วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวังความขัดแย้งใหม่

ร่างสัญญาประชาคมผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ช.) เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะกำหนดวันที่เพื่อเผยแพร่ และแถลงให้ประชาชนทราบเป็นทางการต่อไป

ร่างสัญญาฉบับนี้จัดทำโดยคณะผู้นำกองทัพ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ในค่ายทหารครบทั้ง 4 ภาค แต่มีรายงานข่าวว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ นักวิชาการบางคนวิจารณ์ว่า เป็นเอกสารที่คล้ายกับ “บันทึกความเข้าใจ” หรือเอ็มโอยู แต่ฟังดูคล้ายกับจะเป็นคำสั่ง คสช. ให้ชาวไทยพึงปฏิบัติ แต่ไม่มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย

คำว่า “สัญญาประชาคม” อาจก่อความสับสนในหมู่นักศึกษารัฐศาสตร์ เพราะเป็นชื่อทฤษฎีรัฐศาสตร์ที่สำคัญ เกี่ยวกับประชาชนยอมสละสิทธิเสรีภาพบางส่วน เพื่อร่วมกันจัดตั้ง “รัฐ” หรือประชาคม เพื่อให้มีรัฐบาล มีกฎหมาย มีกติกาการอยู่ร่วมกันโดยสงบสุข แต่ถูกนำมาใช้คล้ายกับเอ็มโอยู และอาจบังคับใช้กับประชาชน แม้จะไม่ได้เป็นคู่สัญญา

ร่างสัญญาประชาคมของรัฐบาล คสช. มีทั้งส่วนที่พึงปฏิบัติ และส่วนที่เป็นความเห็นของนายกรัฐมนตรี ตัวอย่างเช่นคนไทยทุกคนพึงร่วมกันสร้างบรรยากาศ ของความสามัคคีปรองดอง พึงมีความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และใช้สิทธิเสรีภาพอย่างถูกต้องเหมาะสม ในกรอบกฎหมาย มีส่วนร่วมในการเมืองภาคประชาชน

ต่างจากคณะกรรมการ คอป. และสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและรัฐสภา ให้ศึกษาและเสนอแนะแนวทางการสร้างความปรองดอง หลังเหตุรุนแรงจากความขัดแย้งทางการเมือง 2552-2553 ทั้งสององค์กรได้เสนอแนะไว้มากมายทั้งด้านการดำเนินคดี การเยียวยาผู้เสียหาย การนิรโทษกรรม และการแก้ไขปัญหาพื้นฐาน

คอป.เสนอแนะต่อหลายฝ่ายอย่างจำเพาะเจาะจง เช่น เสนอแนะต่อกองทัพและทหาร สื่อมวลชน และสถาบันทางศาสนา เกี่ยวกับความเป็นประชาธิปไตยหลักธรรมาภิบาล และการเคารพสิทธิมนุษยชน ส่วนสถาบันพระปกเกล้าเสนอแนะเรื่องการให้อภัย การนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง และความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

แต่รัฐบาล คสช.อาจเห็นว่าเหตุรุนแรงผ่านไปหลายปีแล้ว และลดความร้อนแรงลงไปมาก ทุกฝ่ายจึงควรลืมเรื่องร้าย ในอดีตที่ผิดพลาด มาจับมือเริ่มต้นกันใหม่ ด้วยการปฏิบัติตามสัญญาประชาคม ที่เชื่อว่าจะสามารถสร้างความสามัคคีปรองดองได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือในปัจจุบันมีความขัดแย้งและคู่ขัดแย้งใหม่ๆเกิดขึ้น แม้แต่ คสช.ก็ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง.