เนื้อตะกั่ว แต่ได้รับความนิยมน้อย จัดสร้างเพื่อหารายได้บูรณะวัดเมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๕๓.....

องค์นี้เมื่อปีก่อนลงภาพไปแล้ว ครั้งนี้นำมาให้แฟนคลับที่อยากเห็นภาพ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม “องค์ครู” เพื่อพิจารณาศึกษา จดจำพิมพ์ที่เป็นมาตรฐาน ฟอร์มทรงที่ได้สัดส่วน ความสวยสมบูรณ์ เส้นยันต์ติดเต็มชัดลึก ตลอด ทุกเส้น ช่องไฟเว้นระยะพองามเสมอกันทั่วองค์ ผิวเนื้อมีสนิมเงินเห็นเป็นประกายเก่าเดิมๆ.....

เหรียญเงินลงยา รุ่นแรก หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร ของ เสี่ยคำรณ สัยยะนิฐี ที่จ่ายเงิน ๓.๕ ล้าน แลกมาด้วยความภูมิใจสุดๆ พร้อมประกาศซื้อมาเก็บ ไม่ขาย เพราะเล่นพระมาทั้งชีวิตเพิ่งเจอเหรียญนี้ ที่เป็น เหรียญลงยาเก่ามาแต่เดิม ก็จดจำไว้ อีกครั้งว่าของแท้มาแต่เดิม สีน้ำยา ต้องเป็นเช่นนี้ และเหรียญนี้เป็น ๑ ในแค่ ๒๕ เหรียญ ที่มีสร้างมาแต่เดิม.....

ตามมาด้วย พระยอดขุนพลเสมาตัด กรุวัดบรมธาตุ กำแพงเพชร พระพิมพ์ยอดขุนพล ที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมสูง ค้นพบในกรุพระวัดบรมธาตุ วัดอาวาสน้อย และกรุอื่นๆในบริเวณลานทุ่งเศรษฐี .....

มีทั้งชนิด เนื้อชินเงิน ที่นิยมสุด และ เนื้อดิน เนื้อว่าน (หน้าทอง) พุทธลักษณะเป็นองค์พระปางสะดุ้งมาร ประทับนั่งเหนือฐานบัวในซุ้มเรือนแก้ว กรอบรอบนอกมีรอยตัดเป็น รูปทรงเสมา เป็นเหตุแห่งชื่อเรียก ที่มีความมุ่งหมายให้มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านคุ้มครองป้องกันถึงคงกระพันชาตรี.....

แต่ปรากฏว่าเมื่อมีผู้นำไปใช้บูชา กลับแสดงอานุภาพปรากฏเด่นชัดด้านเมตตาค้าขาย ทำให้เลื่องลือกันว่าเป็นพระที่มีพุทธคุณดีครบเครื่อง แม้เป็นพระมีขนาดเขื่อง สูง ๖ ซม. กว้าง ๔ ซม.ก็ยังเป็นที่ปรารถนาของทั้งพ่อค้าแม่ค้านักธุรกิจใหญ่เมืองเหนือกันมาก องค์ในภาพไม่สวยมากแต่เป็นพระสภาพเดิมๆของ คุณพี่โชติมา นิ่งกิ่งรัตน์ ศรีสะเกษ.....

องค์ปิดท้ายเป็น พระพุทธรูปบูชา ศิลปะสมัยหริภุญไชย เนื้อสัมฤทธิ์แก่เงิน หน้าตัก ๕ นิ้ว.....

ยุคหริภุญไชยมีหลักฐานตำนานพงศาวดารศิลาจารึก บันทึกว่าเป็นอาณาจักรที่มีอายุยืนยาวถึง ๖๒๔ ปี (พ.ศ.๑๒๒๓-๑๘๒๔) จึงพบหลักฐานทั้งประวัติศาสตร์ การปกครอง ขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรม ที่ต่างกันบ้าง ตรงกันบ้าง เป็นธรรมดา.....

แต่เรื่องหนึ่ง ส่วนใหญ่สรุปตรงกันคืออาณาจักรหริภุญไชย สร้างสำเร็จด้วยความร่วมมือของฤๅษี ๔ ตน ราวปี พ.ศ.๑๒๐๐ โดยมีเมืองลำพูนเป็นศูนย์กลาง.....

สร้างเสร็จ บารมีไม่ถึง ก็ต้องหาผู้มากบารมีมาปกครอง ฤๅษีทั้ง ๔ ท่านจึงเดินทางไปสวามิภักดิ์ พระเจ้าจักรวรรดิราช กษัตริย์มอญ ผู้ครองลพบุรี ศูนย์กลางอาณาจักรทวารวดีเมืองเหนือ คู่กับเมืองนครปฐม ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมืองใต้ เพื่อขอพระราชทานพระราชธิดาคือ พระนางจามเทวี ไปครองเมืองหริภุญไชย.....

พระนางจามเทวี จึงเสด็จพร้อมไพร่พลประชาชน ทุกสาขาวิชาชีพ นักปราชญ์ราชบัณฑิต ช้างม้าวัวควาย อย่างละ ๕๐๐ ขึ้นไปครองเมืองหริภุญไชย เมื่อปี พ.ศ.๑๒๐๕.....

ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาแบบลังกา (มหายาน) พระนางได้สร้างวัด 4 มุมเมืองขึ้นเป็น จตุรพุทธปราการ และสร้าง พระพุทธรูปพระพิมพ์พุทธศิลป์ทวารวดีมอญผสมล้านนา กำเนิดเป็น พุทธศิลป์หริภุญไชย.....

ถึงสมัย พระยาสรรพสิทธิ์ ครองราชย์ พ.ศ.๑๖๑๖-๑๖๖๑ เป็นอีกยุคที่บ้านเมืองมีความสงบสุขปลอดศึกสงคราม จึงบำรุงพระพุทธศาสนา เจริญสัมพันธไมตรีกับบ้านเมืองใกล้เคียงอย่างพม่า พุกาม จึงมีการแลกเปลี่ยนศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมกันอย่างต่อเนื่อง จนถึงสมัย พระเจ้าครรชิต–พระเจ้านรปติสิทธู พ.ศ.๑๖๒๗-๑๗๑๖ ถือเป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา.....

จากยุคสมัย จึงมีนักนิยมพระเครื่องพระบูชา ให้ทรรศนะว่า พระพุทธรูปพระพิมพ์เมืองเหนือ ที่ว่าเป็น พุทธศิลป์สมัยหริภุญไชย อาจแบ่งแยกการสร้างได้เป็น ๓ ยุค คือ ยุคต้น สมัยพระนางจามเทวี ศิลปะมอญผสมล้านนา ยุคกลาง พระยาสรรพสิทธิ์ แบบมอญผสมล้านนา พม่า พุกาม ยุคปลายพระเจ้าครรชิต ศิลปะเป็น มอญล้านนาผสมพม่า ศรีวิชัย.....

การพิจารณาแบ่ง แยก นอกจากจะพิจารณาที่พุทธศิลป์แล้ว ยังต้องพิจารณาอายุการสร้างจากเนื้อพระ โลหะ สนิมคราบไคลไข อย่างพระพุทธรูปองค์ในภาพนี้ของเซียนใหญ่ ศิริ คูวิบูลย์ศิลป์ เป็น พระพุทธรูปศิลปะหริภุญไชย ยุคต้น ที่ยังมีความสมบูรณ์งดงามเป็นที่สุดอีกองค์.....

บอกลากันแบบฮาเฮ ด้วยเรื่องปิดท้าย ที่บ้านหลังใหญ่ในกรุงเทพฯ ของ คุณปู่ครรชิต วัย ๙๑ ปี ซึ่งป่วยกระเสาะกระแสะด้วยโรคชรา.....

วันหนึ่ง จึงเรียก นายคำรบ หลานชายวัย ๓๕ อาชีพค้าอะไหล่รถหรู มาสั่งเสียว่า ปู่คงอยู่ได้อีกไม่นาน อยากจะมอบมรดกชิ้นสำคัญให้หลานไว้ พร้อมหยิบถุงกำมะหยี่มายื่นให้ บอกมีสร้อยทองกับพระสมเด็จ ตอนแรกว่าจะมอบให้พ่อแก แต่ปู่ก็ยังอยากใช้บูชา วันนี้ปู่คงไม่ต้องใช้แล้ว ขอมอบให้แก แต่ต้องสัญญาว่าจะเก็บรักษาอย่างดี ไม่จำเป็นจริงอย่าขาย.....

หลานชายรับพระแล้ว กล่าวว่า ผมทำตามสัญญาได้แน่นอนครับ คุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ปู่ก็ยังไม่ไว้ใจ พูดย้ำแล้วย้ำอีก จน นายคำรบ เห็นว่า ไม่หยุดพูดแน่ เลยตัดไฟต้นล้ม บอกปู่ว่า ที่ไม่ขายแน่นอน เพราะขายไม่ได้ แล้วสารภาพว่า ก่อนไปเรียนอเมริกา ผมเอาพระเก๊องค์นี้มาเปลี่ยนพระแท้ของคุณปู่ และเอาพระไปขายแล้ว.....

เพราะตอนโน้น มีการลดค่าเงินบาท เงินเหรียญแข็งขึ้นเกือบเท่าตัว เงินที่เตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายไม่พอ จึงไปซื้อพระเก๊มาเปลี่ยน เอาพระแท้ไปขาย เอาเงินไปเรียนจนจบ.....

เล่าความจริงแล้ว หลานก็บอกว่า เรื่องนี้ปู่ไม่ต้องฟ้องพ่อผม เพราะพ่อนั่นแหละ บอกให้ไปซื้อพระเก๊มาเปลี่ยน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง