วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศรีสุวรรณ จี้บิ๊กตู่ ปลด รมว.เกษตร-อธิบดีกรมชลฯ ฐานบิดเบือนปัญหาเขื่อน

ศรีสุวรรณ ในฐานะนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จี้ บิ๊กตู่ ปลด รมว.เกษตร-อธิบดีกรมชลประทาน ฐานบิดเบือนข้อมูล เขื่อนห้วยทรายขมิ้น ที่สกลนคร แตก อ้างขัดรธน.60 มาตรา 59, 76

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 60 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์ ของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน "ขอเรียกร้องกรมชลประทานหยุดบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร กรณีเขื่อนห้วยทรายขมิ้น จ.สกลนคร แตก และขอเรียกร้องให้หัวหน้าคสช.ปลดอธิบดีกรมชลประทาน และ รมว.เกษตรฯ ออกเสีย"

ทั้งนี้ แถลงการณ์ระบุว่า กรณีที่มีพายุ เซินกา (Sonca) พาดผ่านพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือในหลายๆ จังหวัดเป็นเหตุให้เกิดพายุและฝนตกหนักน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ในขณะนี้นั้น แต่ปรากฏว่าในพื้นที่จังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะพื้นที่เขื่อนห้วยทราย มีการปล่อยปละละเลยให้มีการกักเก็บและสะสมปริมาณน้ำในเขื่อนไว้เป็นปริมาณมากกว่า 3.05 ล้านลูกบาศ์กเมตร เกินกว่าปริมาตรความจุของเขื่อนจะรองรับได้เพียง 2.66 ล้านลูกบาศ์กเมตร

ส่งผลให้เกิดน้ำล้นคันเขื่อนจนเป็นเหตุให้สันเขื่อนแตกยาวมากกว่า 20 เมตร ทำให้เกิดน้ำทะลักกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลลงสู่ด้านท้ายของเขื่อนไปท่วมพื้นที่ ต.ขมิ้น ต.พังขว้าง ซึ่งมีบ้านเรือน เทือกสวน ไร่นา รถยนต์ของชาวบ้านและพื้นที่ทางการเกษตรจมอยู่ในน้ำ ก่อให้เกิดความเสียหายหลายร้อยหลายพันล้านบาท จนยากที่จะประเมินได้ในปัจจุบัน แต่ทว่ากรณีที่เกิดขึ้นกรมชลประทานกลับออกมาชี้แจงบิดเบือนข้อมูลข่าวสารผ่านเอกสารเผยแพร่ของกรมฯ ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพียง "การกัดเซาะสันเขื่อนลึกประมาณ 4 เมตรยาว 20 เมตร" เท่านั้น และยังอ้างอีกว่า "ยังไม่มีอ่างเก็บน้ำใดๆ ที่แตกร้าว ทุกอ่างยังมีความมั่นคงแข็งแรงดี"

อย่างไรก็ตาม การให้ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชนดังกล่าวเป็นกลวิธีสร้างการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของกรมชลประทานที่ควรชี้แจงแถลงไขข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ควรแจ้งให้ประชาชนทราบตามที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 59 ประกอบมาตรา 76 ให้การคุ้มครองไว้ ซึ่งยังผลให้เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนเกิดการชะล่าใจจนไม่สามารถป้องกันแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมอย่างฉับพลันได้

กรณีที่เกิดขึ้นสมาคมขอเรียกร้องมายัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ได้โปรดระงับปัญหาเสียแต่ต้นโดยการสั่งปลด อธิบดีกรมชลประทาน และ รมว.กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาให้ออกไปเสียจากตำแหน่งเพื่อให้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแต่งตั้งบุคคลที่มีความพร้อม มีความสามารถ และไม่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนมาทำหน้าที่แทนเสียโดยพลัน

ทั้งนี้ จึงจะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาสู่รัฐบาลได้ทั้งนี้ขอเสนอให้เขื่อนทุกเขื่อน (อ่างเก็บน้ำ) ของกรมชลประทานทุกแห่ง จะต้องมีการประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนรองรับความเสี่ยง และมีการวางระบบการแจ้งข้อมูลสถานการณ์ของน้ำหรืออุทกวิทยาให้ประชาชนท้ายเขื่อนทราบในทุกช่องทาง เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมการรับมือได้อย่างทันท่วงที และอย่าได้ใช้อำนาจรัฐและเครื่องมือสื่อสารของรัฐ บิดเบือนข้อมูลข่าวสารต่อประชาชนอีกต่อไป