บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“กะละมัง” ละหมื่นหก “จับฉ่าย” สไตล์ “เชฟแมน”

โดย ซูม

แฟนๆคอลัมน์ซอกแซกคงจะรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของภัตตาคารจีน “เชฟแมน” กันมาบ้างแล้ว เพราะเป็น ภัตตาคารที่ร่ำลือกันว่าอร่อยสุดๆ และแพงสุดๆ ติดอันดับต้นๆของประเทศไทย

ทีมงานซอกแซกเองก็เคยเขียนถึงภัตตาคารนี้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อปี 2556 เคยจัดอันดับร้านจีน “หอเจี๊ยะ” ประจำปี 2556 รวม 10 อันดับ ปรากฏว่า “เชฟแมน” อยู่ในท็อปเทนนี้ด้วย โดยได้คะแนนจากทีมงานอยู่ในอันดับ 3

แพ้เพียงภัตตาคาร อายัท อะบาโลน ฟอรัม ของโรงแรมรามาดา แม่น้ำพลาซ่า (อันดับ 1) และ เกี๊ยก หู ฉลาม (อันดับ 2) เท่านั้นเอง

ทีมงานซอกแซกเขียนบรรยายสรรพคุณของ เชฟแมน ไว้ในการจัดอันดับหอเจี๊ยะ ปี 2556 ตอนหนึ่งว่า...

“หอเจี๊ยะอันดับ 3 ได้แก่ ภัตตาคาร เชฟแมน ในโรงแรมอีสติน ถนนสาทร เดินจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สุรศักดิ์ ซึ่งมีสะพานทอดยาวเข้าไปสู่ภัตตาคารได้เลย”

“ร้านนี้ได้ชื่อว่าร้อนแรงที่สุดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (ก็ประมาณ 2555) เพราะต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน จึงจะมีโอกาสได้ลิ้มรส สำหรับของอร่อยของเชฟแมน ได้แก่ เป็ดปักกิ่ง, หูฉลาม, กุ้งทอดราดครีม วาซาบิ, รวมทั้งติ่มซำ ที่ขึ้นชื่อลือชามาก โดยเฉพาะ ซาลาเปาไส้ไหล ของที่นี่ดังมาก มีขายทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ...ยอมรับว่าของเขาอร่อยจริงๆ แต่ต้องกินในร้านนั่นเลย จะอร่อยกว่าหิ้วกลับบ้าน”

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ผ่านไป 4 ปีเต็มๆ จะเข้าสู่ปีที่ 5 หัวหน้าทีมซอกแซกอ่านข่าวเจอในหน้าเศรษฐกิจไทยรัฐว่า ภัตตาคารเชฟแมน ขยายสาขาออกไปแล้วถึง 11 สาขา

แสดงว่าฝีมือและรสชาติอาหารของเชฟแมนคงจะถูกปากถูกใจคนไทยไม่เบาทีเดียว เป็นเหตุให้ขายดิบขายดี จนต้องเพิ่มสาขาขึ้นดังกล่าว

รวมทั้ง สาขาราชดำริ ซึ่งอยู่ในซอยมหาดเล็กหลวง 2 เดินลงจากสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชดำริ ทางประตู 4 เข้าซอยไปได้เลย ไม่เกิน 100 เมตร จะถึงคอนโด เดอะรอยัลเพลส 2 ก็จะเห็นภัตตาคาร เชฟแมน สาขานี้ ตั้งอยู่ด้านล่างของคอนโดนั่นเอง

ปกติแล้วเมนูของเชฟแมนจะมีถึง 40-50 เมนู แต่ที่ฮิตและสั่งกินบ่อยๆ นอกจาก 4-5 เมนูที่ทีมงานซอกแซกเอ่ยไว้ข้างต้นแล้ว ก็น่าจะมี หมูหัน, หมูกรอบ (กรอบมาก), นกพิราบทอด เป็ดย่างฮ่องกง, ไก่ทอดหนังกรอบ และ ซี่โครงเนื้อวากิวสไตล์ เชฟแมน เป็นต้น

แต่ที่จะเขียนถึงวันนี้ไม่แน่ใจว่า จะมีอยู่ในเมนูหรือไม่ เพราะจะต้องมีการสั่งล่วงหน้าไว้ก่อน อย่างน้อย 1 วัน ทางร้านจึงจะจัดการให้ได้ เพราะเป็นเมนูพิเศษจริงๆ รู้เฉพาะขาประจำเท่านั้น

นั่นก็คือ เมนูที่จัดอาหารใส่ “กะละมัง” ซักผ้ามา 1 กะละมัง เรียกชื่อเป็นภาษาจีนว่า “ปุ่นชอย” ที่หัวหน้าทีมซอกแซกเพิ่งมีโอกาสไปลิ้มลองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนฝูงสนิทชิดเชื้อรายหนึ่ง

พนักงานต้อนรับของ เชฟแมนราชดำริ สาขาที่หัวหน้าทีมไปรับประทานเล่าตำนานให้ฟังว่า ในสมัยโบราณ คนจีน ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่จะแยกย้ายกันไปทำมาหาเลี้ยงชีพ ตามตำบลต่างๆ ใกล้บ้านเดิมบ้าง ไกลจากบ้านเดิมบ้าง

เมื่อถึงวันตรุษจีนจะกลับมาเยี่ยมบ้าน รวมญาติรวมมิตรกันปีละครั้ง และต่างก็จะหิ้วอาหารที่ตัวเองมี ปรุงแต่งมาตามที่ตัวเองถนัด มาไว้ที่บ้านปู่ ย่า ตา ตาย ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว

ท่านก็จะเอาอาหารที่แต่ละคนหิ้วมา มาใส่กะละมัง เรียงเป็นชั้นๆจนเต็มกะละมัง แล้วก็ชวนลูกหลานมารับประทานร่วมกัน โดยเริ่มใช้ตะเกียบหยิบจากชั้นบนสุดไปจนถึงก้นกะละมัง

ทำให้การกินอาการมื้อนี้ นอกจากจะได้รสชาติแล้ว ยังได้ความรัก ความสามัคคีของผู้คนในตระกูล ที่รับประทานอาหารในกะละมังเดียวกันด้วย

เชฟแมนจึงนำวิธีการปรุงอาหาร การจัดเรียงอาหาร ตลอดจนภาชนะคือกะละมังใส่อาหาร มาเป็น 1 ในเมนูพิเศษ จัดเรียงอาหารเป็นชั้นๆเช่นเดียวกับยุคโบราณ

แต่ใช้อาหารเหลาอย่างดีราคาแพงๆมาเรียงแทนอาหารชาวบ้าน...เช่น เป๋าฮื้อ (ชนิดตัวเล็ก), กระเพาะปลาสด, ปลิงทะเล, กุ้งทะเลตัวโต, เป็ดพะโล้, ไก่พะโล้, ปลาหมึก, ลิ้นหมู, สาหร่ายทะเล, ขาห่าน ฯลฯ เป็นต้น

ส่วนอาหารพื้นบ้านก็มีผสมผสานมาบ้าง เช่น ไข่ต้ม, ฟองเต้าหู้, หัวไช้เท้า, ผักต่างๆ

รวมแล้วน่าจะกว่า 15 อย่างนึ่งและอบมาด้วยน้ำพะโล้ เพราะมีกลิ่นในทำนองนั้น ซึ่งจะเรียก “จับฉ่าย” คงไม่ได้เพราะไม่ใช่ผักอย่างเดียว และจำนวนประเภทของวัตถุดิบที่มาปรุงอาหารก็กว่า 10 อย่างเข้าไปแล้ว

ที่ทีมงานซอกแซกเรียกกว่า “จับฉ่าย” สไตล์ “เชฟแมน” ตามที่พาดหัวไว้ก็เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ และนึกภาพออกเท่านั้นเอง

“จับฉ่าย” กาละมังนี้ สนนราคา 16,000 บาท ครับ...ตักรับประทานได้ 10 คน สบายๆ สั่งข้าวสวยมาคนละถ้วย อาจจะอิ่มได้เลย

ถามว่าอร่อยไหม? แหมกุ้งสดงี้, กระเพาะ ปลาสดงี้, เป๋าฮื้อยังงี้, ปลิงทะเลงี้, ไม่ปรุงอะไรมากก็อร่อยอยู่แล้วละ เมื่อมีการปรุงใส่ซอสรสโน่นนี่แถมมีตำนานก่อนรับประทานก็เลยรู้สึกอร่อยขึ้นอีกหลายเท่า

สำหรับทีมงานซอกแซกเอง เมื่อมีบุญปากได้รับประทานแล้วก็เอามาเล่าต่อ โดยถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ต้องนำมาแชร์กัน

ท่านผู้อ่านก็อ่านเอาสนุกเอาความรู้ให้รู้ว่า อาหารจีนเขามีอะไรแปลกๆ และมีที่มาที่ไปเป็นตำนานมาแต่โบราณก็แล้วกัน

ใครมีเงินเหลือใช้จะไปลองก็เชิญเถิด แต่สำหรับพวกเราชาวบ้านธรรมดาๆ หรือมนุษย์เงินเดือน ทั้งหลาย ถ้าไม่มีใครเขามาเชิญให้ไปกินฟรีละก็อย่าไปกู้เงินใครมาลองเองเป็นอันขาดเชียวนา

อ่านคอลัมน์ซอกแซกไปนึกภาพตามไป ก็ถือว่า ได้รับประทานด้วยตัวเองแล้วละครับ

หรือไม่ก็แวะเข้าร้านข้าวต้มกุ๊ย สั่งเป็ดพะโล้ หมูพะโล้ หรือไข่พะโล้มาสักจาน พร้อมจับฉ่ายของจริงอีก 1 ถ้วย...ซดข้าวต้มตามไปด้วย น่าจะไม่เกิน 200 บาท อิ่มแปล้เช่นเดียวกัน.

“ซูม”