วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดวัดใจตามรอยพี่ชาย

เข้าสู่โหมดติดเครื่องเรียกแขก

ตามบรรยากาศโหมโรงต่อเนื่องของทีมงานนายใหญ่ ปลุกพลังมวลชนก่อนถึง

วันตัดสินอิสรภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ประกาศไม่ยอมปล่อยให้ “อดีตนายกฯปู” ตายเดี่ยว

ในโปรแกรมระทึกขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฟังคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลย

ไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการจำนำข้าว จนเกิดความเสียหายต่อประเทศ 5 แสนล้านบาท

ยิ่งขยับเข้าใกล้เส้นตายชี้ชะตา 25 ส.ค.เข้าไปเท่าไหร่ ยิ่งดูเหมือนจะมีหัวเชื้อปลุกความฮึกเหิมแฟนคลับนางสิงห์ให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

อย่างที่เห็นๆกับฉากล่าสุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ออกมาร่วมบู๊ ทวงความเป็นธรรม

ด้วยตัวเอง กรณีถูกกรมบังคับคดีถอนเงินจากบัญชีในธนาคารไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่แค่อยู่ในขั้นตอนอายัดทรัพย์ตามที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจ

ประเมินสถานการณ์แล้วน่าจะบิ๊วต์อารมณ์ สุมความไม่พอใจให้กองเชียร์ได้มากพอสมควร ถูกนำไปจุดกระแสขยายความไม่ให้ความเป็นธรรม ไม่รอฟังผลการขอยื่นทุเลาคำสั่งบังคับคดีของศาลปกครอง

ไล่ยึดทรัพย์ก่อนศาลมีคำพิพากษา

ทีมงานอดีตนายกฯหญิงเดินเกมเร้าอารมณ์ ปลุกกระแส “ยิ่งลักษณ์” ไม่ได้รับความเป็นธรรมกรอกหูมวลชนต่อเนื่อง

ขณะที่ฝั่งรัฐบาลทั้ง “บิ๊กตู่” และ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประสานเสียงชี้แจงการริบเงินในบัญชีธนาคารของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นขั้นตอนบังคับคดีทางปกครอง

เป็นคนละส่วนกับคดีโครงการจำนำข้าวที่อยู่ในชั้นศาลฎีกาฯ

ท็อปบูตเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมเร่งทำความเข้าใจถี่ยิบ ไม่ประมาทจุดอันตราย เปิดช่องให้มีการบิดเบือนข้อมูลใช้ปลุกระดมมวลชน

ในอารมณ์หวั่นไหวอยู่ลึกๆ ผวาม็อบแดงจุดติดมาสร้างแรงกดดันการตัดสินคดีจำนำข้าว

แต่เรื่องของเรื่อง ถ้าวัดตามสภาพความจริงในยุคทหารเรืองอำนาจ ต่อให้ขนมวลชนมามากแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาลได้ อย่างดีที่สุดก็แค่เร้าบรรยากาศสร้างความกดดันเท่านั้น

กองทัพยังมีประสิทธิภาพและแต้มต่อคุมเกมความมั่นคงอยู่หมัด ในภาวะที่ระดับแกนนำมวลชน สายบู๊อย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยังถูกขังอยู่ในเรือนจำ ไม่มีหัวขบวนออกมาปลุกใจมวลชน

สถานการณ์มาถึงจุดที่ “อดีตนายกฯปู” หลังพิงฝา แม้จะสู้ยิบตาเพียงใด แต่กลับถูกต้อนใกล้จนตรอกมากขึ้นเรื่อยๆ
เจอกระหน่ำกดดันหนักทั้งทางคดีอาญา คดีปกครอง และคดีแพ่ง

หากรอดไปได้ก็ยังมีคดีความยาวเป็นหางว่าวให้เผชิญ

ไม่สิ้นสุด

ตามแนวโน้มล่าสุดที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.ระบุ ป.ป.ช.จ่อตั้งแท่นชี้ขาดคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์และอดีต รมต. รวม 34 คน อนุมัติเงินเยียวยาช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองโดยมิชอบภายในเดือน ก.ย.นี้

มีคิวเสียวๆรอถูกลงดาบกรณีจ่ายเงินเยียวยาร่วม 2,000 ล้านบาท ช่วยเหลือพวกพ้องคนเสื้อแดง โดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ยังไม่นับรวมสำนวนคดีที่อยู่ใน ป.ป.ช.

อีกหลายคดี

วิบากกรรมรออีกเป็นกองพะเนินในอนาคต

เหมือนสร้างเป็นเงื่อนไขบีบให้ “อดีตนายกฯปู” เลือกเส้นทาง “หนี” ตามรอย “พี่ชาย”

รูปการณ์มาถึงจุด “วัดใจ” อดีตแม่ทัพหญิงเพื่อไทยจะตัดสินใจเลือก “สู้” หรือ “หนี” เป็นการกำหนดชะตากรรมครั้งสำคัญที่ต้องชั่งน้ำหนักให้รอบคอบที่สุด โดยมี “อิสรภาพ” เป็นเดิมพัน

ถ้าคิดสู้ก็มีความเสี่ยงสูญสิ้นอิสรภาพ พ่วงด้วยการถูกยึด

ทรัพย์สินหมดตัว

ในทางตรงข้าม หากคิดหนี ตามเงื่อนไขของร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฉบับใหม่ ก็จะต้องถูกหยุดนับอายุความ

ต้องหนีไปตลอดชีวิต ถูกตราหน้าเป็นพวกนักโทษหนีคดี

บทเรียนพี่ชายหนีแล้วเป็นอย่างไร มีให้เห็นอยู่ตำตา.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน