วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุหรี่ไฟฟ้า

คนที่เห็นข่าว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. นำกำลัง ตำรวจ บก.สปพ.หรือ 191 และ ตำรวจท่องเที่ยว บุกค้นบ้านหลังหนึ่ง หลังได้รับร้องเรียนและสืบทราบว่าลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า

บอกว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นสินค้านำเข้าชนิดใหม่ เป็นแฟชั่นฮิตในกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา ที่นิยมสั่งซื้อมาสูบแทนบุหรี่จริง และราคาที่วางขายในท้องตลาดสูงมาก บางรุ่นต้องพรีออเดอร์นำเข้าจากต่างประเทศ

ตำรวจ 191 นำกำลังค้นโกดังขายบุหรี่ไฟฟ้า มีน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 9,906 ขวด แกลลอนน้ำยา 16 แกลลอน เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 320 เครื่อง แบตเตอรี่ 310 ชิ้น หัวบุหรี่ไฟฟ้า 212 ตัว และอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบบุหรี่ไฟฟ้า

มูลค่านับ 10 ล้านบาท

ถือว่าเป็นโกดังเก็บและจำหน่ายบุหรี่ขนาดใหญ่กลางกรุง มีนายทุนต่างชาติเป็นเจ้าของ

น้ำยาบุหรี่และอุปกรณ์ ล้วนเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย

ผู้กระทำความผิด มักรวมตัวทำเป็นกลุ่มวัยรุ่นเป็นตัวแทนนำบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์เข้ามาจำหน่าย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเด็กเยาวชน วัยรุ่น นักศึกษา และกลุ่มคนสังคมไฮโซ

ของกลางจำนวนมากขนาดนี้ คงไม่ใช่เพิ่งนำเข้ามาขายภายใน 1-2 วัน กลุ่มแก๊งบุหรี่ไฟฟ้าที่เปิดตัวเป็นตัวแทนนำเข้ามาขาย น่าจะทำมานาน แต่ไม่เคยมีหน่วยงานใดตรวจสอบ หรือสนใจจับกุมดำเนินคดี

ทั้งที่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นของผิดกฎหมาย เป็นสินค้าต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2557 มีโทษสูงถึง 10 ปี ปรับ 5 เท่า ราคาสินค้า

บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายมาก

มีสารนิโคตินมากกว่าบุหรี่ทั่วไป ไม่เคยผ่านการวิจัยหรือทดลองทางการแพทย์ แต่จะมีหลากหลายสี กลิ่น รส ทำให้คนเสพหน้าใหม่เสพติดได้ง่าย คล้ายกับสารเสพติดชนิดหนึ่ง มีผลต่อระบบหัวใจ

เป็นแฟชั่นใหม่ของกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา แพร่หลายในวงการไฮโซ ที่นิยมในปัจจุบัน กฎหมายจึงห้ามนำเข้า ห้ามขาย ห้ามให้บริการ แต่มีพวกที่คิดง่ายๆ มองแค่หาประโยชน์นำเข้ามาจำหน่าย

น่าสงสัยว่า ของกลางมากขนาดนี้ เล็ดลอดเข้ากลางกรุง

ผ่านตาเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบมากันได้อย่างไร

มีคนรู้เห็นเป็นใจ หรือมีส่วนได้รับผลประโยชน์ด้วยหรือไม่

ล่าสุด ผบก.191 สั่งขยายผล ออกหมายจับเพิ่ม 2 ราย

ขอฝากตำรวจขยายผล เอาให้สุด หยุดแก๊งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอันตรายกับเด็กเยาวชน

ช่วยกำจัดให้พ้นไปจากสังคมไทยเสียที.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th