วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผกก.ชี้ไม่มีมวยล้ม คดีฆ่าหมกห้องน้ำ

พักงานผอ.โรงเรียนตั้งกก.สอบ

ตำรวจมั่นใจหลักฐานมัด ผอ.ฆ่าสาวลูกหนึ่งหมกศพห้องน้ำโรงเรียน หลังผู้ต้องหาชิงมอบตัวก่อนถูกออกหมายจับ และได้รับการประกันตัว หากพบพฤติกรรมข่มขู่พยานพร้อมยกเลิกประกันได้ทันที ย้ำชัดไม่ผิดตัวแน่นอน ด้านผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากมีมูลเจอสอบวินัยร้ายแรงโทษถึงปลดออก ไล่ออก

ตำรวจเดินหน้าคลี่ปมฆ่าโหด น.ส.ลัดดา จินดาแก้ว อายุ 33 ปี หมกศพในห้องน้ำโรงเรียนบ้านหนองคล้า หมู่ 7 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ระหว่างพาลูกวัย 7 ขวบไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนในโรงเรียน หลังเกิดเหตุนายวินิจ อัครสุวรรณกุล หรือครูฉิม อายุ 53 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองคล้า ที่มีข่าวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตาย ตกเป็นผู้ต้องสงสัยจากหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพรถกระบะได้อย่างชัดเจน แต่ระหว่างตำรวจเตรียมขอศาลออกหมายจับ นายวินิจชิงเข้ามอบตัวยืนยันไม่เกี่ยวข้อง ก่อนยื่นประกันตัวในชั้นศาล

ล่าสุดผู้บังคับบัญชาสั่งผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ รักษาการศึกษาธิการจังหวัดตรังเปิดเผยว่า ขณะนี้สั่งให้นายวินิจหยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองคล้าไปก่อน และภายในสัปดาห์หน้าจะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใช้เวลาประมาณ 15 วัน หากสอบเสร็จและพบว่ามีมูลความผิดก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง มีโทษรุนแรงถึงขั้นปลดออก และไล่ออกจากราชการ

รักษาการศึกษาธิการจังหวัดตรัง กล่าวอีกว่าส่วนโรงเรียนบ้านหนองคล้าจะพิจารณาครูในโรงเรียนที่มีความเหมาะสมรักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการชั่วคราว ส่วนเรื่องคดีปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ ขณะนี้ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. และผู้ว่าราชการจังหวัดตรังทราบแล้ว ตามลักษณะงานทางโรงเรียนจะต้องรายงานเขตพื้นที่ก่อน โรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง (สพป.) เขต 2 ดังนั้นก็ต้องรายงานให้ ผอ.เขตทราบ และรายงานมายังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตามลำดับ

“ตอนนี้ต้องเข้าไปให้ขวัญและกำลังใจครูและนักเรียนในโรงเรียนบ้านหนองคล้า ต้องให้คุณครูทำหน้าที่สอนเด็กต่อไป เหตุที่เกิดขึ้นไม่อยากคิดว่าเป็นเรื่องจริง ไม่อยากเชื่อว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นในแวดวงการศึกษาไทย ถ้าขอได้ ขออย่าให้เป็นความจริงเลย รู้สึกหดหู่ และคาดไม่ถึงจริงๆ เพราะเท่าที่ทราบ ผอ.วินิจ เป็นคนดีมีความสามารถ เป็นนักพัฒนาการศึกษาที่มีความเก่งมากคนหนึ่งของแวดวงการศึกษา” นายนิวรณ์กล่าว

ด้านนายจรินทร์ รักษ์นุ้ย รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุวันที่ 24 ก.ค.จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแต่อย่างใด ทราบข่าวจากสื่อเท่านั้น หลังเกิดเรื่องก็ได้รายงานไปยังรักษาการ ศึกษาธิการจังหวัดและ ผวจ.ตรัง ที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง จากนั้นตั้งคณะกรรมการ 3 คนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีมูลความผิดก็จะสอบสวนทางวินัยต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ถนอม อ่วมพรหม ผกก.สภ.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าด้านคดีว่า ขณะนี้นายวินิจตกเป็นผู้ต้องหาข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวนส่งฟ้องให้เสร็จภายใน 84 วัน หรือประมาณ 3 เดือน ถึงแม้ผู้ต้องหาจะได้รับการประกันตัวในชั้นศาลก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่หากพบว่ามีพฤติกรรมข่มขู่พยาน หรือทำลายหลักฐานและมีผู้ร้องต่อศาลก็มีสิทธิ์ยกเลิกการประกันตัวได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาทราบและชิงมอบตัวก่อนออกหมายจับนั้น เชื่อว่าอาจเป็นเพราะนายวินิจเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ มีพรรคพวกคอยแจ้งข่าวอยู่บ้าง

“เชื่อว่าคนเรารู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เปรียบเหมือนช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดคงไม่มิด เมื่อเห็นท่าไม่ดีก็เลยชิงมอบตัว อีกทั้งผู้ต้องหาเป็นผู้มีความรู้ เป็นคนเก่งย่อมรู้ขั้นตอนต่างๆอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีผลกระทบใดๆต่อรูปคดี มั่นใจว่าคดีนี้ไม่มีการจับผิดตัว และยืนยันไม่มีมวยล้มแน่นอน ตอนนี้รอผลตรวจดีเอ็นเอ หากตรงกับผลการผ่าพิสูจน์ศพผู้ตายก็จะมัดตัวผู้ต้องหาได้ 100 เปอร์เซ็นต์” ผกก.สภ.เขาวิเศษ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานและมูลเหตุจูงใจก็ถือว่าชัดเจนมาก สาเหตุมาจากเรื่องโกรธเคืองขัดแย้งส่วนตัวระหว่างผู้ต้องหากับผู้ตาย และยังไม่มีผู้ต้องสงสัยรายอื่นเพิ่ม