วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพิ่มร.ร.ไทยรัฐฯ111โรง เสริมโอกาสให้เด็กไทย

“ไม่มีการกุศลใดๆดีได้เท่าการสร้างโรงเรียน”

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แสดงทรรศนะระหว่างเปิดอาคารเรียนไทยรัฐวิทยา 60 บ้านเขาตะพานนาค ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ท่ามกลางคณาจารย์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และชาวจังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เลขาธิการ สพฐ.เสริมอีกว่า การสร้างสถาบันการศึกษาของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ระหว่างเมืองกับชนบท และการสร้างโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญนั้น เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทย

ดังนั้น “ผมขอบอกกับผู้ปกครองทุกท่านว่า โรงเรียนไทยรัฐวิทยามีความพร้อมในการให้การศึกษาอย่างเห็นได้ชัด เราเห็นได้จากเด็กๆ ที่เรียนอยู่และจบการศึกษาไป ล้วนแล้วแต่มีความสามารถยอดเยี่ยม และที่สำคัญไทยรัฐวิทยาเป็นสถานศึกษาใกล้บ้าน เด็กๆไม่ต้องเดินทางไปเรียนไกลบ้าน

คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 60 นางสาวปิยะมาศ แซ่โค้ว ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า สถานศึกษาแห่งนี้นอกจากให้ความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังเน้นสร้างเด็กให้มีคุณธรรม จริยธรรมควบคู่กันไป ปลูกฝังโดยจัดกิจกรรมให้ เช่น แต่ละเช้าก่อนเข้าห้องเรียนให้เด็กๆเดินจงกรม

“เราให้เด็กถือช้อนใส่น้ำเดินไป เพื่อฝึกสมาธิ เมื่อถึงจุดหมายแล้วก็ดูว่า เด็กคนไหนเหลือน้ำในช้อนมาก–น้อยเพียงใด นั่นคือตัววัดสมาธิของเด็กแต่ละคน”

และยังมีกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ทุกเช้าให้เด็กนักเรียนอ่านคำพื้นฐานที่ครูกำหนดให้ก่อนเข้าเรียน อ่านทุกคนวันละ 5-10 คำ เพื่อให้เด็กได้จำถ้อยคำเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ทั้งในห้องเรียนและในชีวิตจริง แต่ถ้าพบว่าเด็กคนไหนมีปัญหาเรื่องการออกเสียง คุณครูก็จะช่วยแก้ไข

กิจกรรมนี้ ประโยชน์ที่ได้รับคือ เด็กสั่งสมความรู้เรื่องถ้อยคำที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และทำให้เด็กในโรงเรียนอ่านออกเขียนได้ 100 เปอร์เซ็นต์

โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 60 มีนักเรียน 125 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

บริเวณเปิดอาคารเรียน นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการบริหารมูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บอกว่า โรงเรียนไทยรัฐวิทยาเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ.2513 ปัจจุบันมีทั้งหมด 101 โรง และจะเพิ่มเป็น 111 โรง ภายในปีครบรอบ 100 ปีชาตกาล ผอ.กำพล วัชรพล ในปี พ.ศ.2562

จุดประสงค์ในการสร้างนั้นเป็นไปตามดำริของ ผอ.กำพล วัชรพล ที่หวังช่วยให้เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาได้ศึกษาเรียนรู้ การเรียนการสอนของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา นอกจากเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังมีหลักสูตรสื่อมวลชนศึกษา เพื่อสอนให้เด็กได้เรียนรู้กระบวนการทำสื่อ รู้เท่าทันสื่อ และยังมีหลักสูตรพลเมืองดีเสริมอีกด้วย

“ผอ.กำพลท่านบอกว่า ถ้าไปเจอคนดี แล้วคนดีนั้นบอกว่าเรียนจบมาจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ท่านจะภูมิใจมาก”

มูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นอกจากเข้ามาดูแลโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั้ง 101 โรงแล้ว ยังสร้างโรงเรียนเพิ่มอีกด้วย แต่เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบัน บางโรงเรียนเด็กเข้าเรียนน้อยลง และบางโรงเรียนก็ขาดความพร้อมในด้านต่างๆที่รัฐอาจเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง มูลนิธิไทยรัฐจึงรับโรงเรียนเหล่านั้นเข้ามาดูแล โดยพิจารณาเป็นรายๆไป

การเข้าร่วมโครงการนั้น เป็นไปตามความสมัครใจของชุมชน สถาบันการศึกษา และเป็นไปตามเงื่อนไขของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง โรงเรียนที่เพิ่มใหม่ของไทยรัฐวิทยาเช่น โรงเรียนบ้านนาบัว หมู่ที่ 5 ตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

นายมั่ง บัวคำ ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า โรงเรียนอยู่ห่างจากด่านชายแดนไทย-ลาวประมาณ 20 กม. ปัจจุบันการเรียนการสอนเป็นไปได้ด้วยดี และโรงเรียนมีความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพทางการศึกษา เพื่อให้เยาวชนได้เป็นทรัพยากรบุคคลที่ดีของสังคมสืบไป

“ผลที่จะเกิดขึ้นหลังเป็น ร.ร.ไทยรัฐวิทยา ผมมองว่าเด็กจะได้รับประโยชน์เต็มๆ ทั้งในเรื่องวัสดุอุปกรณ์ อาคารเรียน ทุนการศึกษา และยังช่วยให้เด็กในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางไกล ในเรื่องนี้ ล่าสุดผมเพิ่งทราบมาว่า ผู้ปกครองกำลังจะย้ายเด็กกลับมาเรียนที่โรงเรียนเรา เพราะใกล้บ้าน”

และเนื่องจาก “โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนชายแดน เมื่อเข้าโครงการแล้ว ผมก็จะเปิดโอกาสให้เด็กในประเทศเพื่อนบ้านได้เข้ามาเรียน เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันสืบไป”

ยังมีโรงเรียนที่เข้าโครงการอีก เช่น โรงเรียนบ้านหนองไม้แดง ตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนแห่งนี้เปิดการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น นายวิทยา ทองโสม เป็นผู้อำนวยการ

นายมงคล เกิดอยู่ อายุ 52 ปี อดีตนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองไม้แดง บอกว่า โรงเรียนหนองไม้แดงเป็นโรงเรียนเก่าแก่ ชาวบ้านเรียนจบไปตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงลูกหลาน ปัจจุบันมีความขาดแคลนหลายอย่าง เป็นต้นว่าครูและอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย มองภาพรวมว่า ถ้าโรงเรียนได้เข้าโครงการก็เท่ากับเปิดโอกาสให้เด็กได้มีคุณภาพทางการศึกษามากขึ้น

“ผมคิดว่า ถ้าโรงเรียนของเราอยู่ในความช่วยเหลือดูแลของมูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็จะช่วยให้การเรียนการสอนดีขึ้น เด็กจะมีคุณภาพยิ่งขึ้น”

สำหรับปัญหาพื้นฐานของโรงเรียน พบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี เด็กๆมักอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย หรือญาติใกล้ชิด เพราะผู้ปกครองต้องออกไปประกอบอาชีพต่างถิ่น การอยู่ห่างไกลจากลูกๆ ทำให้ไม่ได้รับทราบปัญหาของลูก นั่นเป็นปัญหาพื้นฐานที่พบทั่วไป

ยังมีปัญหาครูไม่เพียงพอและยังสอนไม่ตรงกับวิชาเอกที่เรียนมา ปัจจุบันยังขาดครูสอนภาษาอังกฤษ ทำให้ขาดศักยภาพในการแข่งขัน เมื่อจำเป็นต้องสอบเรียนต่อ และกิจกรรมสอบต่างๆ เพื่อวัดความรู้ด้านภาษาอังกฤษ และยังมีปัญหาด้านงบประมาณเพื่อการศึกษา

ท่ามกลางความขาดแคลน พระครูคมรัตนาภร เจ้าอาวาสวัดบ้านหนองไม้แดง บอกว่า ทางวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ว่าโรงเรียนจะมีปัญหาอะไร วัดก็คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด และชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือกับทางวัดและโรงเรียนมาเป็นอย่างดี “โรงเรียนของเราแม้จะมีครูน้อย แต่ก็ตั้งใจสอนเป็นอย่างดี เด็กๆมีทั้งเก่งด้านวิชาการและด้านกีฬา”

สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือที่ผ่านมา “เมื่อขาดแคลนเรื่องใด เราก็จะจัดทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา เรายังมองว่าปัจจุบันเราขาดรถรับส่งนักเรียน โรงเรียนใกล้ๆกันนี้ถูกยุบไปหลายโรงเพราะว่าเด็กน้อย เมื่อเด็กเข้ามาเรียนในโรงเรียนของเรา บางคนก็ต้องเดินทางไกล”

การเข้าโครงการเป็น “โรงเรียนไทยรัฐวิทยา” พระครูคมรัตนาภร บอกว่า “เป็นผลมาจากคณะกรรมการสถานศึกษาประชุมปรึกษากัน แล้วเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กๆจะได้พัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ อะไรที่ขาด เราก็จะได้เพิ่มเติมให้เพียงพอกับความต้องการต่อไป”

ปี พ.ศ.2562 ไทยรัฐวิทยาจะเพิ่มรวมเป็น 111 โรง ทุกโรงเรียนนั้นสิ่งที่เน้นนอกจากวิชาการก็คือ การสร้างคนดีสู่สังคม.