วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สกลนครวิกฤติ น้ำป่าถล่มเมือง เซินกาทำพิษ สนามบินต้องปิดรันเวย์

สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดน้ำทะลักท่วมพื้นที่ตัวเมืองสกลนครวิกฤติหนัก โรงแรมและรถยนต์ จมน้ำเสียหายนับสิบคัน เร่งขนย้ายนักท่องเที่ยวที่ติดค้างหนีน้ำโกลาหล ขณะที่สนามบินน้ำท่วมรันเวย์ ต้องสั่งปิดสนามบินชั่วคราว เผยบางจุดน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ถือว่าหนักสุดในรอบ 30 ปี ขณะที่ จ.สุโขทัย ระทมหนัก พนังกั้นแม่น้ำยมโดนน้ำกัดเซาะพังเพิ่มเป็น 3 จุด น้ำทะลักท่วมตัวเมือง ต้องระดมคนและเครื่องจักรวางกระสอบบิ๊กแบ็กล้อมจุดเพื่อเร่งสูบน้ำออก ด้านนายกฯสั่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วน

จากอิทธิพลของพายุ “เซินกา” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลบ่าทะลักท่วมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ชาวบ้านได้รับผลกระทบเดือดร้อนกันทั่วหน้า

สกลนครวิกฤติหนัก

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ จ.สกลนคร มีรายงานว่า เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาภูพานไหลลงสู่เขื่อนน้ำอูนปริมาณมาก จนล้นสปิลเวย์ไหลสู่พื้นที่ด้านล่าง นอกจากนี้น้ำในทะเลสาบหนองหาน มีปริมาณน้ำมากเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ระดับนํ้าสูงเฉลี่ย 70-80 เซนติเมตร บางจุดสูงเกือบ 2 เมตร รถเล็กแล่นสัญจรไปมาไม่ได้ บ้านเรือนและร้านค้าได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ถนนนิตโยสายสกลนคร-อุดรธานี ถูกน้ำท่วมสูงระยะทางยาวกว่า 30 กม. รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ทั้ง 2 เส้นทาง ต้องเลี่ยงใช้เส้นทางอื่นแทน

น้ำล้นแก้มลิงทะลักท่วม

ขณะที่บริเวณหนองสนม แหล่งน้ำที่เป็นแก้มลิงรองรับน้ำเพียงแห่งเดียวในเขตเทศบาลนครสกลนคร เข้าสู่ภาวะวิกฤติ น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมถนนโดยรอบ รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ ต้องปิดการจราจร ที่บ้านหนองสะไน ต.นาม่อง อ.กุดบาก เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านถูกกระแสน้ำพัดขาด ส่วนที่บ้านหนองไผ่ ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม มีชาวบ้านผู้หญิงโทรศัพท์ร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากติดอยู่ในบ้านขณะที่ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร

อ่างเก็บน้ำห้วยทรายแตก

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าอ่างเก็บน้ำห้วยทราย 2 ต.พังขว้าง อ.เมืองสกลนคร รับน้ำไม่ไหวจนอ่างแตก ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.พังขว้าง ต.ขมิ้น ต.ธาตุนาเวง ต.ธาตุเชิงชุม รวมทั้งชุมชนเมืองทั้งหมด ขณะที่ระดับน้ำในลำห้วยต่างๆเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในเขตเทศบาลนครสกลนคร และบริเวณตำบลรอบนอก บางจุดระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลการจราจรเป็นอัมพาตทั้งเมือง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งนำเรือท้องแบนออกไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านใกล้กับลำห้วยต่างๆ ที่ร้อง ขอความช่วยเหลือ แต่กำลังเจ้าหน้าที่และเรือท้องแบนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

น้ำท่วมรันเวย์ปิดสนามบิน

นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานสกลนครต้องปิดชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำท่วมสนามบินสูงประมาณ 1 เมตร เครื่องบินไม่สามารถบินขึ้นลงได้ เบื้องต้นได้ยกเลิกเที่ยวบินนกแอร์ ที่จะขึ้นบินในช่วงเย็น ขณะเดียวกันได้ประสานทหารจาก มทบ.29 นำรถมารับผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องตกค้างที่สนามบินประมาณ 50-60 คน ออกจากพื้นที่ โดยปิดสนามบินตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 28 ก.ค. ถึงเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ก.ค. นอกจากนี้ยังสั่งการให้ท่าอากาศยานสกลนครเตรียมความพร้อมสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องมือต่างๆ โดยยึดรูปแบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่สนามบินนครศรีธรรมราชเป็นแนวทางในการปฏิบัติ คาดว่าหลังจากน้ำลด อาจมีการแก้ไขและซ่อมแซมระบบไฟฟ้า เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้เร็วที่สุด ขณะนี้ยังประเมินไม่ได้ว่ามีอุปกรณ์หรือเครื่องมือเสียหายหรือไม่ เนื่องจากจมอยู่ใต้น้ำ

โรงแรม–รถยนต์จมน้ำ

นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร กล่าวว่า สกลนครมีทั้งหมด 18 อำเภอ ที่น้ำท่วมหนักสุด คือ อ.เมืองสกลนคร เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำที่สุดของจังหวัด พื้นที่โดยรอบมีมวลน้ำมาก ทำให้การระบายน้ำออกไปได้ล่าช้า ขณะนี้ฝนยังตกตลอดเวลา ประชาชนในเขตเทศบาลถูกน้ำท่วมได้รับผลกระทบเกือบ 1 หมื่นครอบครัว เบื้องต้นได้อพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูง โดยใช้ศาลากลางจังหวัดเป็นพื้นที่ที่สูงที่สุดเป็นศูนย์อพยพชั่วคราว ขณะเดียวกัน ได้รับแจ้งว่าที่โรงแรมฮอป อินน์ตั้งอยู่ ในตัวเมืองสกลนคร ถูกน้ำไหลทะลักเข้าท่วม และมีรถยนต์จมน้ำได้รับความเสียหายนับสิบคัน ได้ให้การช่วยเหลือโดยจัดรถไปขนย้ายนักท่องเที่ยวที่เข้าพักและติดค้างออกมาประมาณ 70 คน ส่วนอำเภออื่นๆ ใน จ.สกลนคร ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักสุดในรอบ 30 ปี

โคราชท่วมหนัก 8 อำเภอ

ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.โนนแดง อ.ชุมพวง อ.ประทาย อ.บัวใหญ่ อ.บัวลาย อ.แก้งสนามนาง อ.บ้านเหลื่อม ส่วน อ.เทพารักษ์ ที่น้ำท่วมหนักประชาชนจำนวน 33 ครัวเรือน ได้อพยพไปพักอาศัยชั่วคราวที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล และโรงเรียน ทางจังหวัดได้จัดอาหาร น้ำดื่ม ที่นอน ข้าวของเครื่องใช้ และยารักษาโรคไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว

เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

ด้านนายสุเทพ รื่นถวิล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.เทพารักษ์ ระดับน้ำเริ่มลด แต่ยังไม่ให้ประชาชนที่อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยกลับเข้าไปในพื้นที่ เพราะสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ เกรงว่าจะมีฝนตกลงมาซ้ำอีก ส่วนน้ำที่ท่วมเป็นน้ำไหลหลากมาจากพื้นที่ อ.เทพสถิตจ.ชัยภูมิ ยังต้องเฝ้าระวัง ส่วนถนนมิตรภาพน้ำลดสามารถสัญจรได้ตามปกติ คาดว่าในช่วง 1-2 วันนี้ จะมีฝนตกลงมาอีก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มและพื้นที่โซนที่น้ำท่วม

อพยพ นร.ตาบอดหนีน้ำ

ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อคืนวันที่ 27 ก.ค. พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุด รส.จ.ขอนแก่น นำกำลังทหาร มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ และค่ายสีหราชเดโชไชย จำนวน 50 นาย เข้าไปช่วยเหลือนักเรียน และครูโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น ของมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในพื้นที่บ้าน- คำไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ที่รั้วโรงเรียนและผนังกั้นน้ำกระสอบทรายพังทลาย น้ำทะลักเข้าท่วมโรงเรียนระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร โดยช่วยขนย้ายสิ่งของ อุปกรณ์การเรียน และอพยพนักเรียนประมาณ 100 คน ไปไว้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. เพื่อรอผู้ปกครองมารับกลับไป ขณะที่ทางโรงเรียนได้ประกาศหยุดเรียนโดยไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

น้ำกัดเซาะคอสะพานขาด

ที่ จ.มหาสารคาม บริเวณสะพานห้วยโนนเมือง ถนนสาย 208 โกสุมพิสัย-ท่าพระ-ขอนแก่น ต.แพง อ.โกสุมพิสัย ช่วง กม. 12 +300 คอสะพานถูกน้ำกัดเซาะขาด และคอสะพานบ้านหนองสระพัง ห่างกันประมาณ 5 กม. ถูกน้ำกัดเซาะขาดเช่นกัน ทางแขวงทางหลวงจังหวัดมหาสารคาม ได้สั่งปิดถนนไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่าน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทำให้รถที่วิ่งมาจาก จ.ร้อยเอ็ด และ จ. มหาสารคาม มุ่งหน้าเข้าตัวจังหวัดขอนแก่น ต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางหมายเลข 2322 จาก อ.โกสุมพิสัย ไป อ.เชียงยืน และมุ่งหน้าเข้าตัวจังหวัดขอนแก่น

เร่งอพยพชาวบ้าน

ที่ จ.ศรีสะเกษ หลังน้ำป่าจากเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา ทะลักเข้าท่วมนาข้าวและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์แล้ว ล่าสุด มวลน้ำไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่ อ.ไพรบึง เข้าท่วมนาข้าวและถนนสายสายพยุห์-ขุนหาญ ช่วง กม.ที่ 18-19 ระยะทางประมาณ 1 กม. ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม. รถยนต์เล็กวิ่งผ่านเครื่องยนต์ดับหลายคัน ด้าน อ.กันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่อพยพผู้ประสบภัยกว่า 50 คน มาพักชั่วคราวที่ศูนย์พักพิงช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ลุยน้ำขอความช่วยเหลือ

ที่ จ.อำนาจเจริญ เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังที่ชุมชนดอนแดง ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร นายรื่น เถาว์โท อายุ 69 ปี ชาวบ้านพร้อมลูกชายได้หอบสัมภาระเดินลุยน้ำสูงเกือบ 1 เมตร ออกมาขอความช่วยเหลือ ส่วนที่ ต.กุดปลาดุก อ.เมือง พื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประชาชน และถนนถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ถนนสายบ้านแมด-บ้านน้ำซับ อ.ลืออำนาจ ถูกกระแสน้ำกัดเซาะขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ด้านนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สั่งการ ปภ.จังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย และประสานไปยัง อปท.ทุกแห่ง ให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

น้ำโขงใกล้ถึงจุดวิกฤติ

ที่ จ.นครพนม มีรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 2 เมตร ทำให้ลำน้ำก่ำไหลลงสู่น้ำโขงช้า ทำให้พื้นที่ ต.นาคู่ ต.พิมาน ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังบ้านเรือน ถนน และนาข้าว มีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะมวลน้ำจาก จ.สกลนคร ไหลมาสมทบ ขณะที่ อ.นาแก ได้ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดกับลำน้ำก่ำ ลำน้ำบัง พื้นที่ ต.นาคู่ ต.พิมาน ต.พระซอง อ.นาแก เฝ้าระวังและป้องกันโดยให้ขนย้ายข้าวของขึ้นไว้ที่สูง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจดูแลให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และให้เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

สุโขทัยยังระทม

ที่ จ.สุโขทัย หลังพนังกั้นน้ำแม่น้ำยม ถูกน้ำกัดเซาะพังเป็นโพรงขนาดใหญ่กว้างประมาณ 3 เมตร บริเวณหลังวัดไทยชุมพล ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี โดยเฉพาะบริเวณตลาดสดเทศบาลอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 ซม. ถนนราชธานี ถนนราษฎร์อุทิศ ถนนทัศนาพานิช 2 ถนนทัศนาพานิช 3 ถนนประพนธ์บำรุง และถนนคูหาสุวรรณ จมอยู่ใต้น้ำ นอกจากนี้ พนังกั้นน้ำถูกน้ำเซาะพังอีกจุด ห่างจากจุดแรกประมาณ 30 เมตร นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย ระดมเจ้าหน้าที่เร่งนำเครื่องจักรและกระสอบทรายบิ๊กแบ็กมาวางล้อมจุดที่น้ำทะลัก เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำยม

พนังกั้นน้ำยมแตกเพิ่ม

ล่าสุด ช่วงบ่ายวันที่ 28 ก.ค. พนังกั้นแม่น้ำยมเกิดแตกจุดที่ 3 ห่างจุดที่ 2 ประมาณ 10 เมตร ทำให้มีน้ำไหลทะลักเข้าพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีอย่างต่อเนื่อง จนเอ่อล้นท่วมถนนจรดวิถีถ่อง ถนนสายหลักการจราจรเป็นอัมพาต ทางจังหวัดเร่งประสาน พล.ต.ทรงวุฒิ จิตตานนท์ ผบ.กกล.รส.บชร.3 ขอกำลังทหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง บก.ภ.จ.สุโขทัย ตชด.ค่ายรามคำแหงมหาราช เจ้าหน้าที่ อส. และนักศึกษาจากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย จำนวน 200 คน เร่งขนบิ๊กแบ็กและกระสอบทราย มาวางล้อมโพรงน้ำ พร้อมต่อท่อพีวีซีขนาดใหญ่เพื่อลดความดันของน้ำให้น้อยลง จากนั้นใช้หินคลุกจำนวน 300 คิว เทบล็อกน้ำเอาไว้ตลอดแนวของถนนราชธานี ที่มีการแตกเกิดขึ้นเป็นระยะทางยาวประมาณ 300 เมตร

ขยะปิดทับอุโมงค์ขุนตาน

ที่ จ.ลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี นอภ.แม่ทา รับแจ้งว่าเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา ทำให้น้ำพัดเอาทรายและเศษขยะมากองเต็มปิดเส้นทางรถไฟ บริเวณหน้าอุโมงค์ขุนตาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเร่งทำความสะอาด นำทราย เศษไม้ และขยะที่ปิดกั้นออกโดยเร็ว ทั้งนี้ ไม่มีการแจ้งให้รถไฟหยุดเดินรถเนื่องจากช่วงระยะเวลาดังกล่าว ไม่มีขบวนรถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่องแล่นผ่าน มีเพียงขบวนรถไฟขาล่อง เชียงใหม่-กรุงเทพฯ แล่นผ่านในเวลา 18.00 น. เพียงขบวนเดียว สามารถแล่นผ่านได้ตามปกติ

วางกระสอบทรายป้องนาข้าว

ที่ จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 10 ต.บางเคียน อ.ชุมแสง นำเรือพายบรรทุกกระสอบทรายไปวางทำแนวป้องกันน้ำเข้านาข้าวที่เหลือ หลังนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก ทั้งนี้ นายมานพ จ่าอยู่ ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า นาข้าวถูกน้ำในคลองบางเคียน เป็นคลองสาขาของแม่น้ำยม เอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าวจมน้ำเสียหายหลายร้อยไร่ จึงต้องเร่งวางกระสอบทรายป้องกันนาข้าวส่วนที่เหลือประมาณ 70 ไร่ ล่าสุดน้ำในคลองหรัว ต.หัวถนน อ.ท่าตะโก เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 30-100 ซม. ถนนในหมู่บ้านยังถูกน้ำกัดเซาะขาด ขณะที่มวลน้ำล้นตลิ่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ของหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง

น้ำมาเร็วหนีไม่ทัน

ที่ จ.ระนอง น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 10 บ้านคลองเงิน ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ระดับน้ำบางจุดสูง 1-4 เมตร ชาวบ้านขนข้าวของหนีน้ำกันโกลาหล ต่อมานายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายก อบจ.ระนอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง และ อปพร.นำเรือท้องแบนออกไปให้การช่วยเหลือโดยนำอาหารและน้ำไปแจกจ่าย นายวีรสิงห์ คชสิงห์ นายก อบต.ปากจั่น กล่าวว่า ปีนี้น้ำท่วมหนักสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ปกติน้ำจะท่วมเพียงเล็กน้อย แต่ปีนี้บางจุดน้ำท่วมสูงถึง 4 เมตร และไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง น้ำท่วมถึงระดับเอว ทำให้ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน เบื้องต้นทราบว่ามีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จมน้ำเสียหายหลายคัน พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่เป็นสวนมังคุดที่กำลังเก็บผลผลิต และสวนปาล์มน้ำมันเสียหายหลายร้อยไร่

เปิดรับบริจาคช่วยเหลือ

ที่ลานพระราชวังดุสิต นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ติดตามสถานการณ์และสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นไม่พบผู้เสียชีวิต ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้นแต่ละจังหวัดมีงบฉุกเฉินสำรอง ที่ได้รับจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย จังหวัดละ 20 ล้านบาท และรัฐบาลจะเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือ ผ่านกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)โดยจะเริ่มเปิดรับบริจาคตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067- 0-06895-0 โดยปัจจุบันกองทุนฯ มีเงินประมาณ 700 กว่าล้านบาท

นายกฯสั่งเร่งช่วยผู้ประสบภัย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนที่ตกหนักเพราะอิทธิพลของพายุเซินกา โดยขอให้มุ่งเน้นเข้าไปยังจุดที่ได้รับผลกระทบหนัก เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก เช่น ชุมชนบริเวณที่ลาดเชิงเขา ซึ่งเกิดน้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่ม พร้อมกันนี้นายกฯยังได้รับรายงานจากกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับเหตุดินถล่มปิดทับเส้นทางบริเวณสถานีรถไฟและอุโมงค์รถไฟหลายจุด จึงกำชับให้เร่งประสานการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เคลื่อนย้ายดินที่ปิดทับเส้นทางออกโดยเร็ว รวมทั้งปรับเส้นทางการเดินรถ และจัดหารถประเภทอื่นเข้าไปเสริม เพื่อให้บริการประชาชนที่ต้องการเดินทางในละแวกใกล้เคียงให้ได้รับความสะดวก นายกฯ เน้นย้ำให้ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเทเพราะประชาชนที่เดือดร้อนเป็นเหมือนญาติมิตรที่ตกทุกข์ได้ยากและต้องการความช่วยเหลือ ส่วนบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยง ขอให้ผู้รับผิดชอบออกตรวจทาง ติดป้ายเตือนอันตราย และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อออกปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที

ปภ.เตือน 36 จว.เสี่ยงน้ำท่วม

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 28-30 ก.ค. ทั่วทุกภาคของประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสาน 36 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี และสระบุรี ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง เตรียมความพร้อมรับมือกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทั้ง 36 จังหวัดดังกล่าว ติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานจาก ผอ.รพ.สกลนคร ว่า มีน้ำท่วมบริเวณรอบนอกโรงพยาบาล แต่ยังไม่เข้าในตัวอาคาร โรงพยาบาลยังเปิดบริการได้ตาม ปกติ โดยดำเนินการคือ 1.เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยไอซียู อุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบสำรองไฟฟ้า เครื่องใช้สำนักงานที่สำคัญขึ้นไปยังตึกสูง 2.ประสานเตรียมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง กรณีเปิดบริการไม่ได้ 3.ประสานโรงพยาบาลชุมชน ให้ส่งผู้ป่วยวิกฤติและฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียง คือ อุดรธานี ขอนแก่น มุกดาหาร นครพนม 4.จัดบริการนอกสถานที่ โดยจัดหน่วยแพทย์บริการประชาชนที่ศาลากลางจังหวัดสกลนคร เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการรับการตรวจรักษา เนื่องจากเส้นทางไปโรงพยาบาลมีน้ำท่วมสูง ทั้งนี้ ได้กำชับให้โรงพยาบาลในจังหวัดเสี่ยงอุทกภัยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมสถานบริการและแผนการจัดบริการผู้ป่วย ส่วนกลางพร้อมให้การสนับสนุนยาเวชภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร.1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ชาว มก.เชิญร่วมบริจาค

ดร.จงรักษ์ วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดโรงทานที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งนี้ เพื่อทำความดีถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาว มก. และประชาชนชาวไทยร่วมบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขา ม.เกษตรศาสตร์ วข. เฉลิมพระเกียรติ ชื่อบัญชีกฐินสามัคคี มก. ฉกส. เลขที่บัญชี 986-1-71795-1 ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นเหตุเร่งด่วนจึงขอใช้บัญชีที่ วข. มีอยู่ขณะนี้