วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มช็อก! เงินเกลี้ยงบัญชี จาก 1,500 เหลือ 117 บาท เหตุไม่เคลื่อนไหวนาน ผู้รู้แจง

หนุ่มช็อก! เงินเกลี้ยงบัญชี เหตุไม่เคลื่อนไหวนาน ถูกหักเดือนละ 50 เงินที่มีจาก 1,500 บาท เหลือ 117 บาท ผู้รู้แจง เป็นระเบียบของธนาคาร แต่ละแห่งหักเงินไม่เท่ากัน และที่ผ่านมาเคยมีปัญหาลักษณะนี้บ่อย เคยเกิดการทุจริตก็มี 

วันนี้ 28 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก Youlike (คลิปเด็ด) ได้แชร์ โพสต์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jakkrapong Pirom  โดยระบุว่า...รบกวนผู้รู้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคาร ช่วยอธิบายให้ฟังทีครับ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย

"ผมโดนธนาคารหักเงินแบบแปลกๆ 
และฝากเตือนไปยังบรรดาคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ด้วยครับ 
เพราะคิดว่า มีคนไม่รู้เรื่องนี้เยอะ

ผมเปิดบัญชีกับธนาคารสีม่วงแถวๆ บ้านแห่งหนึ่งทิ้งไว้ ตอนปี 2014 คิดว่าจะเปิด ฝากเงินใส่ไว้เฉยๆ โดยไม่ทำบัตรเอทีเอ็ม และไม่คิดจะเบิกออก จึงเปิดแบบออมทรัพย์ และฝากเงินใส่ไว้ในบัญชี 1,500 บาท
และจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมได้ทำสมุดบัญชีเล่มนี้หายไป โดยที่หาไม่เจอเลย 
ตัวผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนเวลาผ่านมาจนถึงเมื่อสองวันก่อนที่ผมได้เจอสมุดบัญชีเล่มนี้อีกครั้ง และผมก็คิดว่า จะนำมันไปปรับบัญชีเพื่อทำบัตรเอทีเอ็ม ไว้ใช้เป็นบัญชีสำรองอีกหนึ่งอัน
เมื่อไปถึงธนาคาร ผมได้แจ้งความประสงค์ ขอทำบัตรเอทีเอ็ม ทางพนักงานก็ทำให้
จนมาถึงคำถามว่า "ลูกค้าจะจ่ายค่าทำบัตรเอทีเอ็มเป็นเงินสด รึหักจากบัญชีดีคะ" 
ผมจำได้ว่า ในสมุด มีเงินฝากอยู่พันห้าร้อยบาท 
จึงบอกให้พนักงานหักจากบัญชี ดีกว่าครับ
พนักงานได้ยินดังนั้นก็ดำเนินการต่อไป
แต่พนักงานก็หยุดทำ และแจ้งผมว่า เรียนลูกค้า เงินในบัญชีไม่พอจ่าย
ผมก็งงสิ ด้วยความที่เราดูสมุดบัญชีอยู่แล้ว ว่า มีเงินฝากในบัญชีอยู่พันห้า 
เลยยืนยันกับทางพนักงานว่า ผมมีเงินในบัญชีอยู่นะไม่เคยถอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะไม่มีบัตร
แต่ทางพนักงานแจ้งว่า
#ธนาคารมีกฎว่าถ้าลูกค้าไม่เดินบัญชีเป็นระยะเวลานานจะหักเงินทุกเดือน!!!!
ผมเชื่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้เลยว่า ฝากเงินกับธนาคาร ถ้าไม่เคลื่อนไหวบัญชี ถอนออกรึฝากเพิ่มเลย #จะไม่ได้ดอกเบี้ย #แต่จะโดนหักเงินแทน
ตัวผม โดนเดือนละ 50 บาท จากพันห้า หักผมจนเหลือ 117 บาท 
เป็นไปได้ด้วยเหรอ ระบบแบบนี้ อันนี้เราไม่เข้าใจจริงๆ เพราะเราคิดมาตลอดว่า ฝากเงินไว้ในธนาคาร ถ้าไม่ถอนเลย ก็ไม่น่าจะโดนหักเงินขนาดนี้ และน่าจะได้ดอกเบี้ยด้วยซ้ำ แต่นี่กลับโดนหักเงินแทน
ถ้าเรื่องนี้ไปเกิดกับคนถ้าคนแก่ที่ไม่รู้เรื่องแบบนี้ ฝากเงินเก็บไว้เป็นสิบๆปี ไม่ถูกหักหมดเหรอ แล้วคนไม่รู้เรื่องจะทำยังไง เราว่ามีคนแบบเราที่ไม่รุ้เรื่องนี้เยอะนะ
หรือว่าเฉพาะกรณี หรือว่าโดนเฉพาะเรา
วอนผู้รู้ ช่วยทีนะครับ...”

จากกรณีดังกล่าว ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยัง นายธวัชชัย ยงกิตติกุล อดีตเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ได้อธิบายว่า ระเบียบนี้มีมานานแล้ว แต่ละธนาคารจะมีเรตการตัดเงินไม่เท่ากัน โดยทั่วไปหากบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหวเลยใน 1 ปี ทางธนาคารจะมีหนังสือเตือนส่งมาตามที่อยู่ที่ให้ไว้ โดยจะให้ถอน หรือ ทำธุรกรรมใดๆ พอส่งหนังสือแจ้งไปแล้ว จากนั้นเขาก็จะทำการตัดเงิน

“แรกเริ่มเดิมที ไม่มีการตัดเงิน แต่ที่ผ่านมามีปัญหาเกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น การทุจริต หรือ บางรายถอนเงินไปเกือบหมดแล้วแต่ลืมปรับสมุดบัญชี ก็ปล่อยทิ้งไว้ หรือ บางรายเหลือเงินเล็กๆ น้อยๆ ในที่สุด ก็มีการออกระเบียบดังกล่าวออกมา โดยได้ไปศึกษากับระเบียบของประเทศต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีระเบียบดังกล่าว”

เจตนารมณ์ในการใช้ระเบียบตัวนี้เพื่ออะไร นายธวัชชัย อธิบายว่า เนื่องจากบัญชีที่ไม่ได้ใช้นานแบบนี้ เพราะทางธนาคารไม่ทราบว่า จะทำอย่างไรกับบัญชีดังกล่าว เพราะที่ผ่านมา การทิ้งบัญชีในลักษณะดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาขึ้นหลายอย่าง เช่น บางคนจำไม่ได้ว่ามีเงินเท่าไหร่ แล้วอ้างว่ามีเงินมากกว่านั้น หรือ บางครั้งลายเซ็นที่เคยให้ไว้กับธนาคาร มีการเปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นปัญหาอีก

“ขนาดผมยังลืมเลย กระทั่งธนาคารส่งหนังสือมาแจ้ง เราจึงต้องรีบไปทำธุรกรรมทางการเงิน”