วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“อำนาจ” กรรมติดจรวด

งูกินหาง คดีความต่อเนื่อง

เวลานี้คดีจำนำข้าวแม้ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้กำหนดวันแถลงปิดคดีและวันพิพากษาคดีเอาไว้แล้วก็ตาม

แต่ยังมีความพยายามที่จะให้องค์คณะศาลยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกครั้ง ด้วยการยื่นคำร้องอีกครั้งหลังจากที่ไม่รับคำร้องมาแล้วครั้งหนึ่ง

ก็คงจะต้องดูว่าศาลท่านจะใช้ดุลพินิจอย่างไร

แต่เพราะเป็นประเด็นที่ตกไปแล้ว การยื่นประเด็นเดิมอีกคงเป็นเรื่องยากที่ศาลจะดำเนินการ เพราะมิฉะนั้นเท่ากับว่าหักล้างกับคำวินิจฉัยเดิม

อย่างไรก็เชื่อว่าเรื่องจำนำข้าวคงจะต้องมีลูกเล่นออกมาอีกเพราะอย่างน้อยก็ปลุกกระแสมวลชนที่สนับสนุนให้คึกคักต่อเนื่องไปจนกว่าจะถึงวันตัดสิน

ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องต่อเนื่องตามมาติดๆคือ ป.ป.ช. โดยนางสุภา ปิยะจิตติ 1 ในกรรมการ ป.ป.ช.ได้ออกมาเปิดเผยว่า ภายในเดือนกันยายนจะสามารถชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และอดีตคณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลอีก 34 คน

หลังจากที่ได้ไต่สวนกรณีหลีกเลี่ยงหรือละเว้นไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ทำให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของประเทศจำนวน 1,921,061,629.46 บาท จากการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 2548-2553

โดยไม่มีอำนาจ ไม่มีกฎหมายรองรับเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องตนเอง

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้คณะอนุกรรมการแจ้งข้อกล่าวหาในกรณีกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ครม.รวม 34 คน มีมติอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง

คณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาแล้วเห็นว่า ครม.มีมติเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2555 และเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2555 เห็นชอบให้มีการเยียวยาและให้ใช้งบจากงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 ล้านบาท

นำมาใช้ในการดำเนินการโดยออกหลักเกณฑ์และอัตราการเยียวยาขึ้นมาใหม่และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีกฎหมายใดมารองรับการจ่ายเงินเยียวยา

หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ชี้ว่าคดีนี้มีมูลความผิด

ก็ยุ่งอีกแน่ เพราะมีผู้กระทำผิดจำนวนมากเพราะเป็นมติ ครม.ในรัฐบาลชุดนี้ เพียงแต่ทนายความของ นปช.ออกมาระบุว่าเรื่องนี้นางสุภาไม่ควรออกมาพูดก่อนที่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะมีมติออกมาเป็นการแสดงท่าทีลักษณะนี้อาจเป็นการสร้างประเด็น

หรือสร้างกระแสให้สอดรับกับคดีรับจำนำข้าว

“หน้าที่ของ ป.ป.ช.ไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ว่าจะชี้มูลหรือไม่ชี้มูลแล้วส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา แต่หน้าที่อย่างเดียวที่ควรทำคือนำมติส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง”

ก็ว่ากันไปตามเกมครับ...

ทว่า หาก ป.ป.ช.ชี้ว่ามีมูลจริงนั้นแหละจะส่งผลถึงอดีตนายกฯหญิง และครม.ทั้งชุดจำนวน 34 คนทันที

ยิ่งหากกฎหมายอาญานักการเมืองที่จะออกมาที่ระบุว่าให้พิจารณาคดีลับหลังได้และไม่มีอายุความหากหลบหนีไม่ยอมมาพิจารณาคดีด้วยตนเอง

จากรายชื่อ ครม.ชุดนั้น แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดาแม้จะมีคนจากพรรคการเมืองด้วยก็ตาม แต่รัฐมนตรีสังกัดพรรคเพื่อไทยนั้นเพียบไปด้วยคนเด่นคนดัง

เห็นท่านักการเมืองดังค่ายนี้จะหายไปเกือบทั้งพรรค.


“สายล่อฟ้า”