วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วนกลับมาที่เก่า

เกมยื้อเกมยาว “จำนำข้าว” ทำท่าว่าจะบานปลาย กลายเป็นเงื่อนไข “แตกแยก” กันอีกครั้ง เมื่อมีการปลุกระดมสร้างเงื่อนไขการ เมืองหนักเข้าไปอีก พุ่งเป้าถล่ม คสช.ชิงพื้นที่อำนาจใหม่

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ อนาคตของประเทศนี้ทำท่าว่าจะมองไม่เห็นความปรองดองเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

แม้รัฐบาล คสช.ได้ดำเนินการทำ กรอบแนวคิดเพื่อความปรองดองจนออกมาเป็นสัญญาประชาคมมุ่งเน้นไปที่ปัญหา 10 ประเด็น

แต่ดูท่าแล้วคงยากที่จะได้ผลในทางปฏิบัติ

วันนี้คงได้เห็นความจริงปรากฏออกมา เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้กำหนดวันที่จะพิพากษาคดีจำนำข้าว 25 ส.ค.2560

จำเลยก็คืออดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวกกำลังมองเห็นรอยปริแยกที่ซ้ำรอยเก่าอีกครั้ง

แน่นอนว่าการตัดสินของศาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ทว่า แวดวงผู้สนับสนุนก็ยังวนกลับมาสู่จุดเดิม

นับแต่วันนี้ไปคงจะได้เห็นการปลุก ระดมมวลชนเพื่อให้เดินทางไปร่วมให้กำลังใจอดีตนายกฯปูในวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา

ยิ่งรัฐบาล คสช.ประกาศจะใช้มาตรการป้องกัน เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาขัด แย้งก็ยิ่งเหมือนจะเป็นปฏิกิริยาสนองกลับ

ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุทำนองนั้น

เพราะนอกจากจะเป็นตัวปลุกเร้าให้มวลชนเกิดความรู้สึกสงสาร เห็นอกเห็นใจ ยิ่งเพิ่มตัวแปรต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยึดทรัพย์ การเปิดคดีต่างๆเพิ่มมากขึ้น

แม้จะเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเป็นความผิดต่อเนื่อง

แต่กลับถูกตีความให้กลายเป็นว่า คสช.เพิ่มดีกรีให้ร้อนแรงหนักเข้าไปอีก กลายเป็นว่าเป็นการรังแกกลั่นแกล้งอย่างไม่ชอบธรรม

ยิ่งได้ฟังยิ่งเชื่อ ยิ่งได้เห็นยิ่งเกิดอารมณ์

เป้าหมายสำคัญพุ่งตรงไปที่ คสช.ที่เคยเป็นกรรมการกลางกลับเปลี่ยนไปเป็นคู่ต่อสู้อย่างแยกไม่ออก

นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้...

เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องฉุกคิดกันให้ดีว่าอะไรเป็นอะไร มิฉะนั้นต้องแยกแยะให้ออกเรื่องของกฎหมายการกระทำความผิดที่ศาลจะต้องว่ากันไปตามนั้น

อย่าให้เกมการเมืองเข้ามาสร้างปัญหาขึ้นมาอีก

ทำไปทำมาเรื่องนี้จะกลายเป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่มีผลต่อสังคมไทยอีกครั้ง รวมถึงนำไปสู่การเลือกตั้งอีกด้วย

เพราะจะส่งผลต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

ใครจะได้ใครจะเสียอย่างไร ก็อย่า ให้ประเทศ “เสียของ” ก็แล้วกัน

เพราะดีไม่ดีอาจจะต้องเกิดขึ้นซ้ำรอยที่มิอาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้งหนึ่ง

สุดท้ายมีเรื่องให้ต้องคิดกันอีกเรื่องหนึ่งคือการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่เป็นปัจจัยสำคัญอันก่อให้เกิดรายได้เป็นหลักเพื่อเลี้ยงประเทศในขณะนี้

ยิ่งจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นเท่าใด รายได้ก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ที่นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก็เพราะได้ยินได้ฟังรองนายกฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ซึ่งรับผิดชอบการท่องเที่ยวโดยตรง

บอกว่าห้ามหน่วยงานพูดถึงเป้า หมายรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ให้มุ่งไปที่ “คน” มากกว่า “รายได้”

ก็แปลกใจว่าต้องการ “คน” ไม่ต้อง การ “เงิน” หรือ?

แบบนี้มันยุทธศาสตร์อะไร มิทราบ...!!!

“ลิขิต จงสกุล”