วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอไม่ได้บอก..แต่อยากให้ดู รวมสุดยอดหนัง-ซีรีส์วงการแพทย์ที่ต้องยกนิ้ว

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดข้อถกเถียงกันในวงสังคมไทย เรื่องการรักษาของแพทย์ การให้บริการทางแพทย์ รวมไปถึงการตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณในวงการสาธารณสุขของไทย ประเด็นเหล่านี้ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังมองหาหนทางแก้ไขเพื่อให้คนไทยได้รับการบริการสาธารณสุขที่เป็นธรรมและเข้าถึงทุกระดับ

ทั้งนี้ สิ่งที่เราทุกคนทำได้คือ การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย ทำสุขภาพจิตให้ดี และต้องหมั่นตรวจสุขภาพทุกๆ ปี เหล่านี้ก็ถือเป็นการช่วยให้เราสุขภาพดี และไม่ต้องแวะไปโรงพยาบาลบ่อยๆ

เมื่อเราเข้าใจถึงการดูแลสุขภาพตนเองแล้ว สิ่งที่ 'ไทยรัฐออนไลน์' อยากจะนำเสนอผลงานภาพยนตร์ และซีรีส์ ที่เกี่ยวข้องกับวงการแพทย์ นอกจากจะช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของหมอ การวินิจฉัยโรค การดูแลคนไข้ แล้วยังได้เรียนรู้ความคิดของหมอผ่านตัวละครได้อีกด้วย แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ วงการภาพยนตร์และละครไทย ไม่ค่อยจะมีผลงานเหล่านี้มาให้ชมเท่าไรนัก แต่ก็ยังพอให้เราได้เลือกชมอยู่บ้าง ดังนี้

1. หมอเจ็บ ภาพยนตร์นี้ ออกฉายเมื่อปี 2547 เป็นเรื่องราวของ 2 หมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันกำลังไปเป็นหมอเอ็กซ์เทิร์น (Extern) ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด ซึ่งการออกไปฝึกงานครั้งนี้ ทำให้ทั้ง 2 ได้เรียนรู้อะไรๆ หลายอย่าง และมีบททดสอบสำคัญอยู่ตรงหน้าที่เขาจะต้องเลือกทำ

โดยภาพยนตร์เรื่อง หมอเจ็บ ได้สะท้อนมุมมองเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของไทยในพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอธิบายเรื่องการเลือกฝึกงานของนักศึกษาแพทย์ การใช้ชีวิต การเรียนรู้ต่างๆ ที่นักศึกษาแพทย์จะต้องพบเจอ ก่อนจะออกมาเป็นแพทย์ในชีวิตจริง

2. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ออกฉายเมื่อปี 2558 เป็นเรื่องราวที่สะท้อนการทำงานของชาวฟรีแลนซ์ ซึ่งใช้งานร่างกายหนักจนเกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย ส่งผลให้เขาต้องไปพบหมอผิวหนังในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นพบตัวตน และการหาคำตอบว่า เขาทำงานหนักไปเพื่ออะไร

ทั้งนี้ ตัวหนังเองไม่ได้พูดถึงแค่วงการฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ยังพูดถึงระบบสาธารณสุขของไทย เช่น การรอคิวเพื่อพบหมอ บางคนจะต้องมาก่อน 6 โมงเช้า หรือการนั่งรอหมอตรวจกว่าครึ่งวัน เป็นต้น ส่วนนางเอกของเรื่องนี้ คือ หมอ ที่เป็นหมอห่วงใยคนไข้ และต้องการค้นหาต้นตอของโรค การรักษาโรคอย่างจริงจัง แต่ก็มิวายโดนคนไข้ที่ไม่เข้าใจการทำงาน โวยวาย หรือด่าทอ

นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องฟรีแลนซ์ ยังอธิบายถึงการกระทำบางอย่างของหมอ ที่บอกเล่าให้คนป่วย หรือคนนอกอย่างพวกเราเข้าใจ เช่น การแชตไลน์ในระหว่างการรักษาคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหมายถึงการคุย ปรึกษากันในวงหมอ เกี่ยวกับโรคของคนไข้ เป็นต้น

3. หมอหงวน แสงดาวแห่งศรัทธา ฉายเมื่อปี 2553 เป็นเรื่องราวของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้นำนโยบายนี้ไปใช้ โดยใช้ชื่อว่า 30 บาทรักษาทุกโรค

ทั้งนี้ ละครดังกล่าว ได้สะท้อนตัวตนของหมอหงวน ที่ออกไปเป็นแพทย์ชนบท ที่ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในสมัยก่อนความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง หมอหงวนต้องต่อสู้ระหว่างความเชื่อของชาวบ้าน และการรักษาโรค รวมไปถึงอิทธิพล อำนาจต่างๆ ที่หมอหงวนต้องพบและต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านั้น

สำหรับ ภาพยนตร์ และซีรีส์ ต่างประเทศ ที่แนะนำมีดังนี้

ภาพจาก imdb.com

ER (Emergency Room) เรียนรู้คำว่า ฉุกเฉิน 

ต้นตำรับซีรีส์ที่เกี่ยวกับวงการแพทย์ ซึ่งฉายมา 15 ภาค ตั้งแต่ปี 1994-2009 โดยมีดาราดังๆ ของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงมากมาย ซึ่งเนื้อเรื่องได้สะท้อนการเป็นหมอในห้องฉุกเฉินที่แสนจะยุ่งวุ่นวาย ในแต่ละวันจะมีคนไข้ฉุกเฉิน มาเป็นบททดสอบให้กับหมอ และซีรีส์เรื่องนี้ได้สะท้อนภาพสาธารณสุขของสหรัฐฯ ที่ทำให้เรามองเห็นระบบสาธารณสุขของประเทศที่พัฒนาแล้ว

ภาพจาก TVB

Healing Hands นาทีชีวิต นาทีวิกฤติ

หลายๆ ครั้งที่ฮ่องกงต้องเผชิญกับโรคระบาด เช่น โรคซาร์ส เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งการที่จะให้คนเข้าใจเรื่องราว และการป้องกันของโรคนี้ คือ การทำละคร ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ละครเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่า หมอก็เป็นคน ป่วยเป็นเหมือนกัน นอกจากจะไม่สบายแล้ว หมอ ก็ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นดั่งหวังอีกด้วย 

ภาพจาก TVB

The Hippocratic Crush On Call 36 hours หรือ ทีมแพทย์กู้ชีพ 

เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับ Healing Hands แต่เนื้อเรื่องทันสมัยมากกว่า จุดที่พีคที่สุดคือ การที่หมอศัลยกรรมคนหนึ่ง ต้องหันเหเปลี่ยนแปลงชีวิต มาเป็นหมอพยาธิวิทยาแทน เนื่องจากตัวเองป่วยด้วยโรคเนื้องอก ซึ่งจุดนี้เองทำให้คนที่ดูละคร มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิวิทยา มากขึ้น 

ภาพจาก weibo 

Grow Up  หรือ แพทย์ฝึกหัดประลองสนาม

เรียนรู้ก่อนจะเป็นแพทย์ และเติบโตไปด้วยกัน ซีรีส์ Grow Up ผู้ผลิตจากจีน ได้ฉีกแนวการทำซีรีส์ไปค่อนข้างมาก หลายคนที่ดูหนังจีนมาก่อน อาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่กับเรื่องนี้เลยทีเดียว เนื้อเรื่อง พูดถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่ฝันอยากจะเป็นหมอที่ดี แต่พอเข้ามาฝึกงานในโรงพยาบาลในเซี่ยงไฮ้แล้ว กลับพบว่าการเป็นหมอที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การรักษาคนเท่านั้น สิ่งที่เธอต้องเผชิญนั้นคือ กฎระเบียบ กฎหมาย และการทำงานที่ไม่ล้ำเส้น และที่สำคัญคือ การต้องเห็นคนที่ตัวเองรักษาตายต่อหน้าต่อตา นั่นคือบททดสอบแรกเท่านั้น โดยตัวพระเอกของเรื่องก็มีมิติที่น่าสนใจ แม้ตัวเองจะเป็นหมอ แต่ก็ไม่อาจรักษาช่วยชีวิตลูกสาวคนเดียวไว้ได้ 

ภาพจาก ทรูวิชั่น

Doctor X

ศัลยแพทย์ไดมอน มิจิโกะ เป็นแพทย์มือหนึ่งของญี่ปุ่น ที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็นคนไม่สนใจสังคม และวัฒนธรรมในโรงพยาบาล เป็นผู้ต่อต้านเรื่องการแบ่งพรรคแบ่งพวก ที่สำคัญเป็นคนสนใจแต่การรักษาโรคของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ละเคสที่หมอไดมอนรักษา จะเป็นเคสที่ค่อนข้างยาก แต่ไดมอนก็ผ่านมาได้เสมอ ซีรีส์เรื่องนี้ แม้ว่าจะดูเกินจริงไปนิด แต่เก็บประเด็นเรื่องการรักษาโรคได้ดี ที่สำคัญยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรได้น่าสนใจทีเดียว 

ภาพจาก KBS  

Good Doctor 

เชื่อว่า ซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่หนึ่งในใจใครๆ หลายคน เนื้อเรื่องพูดถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่งที่เป็นโรคออทิสติก มีความผิดปกติทางพัฒนาการ แต่เขาเป็นคนฉลาด และมีความสามารถมากพอที่จะเป็นหมอได้ แต่เขาก็สามารถเรียนรู้และใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ ซึ่งหากใครดูเรื่องนี้แล้วจะเข้าใจคนที่เป็นออทิสติกมากขึ้น รวมถึงการทำงานของหมอ ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เพื่อที่จะเป็นหมอที่แข็งแกร่งในอนาคต

ภาพจาก KBS 2

Beautiful Mind

ถ้าหมอไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย แล้วจะรักษาคนไข้ได้อย่างไร ซีรีส์เรื่องนี้ เล่าถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่ง ที่ต้องฝึกอ่านสีหน้าและท่าทางของคน ในระหว่างที่ตัวเองรักษาคนไข้ หมอเองก็ต้องบำบัดและรักษาโรคของตัวเองที่เป็นอยู่ด้วย นอกจากนี้ซีรีส์เรื่องนี้ ยังเล่าถึงการทำธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่การให้บริการทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคิดค้นงานวิจัยการรักษาโรค เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบัตรต่างๆ อีกด้วย 

ภาพจาก SBS

Doctors

ซีรีส์เรื่องนี้ เล่าถึงเด็กสาวไม่เอาไหนคนหนึ่ง ที่มีแรงผลักดันตัวเองจนสามารถเป็นหมอได้ แม้ว่าเรื่องนี้จะมีความหวานตามสไตล์หนังรัก แต่ก็มีแง่มุมเรื่องระบบสาธารณสุขมาให้เราได้ขบคิดอีกด้วย 

ภาพจาก SBS

Dr. Romantic

ซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวการทำงานของแพทย์ ที่ทำให้เห็นมุมมองต่างๆ เกี่ยวกับอุดมการณ์ และการทำงานของหมอ ที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต แตะไปถึงจุดต่ำสุดของชีวิต และพูดถึงทุนนิยมในระบบสาธารณสุขอีกด้วย

ภาพจาก SBS

it's okay that's love

เชื่อว่า ใครหลายคนที่ดูซีรีส์เรื่องนี้ต่างสำรวจตัวเองว่า เราป่วยทางจิต หรือไม่ และหากป่วย เราจะรักษาตัวเองอย่างไร ประเด็นการป่วยทางจิตนั้น ส่วนใหญ่คนไทยมักไม่ค่อยรู้ และมองว่า การพบจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การพบจิตแพทย์ นั้นถือเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียด อาการซึมเศร้า บางครั้งการป่วยทางจิตไม่ได้มาจากสภาพจิตใจ แต่มาจากการทำงานของสมองที่บกพร่อง เอาเป็นว่า การพบจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ลองโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ดูก่อนเพื่อประเมินอาการเบื้องต้น