วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบรกอายัดเงิน'ปู' 'วิษณุ' บอกรอฟังผลชี้ขาด ทุเลาคำสั่งบังคับคดี

“วิษณุ” แจงเบรกเอี๊ยดอายัดบัญชีเงินฝาก “ยิ่งลักษณ์” รอฟังผลชี้ขาดทุเลาคำสั่งบังคับคดี ศาลปกครองถามกรมบังคับคดีคัดค้านหรือไม่ และจะเกิดความเสียหายอย่างไร คน ปชป.โดดช่วยเคลียร์ “วิรัตน์” ย้ำคนละเรื่องกับคดีอาญาปล่อยโกงข้าว “วรงค์” ระบุศาลยกคำร้องขอคุ้มครองมา 2 หน เจ้าหน้าที่มีสิทธิลุยยึดทรัพย์ได้ “ทนายปู” สวน รบ.ไม่ได้ถังแตกต้องรีบยึดทรัพย์ปะตูดขาด “ไก่อู” ขู่มวลชนคิดให้ดีก่อนแห่ชุมนุม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายเตือนระวังละเมิดอำนาจศาล อัยการชี้ช่องอดีตนายกฯยื่นอุทธรณ์ศาลฎีกาฯ ป.ขอหมายจับ “วัฒนา” โพสต์ปลุกปั่น 31 ก.ค. “เสี่ยไก่” เปิดใจโดนเพิ่มอีกคดี “เต้น” ยันเสื้อแดงไม่เล่นเกมใต้ดิน พท.กัดติดระบายข้าวโฉ่ จี้รัฐบาลตั้ง กก.สอบล็อกสเปกเวียนเทียนขายข้าวดีราคาข้าวเน่า “วัชระ” นัดสื่อแฉ รมต.นั่ง ฮ.งุบงิบเจรจาเถ้าแก่โรงสี

กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยระบุว่าฝ่ายรัฐบาลเร่งรัดอายัดบัญชีเงินฝากของอดีตนายกฯ เป็นการชี้นำการตัดสินคดีรับจำนำข้าวในวันที่ 25 ส.ค. ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงย้ำว่าเป็นการดำเนินการทางปกครอง ซึ่งขณะนี้ให้หยุดไว้ก่อน เพื่อรอฟังคำสั่งศาลปกครองกลางในคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี

“วิษณุ” แจงหยุดยึดทรัพย์รอชี้ทุเลาคดี

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า คดีอาญาที่ฟ้องกันอยู่ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นการฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ส่วนจะถูกหรือผิดไม่เกี่ยวกับการยึดทรัพย์ อย่างเช่นคดีอาญามาตรา 157 ถ้าประมาทเลินเล่อถือว่าไม่ผิด ยกเว้นแต่เจตนาเท่านั้น ต่างจากทางแพ่งและทางปกครอง แม้ประมาทเลินเล่อก็ผิด เพราะเป็นการละเมิดที่เป็นการกระทำโดยจงใจตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งองค์ประกอบเป็นคนละเรื่องและคนละศาล เมื่อถามว่า คำสั่งทางปกครองในการยึดทรัพย์ที่กรมบังคับคดีดำเนินการอยู่ ซึ่งระบุหยุดไว้ก่อน จะเดินหน้าต่อได้เมื่อใด นายวิษณุตอบว่า จะยังไม่มีการดำเนินการ เพราะรู้มาว่าขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นศาลปกครองกลางขอทุเลาการบังคับคดี เราจึงต้องฟังคำสั่งศาลอยู่เหมือนกัน

ศาลขอคำตอบกรมบังคับคดี 2 ข้อ

นายวิษณุกล่าวว่า โดยก่อนหน้านี้นานมาแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยได้ยื่นศาลปกครองกลางเพื่อขอทุเลา แต่ศาลไม่รับเพราะในขณะนั้นยังไม่มีการยึด จึงได้ยกคำร้อง แต่เมื่อมีการไปเอามาแล้วก็เป็นเหตุให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกกับศาลว่าได้มีการยึดทรัพย์แล้ว จึงได้มีการยื่นศาลขอทุเลาไปใหม่ และขณะนี้ศาลปกครองกลางได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังกรมบังคับคดีขอให้ตอบ 2 ข้อ จำรายละเอียดไม่ได้ แต่เป็นในลักษณะหากศาลทุเลาการบังคับคดี จะทำให้เกิดความเสียหายอะไรหรือไม่และจะคัดค้านการทุเลาหรือไม่ ทั้งนี้หากศาลไม่สั่งทุเลาก็เดินหน้าต่อได้ แต่ที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เพราะถึงตอนนั้นหากมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งสามารถคืนทรัพย์สินได้ สำหรับเงินที่เอาออกมาจากการอายัดไว้ 5 บัญชี มีไม่กี่แสนบาท ได้นำมาเก็บไว้ที่กรมบังคับคดี เป็นการเก็บรักษาไว้แทนธนาคาร ยังไม่ได้ยึดเป็นของหลวง ถ้าจะยึดจริงต้องส่งให้กับเจ้าหนี้คือกระทรวงการคลัง แต่ตอนนี้ยังไม่เอาไป

อายัดบัญชี “ปู” คนละกรณีคดีอาญา

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตั้งคำถามถึงการถูกกรมบังคับคดียึดอายัดทรัพย์สินและบัญชี โดยไม่รอการพิจารณาของศาลว่า ต้องขอให้สังคมติดตามดูข้อเท็จจริง เพราะการยึดอายัดทรัพย์สินและบัญชีเงินฝากของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นการดำเนินคดีทางปกครอง ตามที่รองนายกฯชี้แจงไปแล้ว ที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลปกครองได้ ถ้าเห็นว่ากระบวนการทางปกครองที่รัฐดำเนินการไม่ชอบ เป็นคนละเรื่องคนละกรณีกับคดีที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสียหายในคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ส.ค.นี้ คดีนี้มีผล 2 ทางคือ 1. ถ้าศาลวินิจฉัยแล้วพิพากษาว่าไม่ผิด ก็สั่งยกฟ้องหรือตัดสินว่าไม่ผิดได้ หรือ 2.ถ้าถูกพิพากษาว่าผิด มีผลทางอาญาคือ จำคุก และอาจต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นในทางแพ่งด้วยคือ มีความเสียหายเท่าไหร่ก็ชดใช้คืนให้ผู้ถูกกระทำให้เสียหาย

สะกิดสังคมต้องรู้เท่าทันแยกแยะ

“การเคลื่อนไหวช่วงนี้ที่มีหลายฝ่ายสลับหน้ากันออกมาโวยวาย สร้างกระแสต่างๆว่า ถูกสั่งยึดทรัพย์ แล้ว โดยที่ศาลยังไม่ตัดสินนั้น เป็นคนละเรื่องคนละ กรณีกัน จึงขอให้สังคมไตร่ตรองดูเจตนาและรู้เท่าทัน ขอให้ดูข้อเท็จจริงและแยกแยะให้ออกว่าเป็นเรื่องอะไร เกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพราะถ้ารัฐใช้อำนาจทางปกครองที่ไม่ถูกต้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์สามารถร้องต่อศาลปกครองได้ตามสิทธิ และศาลปกครองคงไม่ยอมแน่ เข้าใจว่ารัฐในฐานะเป็นผู้เสียหายอาจเกรงว่าจะมีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินและเงินในบัญชี หรืออาจทำให้พ้นไปเสียจากการบังคับคดี รัฐจึงใช้มาตรการทางปกครองสั่งยึดอายัดทรัพย์นี้ไว้ก่อนได้ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันและรักษาประโยชน์ของรัฐตามสิทธิ” นายวิรัตน์กล่าว

ศาลยกคำร้องกรมบังคับคดีมีสิทธิลุย

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีการอายัดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า คำสั่งทางปกครองเพื่อให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์และพวก ชดใช้ค่า เสียหายกรณีจีทูจีออกมาเดือน ก.ย.59 ส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีโครงการจำนำข้าวออกตามมาเดือน ต.ค.59 เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าเสียหาย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้ออกมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อยึดและอายัดทรัพย์ได้ ทั้งนายบุญทรงและพวกรวมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้ร้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมเพื่อยกเลิกคำสั่ง และขอคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ยึดอายัดทรัพย์เกิดขึ้น แต่ศาลปกครองได้ยกคำร้องนายบุญทรงและพวกเมื่อเดือน ก.พ.60 ส่วนคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ศาลปกครองยกคำร้องเดือน เม.ย.60 คือไม่ให้การคุ้มครองชั่วคราว เท่ากับว่ากรมบังคับคดีดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ได้เลย

จี้ รบ.ทำการบ้านเคลียร์ข้อคาใจ

นพ.วรงค์กล่าวอีกว่า การที่กรมบังคับคดีได้อายัดบัญชี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นสิ่งที่สังคมต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ เพราะทำตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็มีสิทธิ์ร้องศาลขอคุ้มครองได้อีก ถ้าศาลสั่งไม่คุ้มครองทุกอย่างก็เดินหน้าต่อ สำหรับคดีนายบุญทรง ตามข่าวแจ้งว่าได้อายัดเงินในบัญชีเหลือ 2,744.46 บาทเท่านั้น ส่วนเงินสด เงินฝาก นาฬิกาข้อมือทั้งของตัวเองและภริยาที่ยื่นทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ก็ได้ถอนและนำทรัพย์เหล่านั้นออกจำหน่ายนำเงินมาใช้จ่ายจนหมดสิ้นแล้ว ส่วนบ้านอาศัยอยู่กับมารดา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ประชาชนต้องตามให้ทัน รวมทั้งต้องเข้าใจว่า คดีรับผิดทางละเมิดนั้นอยู่ที่ศาลปกครอง ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาในศาลฎีกาฯที่จะตัดสินวันที่ 25 ส.ค.นี้ ที่สำคัญการชี้แจงของรัฐบาลให้ประชาชนเข้าใจนั้นมีความสำคัญมาก ก่อนจะชี้แจงทุกครั้ง รัฐบาลควรทำการบ้านคดีจำนำข้าวให้ดีก่อน ถ้าพูดอะไรที่ผิดพลาด อีกฝ่ายนำไปขยายผลได้

ทนายปูซัด รบ.ไม่ขาดเงินต้องเร่งยึด

ด้านนายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้า การยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้ทุเลาการยึดทรัพย์ว่า สิ่งที่เราขอให้ทุเลาการบังคับคดีเพื่อให้กรมบังคับคดีหยุดการดำเนินการยึดทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปก่อน จนกว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

คดีที่เราฟ้องว่า การออกคำสั่งทางปกครองให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคดีจำนำข้าวไม่ชอบนั้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตอนนี้เมื่อเราได้ยื่นคำร้องไปก็ทราบว่าศาลปกครองกลางมีคำสั่งแจ้งให้กรมบังคับคดีกับกระทรวงการคลังชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อนำข้อมูลทั้ง 2 ฝ่ายมาพิจารณา เราหวังว่าศาล จะให้ความเป็นธรรม เพราะไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ รัฐบาลไม่ได้ขาดแคลน เงินจนต้องนำเงินตรงนี้ไปขับเคลื่อนงาน จะยึดหรือไม่ยึดก็ไม่มีผลกับการบริหารราชการแผ่นดิน

“วิษณุ” สำทับให้ระวังละเมิดศาล

อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาเตือนการชุมนุมหน้าศาล ในนัดที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษาในคดีจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค. อาจสุ่มเสี่ยงมีความผิดเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล โดยมีโทษรุนแรงว่า ไม่ขอตอบเพราะมีโอกาสได้หลายอย่าง เนื่องจากศาลมีวิธีออกข้อกำหนดอะไร บางอย่างออกมาได้ เพราะศาลฎีกามีเรื่องการละเมิดอำนาจอยู่ ควรระมัดระวัง แต่ขออย่าเอาคำพูดจากปากตนไปตั้งเป็นประเด็นกล่าวหาคน

“ไก่อู” ขู่มวลชนคิดให้ดีก่อนทำ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯในวันที่ 25 ส.ค. ที่จะมีการตัดสินคดีโครงการจำนำข้าวว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของสังคม ขอให้ทุกคนคิดทุกเรื่องก่อนจะทำว่าทำ ไปแล้วดีหรือไม่ จะทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนหรือมีปัญหาตามมาหรือไม่ หากทุกคนมั่นใจในกระบวน การตามกฎหมาย จะอยู่บ้านหรือมากรุงเทพฯก็เหมือนกัน เพราะหากมาแล้วเกิดข้อผิดพลาดอาจก่อให้เกิดปัญหาขัดอำนาจศาลอีก ส่วนตัวไม่กังวลว่าจะเกิดความวุ่นวาย เพราะมีความวุ่นวายไม่ได้ เจ้าหน้าที่เขาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนตลอด ใครทำผิดก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนดำเนินการตามกฎหมาย

อัยการชี้ช่องยื่นอุทธรณ์คดีข้าว

นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงสิทธิ์การยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตกเป็นจำเลยและศาลนัดฟังคำพิพากษา วันที่ 25 ส.ค.ว่า ตามรัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 195 วรรค 4 บัญญัติให้คู่ความสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานใหม่ อาจทำให้ข้อเท็จจริงสาระสำคัญเปลี่ยนแปลงไป เช่นรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 278 วรรค 3 ที่เคยบัญญัติไว้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 195 วรรค 7 ได้บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการอุทธรณ์ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประกาศใช้ จึงอาจทำให้เกิดปัญหาการตีความได้ว่า จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาฯได้หรือไม่ แต่การพิจารณาต้องยึดถือรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งแม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่จะไปตีความกฎหมายตัดสิทธิ์คู่ความในคดีว่าไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ อันเป็นการใช้สิทธิ์โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิ์
อุทธรณ์นั้นต้องรอให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองมีผลใช้บังคับก่อน จึงจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้

ป.ขอหมายจับ “วัฒนา” 31 ก.ค.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป. กล่าวถึงกรณีตำรวจสันติบาลแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1.บก.ป. หลังรับแจ้ง ได้เสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามประสาน ไปที่ บก.ปอท.ตรวจสอบข้อความในเฟซบุ๊กรวมทั้งยูซีแอลของนายวัฒนา เมืองสุข ดูที่มาของเรื่องในการแจ้งความครั้งนี้ เพื่อรวบรวมหลักฐานไปสู่การดำเนินคดีจนถึงการขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป คาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 31 ก.ค. จะดำเนินการตรวจสอบได้

ฟันปลุกปั่นเข้าใจผิดนำสู่เหตุป่วน

มีรายงานข่าวว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ก.ค. ตำรวจสันติบาลได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา นำเอกสารเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กก.1.บก.ป.ให้ดำเนินคดีกับนายวัฒนา เมืองสุข หลังโพสต์ข้อความลงในบัญชีเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 24 ก.ค. มีเนื้อหาชักจูงใจบุคคลทั่วไปให้เข้าใจผิดในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการทำงานของรัฐบาล ในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ในสมัยรัฐบาลอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาล อาจทำให้ประชาชนอาจเกิดความไม่เชื่อมั่น จนอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน และก่อความไม่สงบในประเทศขึ้นได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ได้มาแจ้งความให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

“เสี่ยไก่” รอเปิดใจโดนเพิ่มอีกคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกวันที่ 27 ก.ค. นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “เพิ่มอีก 1 คดี” โดยมีเนื้อหาระบุว่า มีผู้แชร์ข่าวที่ตนถูกตำรวจสันติบาลแจ้งความดำเนินคดี กรณีที่โพสต์ให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการต่อสู้คดีในโครงการรับจำนำข้าว โดยกล่าวหาว่าตนกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ตนแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ในเช้าวันเสาร์ที่ 29 ก.ค.

“วิโรจน์” เหน็บมีคำสั่ง คสช.กลัวอะไร

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีข้อกังวลกลุ่มมวลชนเดินทางให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันที่ 25 ส.ค. จะเกิดความวุ่นวายว่า ยืนยันไม่มีการจัดตั้งมวลชน แต่คนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ คือคนที่ชื่นชม ศรัทธาและสงสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีจำนวนมาก เห็นได้จากการให้การต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เวลาเดินทางไปต่างจังหวัด และส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง คนชรา ตรงนี้ถือเป็นสิทธิของประชาชน เชื่อว่าไม่น่าจะมีความวุ่นวาย การเดินทางมาให้กำลังใจไม่ได้มาชุมนุมทางการเมือง ไม่มีการปราศรัยอะไร ใครจะกล้าทำเพราะรู้อยู่มีคำสั่ง คสช.ห้ามไว้ ฝ่ายความมั่นคงจึงไม่น่าเป็นห่วงอะไร

“เต้น” ยันเสื้อแดงไม่เล่นเกมใต้ดิน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ต้องพูดความจริงว่าขั้นตอนต่างๆ ก่อนคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปถึงศาล ทั้งในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และการใช้มาตรา 44 ของรัฐบาล มีปัญหาหลักนิติธรรมความเป็นสากล ผู้มีอำนาจควรเข้าใจว่าคดีนี้ละเอียดอ่อน ส่งสัญญาณกดดันไม่ให้เชิญชวนประชาชนมาฟังคำพิพากษา แต่กลับเร่งยึดเงินในบัญชีโดยอ้างมาตรการทางปกครองก่อนศาลตัดสิน เริ่มไม่แน่ใจ ว่าใครกันแน่กำลังเร่งอุณหภูมิเรื่องนี้ อ้างว่าทำตามขั้นตอนกฎหมาย พอมีเสียงวิจารณ์กลับให้หยุดรอศาลก่อนได้ เป็นห่วงภาพลักษณ์รัฐบาล ไม่อยากให้การเร่งรัดดำเนินการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกมองได้ว่าภายใต้อำนาจปัจจุบันข้าว ยาง ปาล์ม ไม้ผลต่างๆ ทุกอย่างราคาถูก แต่ความยุติธรรมราคาแพงลิบลิ่ว ยืนยันคนเสื้อแดงไม่มีเกมใต้ดินหรือการปลุกระดมมวลชนใดๆ ในสถานการณ์เบ็ดเสร็จแบบนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ประกบติดทุกกลุ่มอยู่แล้ว

อัดตรวจข้าวโปร่งใสแต่ไม่กล้าโชว์

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรค เพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งให้ตรวจสอบโกดังข้าวที่ จ.อ่างทอง ว่า มีหลายโกดังมีปัญหา พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอมาเป็นระยะ การตรวจสอบและแบ่งเกรดข้าวทำไม่ถูกมาตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่มีการวิเคราะห์ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบที่จะยืนยันได้ว่าข้าวโกดังนั้นเสียหายบริโภคไม่ได้ การใช้สารระเหยรมยาเพื่อกำจัดมอดต้องทำทุก 2 เดือน ถ้าทำสม่ำเสมอข้าวที่เก็บเกิน 5 ปียังบริโภคได้ หลายสิบปีไม่เคยปรากฏว่าข้าวที่ซื้อจากสต๊อกรัฐบาลทำให้ผู้บริโภคเจ็บป่วย การตรวจสอบที่อ้างว่าโปร่งใส ทำไมไม่ให้เซอร์เวเยอร์และสื่อมวลชนเข้าไปดูขณะตรวจสอบ

จี้ตั้ง กก.สอบล็อกสเปกเวียนเทียนขาย

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องรัฐบาลตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพราะบางบริษัทประมูลข้าวได้ 6 บาทกว่า ถึงโกดังก็เทขายราคากิโลกรัมละ 13 บาท โดยไม่ต้องทำอะไรเลย อยาก เรียกร้องสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการล็อกสเปกขายข้าวดีเป็นข้าวเน่า ไปผลิตอาหารสัตว์ทำให้รัฐบาลเสียหายหรือมีการทุจริตหรือไม่ รวมทั้งเรียกร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าเรื่องนี้เสียหายแน่นอน ควรตรวจสอบด้วย นี่คือราคาข้าวที่ทำลายชาวนา เพราะผู้ผลิตข้าวถุงขาย ไปหาซื้อข้าวราคาถูกที่อ้างว่าเน่านำมาเวียนขายแล้วใคร จะไปซื้อข้าวชาวนา เป็นแบบนี้คนรับกรรมคือชาวนา

“วัชระ” ฉะ “ฉัตรชัย” น่าถูกเด้งมากกว่า

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลการแต่งตั้งโยกย้ายหัวหน้าส่วนราชการข้ามห้วยว่า ลูกหม้อข้าราชการในหน่วยงานหรือองค์กรได้แต่นั่งมองตาปริบๆ รวมถึง กรณีการโอนย้ายนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เสนอว่า เป็นการใช้อำนาจอย่างมีธรรมาภิบาลตามรัฐธรรมนูญปี 60 ที่เขียนไว้สวยหรูหรือไม่ ที่ให้ใช้ระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ แต่เวลาปฏิบัติไม่มีใครไม่ตอบสนอง ผู้ที่ต้องกระเด็นก็ไม่กล้าหือ เพราะยุคนี้มีอำนาจมาตรา 44 นายธีรภัทรเป็นปลัดกระทรวงมีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่มีเรื่องด่างพร้อยใดๆเลย คนที่ควรถูกย้ายออกน่าจะเป็น รมว.เกษตรฯมากกว่า เพราะล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเกษตรกร โดยเฉพาะการระบายข้าวที่ฉาวโฉ่

นัดสื่อแฉ รมต.นั่ง ฮ.งุบงิบถกโรงสี

นายวัชระกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. น่าถามในที่ประชุม ครม.ว่า มีรัฐมนตรีคนใดในรัฐบาลนี้นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่หน้าที่ว่าการ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร แล้วแว่บหายเข้าไปในโรงสีบางแห่ง เขาไปเจรจาอะไรกัน ได้รายงานผลงานให้นายกฯหรือ ครม.ทราบบ้างหรือไม่ ข่าวช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมืองกำแพง มีทหารล้อมหน้าล้อมหลังเป็นขบวน ผู้คนแตกตื่นทั้งเมือง แต่กลับไปงุบงิบกับเถ้าแก่โรงสีสองต่อสอง เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือของประชาชนจริงหรือไม่ ตนจะทำหน้าที่พลเมืองตามรัฐธรรมนูญ เปิดเผยรายละเอียดในวันที่ 30 ก.ค. เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์

“บิ๊กตู่” เมินเทงบฯแก้ราคายางดิ่ง

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ถึงการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำว่า ยางพาราต้องลดปริมาณการผลิต เพิ่มการแปรรูปภายในประเทศมากขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด ขณะนี้ไทยใช้ยางในประเทศน้อยอยู่ที่ 4-5 แสนตันต่อปี แต่ส่งออกมากขึ้นทุกปี ถ้าวันหนึ่งโลกไม่ต้องการใช้ยางพาราจะทำอย่างไร ราคาตกแน่นอน รัฐบาลนี้กล้าพูดความจริง ถ้าวันนี้ยังแก้ปัญหาแบบเอาตัวรอดไปวันๆ หรือเลี้ยงไข้ เพื่อเรียกคะแนนเสียง เพราะยางพาราไม่ต่างจากสินค้าเกษตรอื่นๆที่กลายเป็นสินค้าการเมืองไปแล้ว เช่นเดียวกับปัญหาข้าว ถ้ายังหว่านงบประมาณไปอุดหนุนก็ไม่ช่วยให้เกษตรกรรู้ถึงการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ได้อยากให้เลิกปลูกยางหรือปลูกให้น้อยลง แต่ถ้ายิ่งใส่เงินลงไปเหมือนใส่น้ำมันเข้ากองไฟ ส่วนการแก้ปัญหาด้วยการประกันราคาก็แค่ชะลอปัญหา

โบ้ยการเมืองบิดเบือนฉุด ศก.ร่วง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนปัญหาเศรษฐกิจจากข้อมูลช่วงที่ผ่านมา ในภาพรวมค่อยๆดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้จ่ายของภาคเอกชนทยอยปรับดีขึ้น ความเชื่อมั่นค่อยๆดีชัดเจนมากขึ้น การค้าขายระหว่างประเทศของไทยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่หากไปถามประชาชนก็จะบอกว่า การจับจ่ายใช้สอยและรายได้ไม่ได้ลงไปสู่ประชาชนฐานรากอย่างทั่วถึง ซึ่งรัฐบาลทราบดี คนที่ได้คือคนที่อยู่ในกิจการส่งออก การผลิต การแปรรูป และไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำงานเข้าไปดูแลประชาชนและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งที่เศรษฐกิจยังขยายตัวไม่ทั่วถึง นอกจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์เป็นไปได้ช้า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยไม่เข้มแข็ง ไม่ได้ปรับปรุงให้เหมาะสม การเมืองที่บิดเบือนให้ร้ายการทำงานของรัฐบาลก็มีส่วนทำให้ทุกอย่างช้าไป

วางโปรแกรมสัญจรเข้าหาชาวบ้าน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลนี้เหลือเวลาอีกไม่นานนักในการปฏิบัติงานตามโรดแม็ป จึงอยากให้วางรากฐาน แนวคิด แนวปฏิบัติ การสร้างความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พูดคุยกับประชาชนใกล้ชิดมากขึ้น อธิบายว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพราะสาเหตุใด ซึ่งแผนงานของรัฐบาลและ คสช.จนถึงวันที่ 31 ก.ย.61 มีทั้งการประชุม ครม.สัญจร พบปะประชาชนในภาค กลุ่มจังหวัด ชุมชน ท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อไถ่ถามถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการ จัดสรรงบประมาณลงพื้นที่โดยตรง เพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างงานต่างๆให้เกิดผลโดยเร็ว นอกเหนือร้องเรียนปัญหาผ่านทางช่องทางศูนย์ดำรงธรรม และล่าสุดมีคำสั่ง คสช.และกองทัพบกให้หน่วยทหารของกองทัพบกทุกพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตทุกรูปแบบที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

กมธ.นัดเคาะไพรมารีโหวต 31 ก.ค.

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานคณะกรรมการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการประชุม กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า การประชุมเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ตัวแทนจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ชี้แจงให้เราเห็นว่ายังมีปัญหาที่ไม่ตรงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของการเลือกตั้ง ที่ต้องการให้สุจริต เที่ยงธรรม โดยเฉพาะประเด็นไพรมารีโหวต ตรงนี้ กรธ.ชี้แจงว่า เรามุ่งเน้นมองแต่การปฏิรูปพรรคการเมืองเกินไปอาจลืมนึกไปถึงกระบวนการเลือกตั้งที่สุจริต เพราะการให้สมาชิกพรรคมาเลือกผู้สมัคร อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ แต่ผลการพิจารณาของ กมธ.ร่วมจะออกมาอย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับ กมธ.เสียงส่วนใหญ่ โดยจะพิจารณาอีกครั้งวันที่ 31 ก.ค.คาดว่าจะต้องได้ข้อสรุปทันที

สินบนโรลส์รอยซ์ไม่ถึงนักการเมือง

วันเดียวกัน นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีบริษัทโรลส์รอยซ์ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ว่า เบื้องต้นเท่าที่ไต่สวน ยังไม่มีข้อมูลนักการเมืองระดับชาติเข้าไปเกี่ยวข้องการรับสินบนดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ถูกกล่าวหามีตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงใน ปตท. กลุ่มคณะกรรมการจัดซื้อในขณะนั้น อย่างไรก็ดีถ้ามีข้อมูลข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีกลุ่มการเมือง นักการเมืองระดับชาติไปเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะเสนอเรื่องให้องค์คณะไต่สวน ดำเนินการเพิ่มผู้ถูกกล่าวหาได้ ส่วนรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไม่ทราบรายละเอียดเพราะอยู่ระหว่างการไต่สวนขององค์คณะไต่สวน