วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชนวนข้าวชนวนการเมือง

อยากเวลานี้คอการเมืองจับจ้องไปที่วิบากกรรมของ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากคดีรับจำนำข้าว ที่ศาลจะมีคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ แต่ก่อนหน้านั้น กระทรวงการคลัง ได้ส่งบัญชีธนาคารของอดีตนายกฯไปยัง กรมบังคับคดี เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ตามคำสั่งกรณีทำให้เกิดความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวเช่นกัน

กฎหมายก็คือกฎหมาย เจตนารมณ์ของกฎหมายที่ประกาศใช้บังคับก็ เพื่อปรามและมีการลงโทษ เป็นกฎกติกาของสังคมที่จะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะฉะนั้น กระบวนการยุติธรรม จึงมีความสำคัญกับมนุษย์ในสังคมที่ต้องมีความเท่าเทียมและเป็นธรรมและเป็นที่พึ่งสุดท้ายทางสังคม

กรณีรับจำนำข้าว หรือโครงการประกันราคาข้าว หรือการพยุงราคาพืชผลทางการเกษตรก็เป็นอีกเรื่อง การทุจริตในโครงการต่างๆของภาครัฐก็ต้องเป็นอีกเรื่อง ไม่เช่นนั้นการนำนโยบายไปปฏิบัติก็จะเกิดปัญหา เช่น ธนาคารมีนโยบายที่จะรับฝากเงินจากประชาชน มีเจ้าหน้าที่ธนาคารยักยอกเงินลูกค้า คนที่จะต้องตกเป็นผู้ต้องหาและรับโทษในกรณีนี้ก็คือพนักงานที่กระทำความผิด ส่วนเจ้าของธนาคารมีหน้าที่รับผิดชอบเชิงสังคม คือดูแลการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นที่พอใจของลูกค้า แต่ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดเพราะไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการยักยอกเงินของลูกค้า ไม่เช่นนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงการของรัฐที่เยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือสวัสดิการของรัฐเช่น รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ก็จะมีความผิดกันไปหมดเพราะรัฐได้รับความเสียหายแน่นอนอยู่แล้ว

โครงการรับจำนำข้าวก็เช่นกัน รัฐเสียหายแต่เกษตรกรได้ประโยชน์ การคาดการณ์ล่วงหน้าว่าทำแล้วจะเกิดความเสียหายเท่านั้นเท่านี้ เป็นเพียงการคาดคะเน ที่จะนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานว่าจะดำเนินการหรือยกเลิกการดำเนินการไม่ได้ ซึ่ง ณ จุดนี้ ต้องยอมรับว่า เป็นวิบากกรรมเฉพาะตัวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จริงๆ

ส่วนเรื่องความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ส่อว่าจะมีการทุจริตหรือมีหลักฐานเชื่อว่าจะเกิดการทุจริตก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานตามแนวทางการสืบสวนสอบสวน เช่น การระบายข้าวระหว่างรัฐกับรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า หากเกิดการทุจริตขึ้นในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งแล้วทั้งโครงการจะทุจริตไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะต้องมีคนรับโทษกันครึ่งประเทศ ใครที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำโดนหมด

การร้องเรียนของเจ้าของโกดังข้าวที่ จ.อ่างทอง ซึ่งได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐไปแล้วให้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงสภาพข้าวและการเก็บรักษาในคลังวรโชติ ที่มีข้าวถูกนำขายเป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากเจ้าของโกดังมีความมั่นใจว่าข้าวในโกดังดังกล่าวเป็นข้าวมีคุณภาพไม่ใช่ข้าวเสื่อมคุณภาพที่นำไปเป็นอาหารสัตว์ และทำให้รัฐเกิดความเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

จะเกิดขึ้นกับโกดังข้าวอื่นๆอีกหรือไม่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะต้องตรวจสอบให้โปร่งใส เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง ตีรวนจากที่มาของโครงการรับจำนำข้าว แต่เป็นความเสียหายที่ไม่ชอบมาพากล ข้าวประเภทเดียวกัน อยู่ในโกดังเดียวกัน เก็บรักษาเหมือนกัน แยกเป็น 4 กอง อ้าง 3 กองเป็นข้าวดี อีก 1 กองเป็นข้าวเสียดูทะแม่ง

รัฐจะปัดสวะไม่ได้เด็ดขาด.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th