วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกชนพร้อมลงทุนฟื้นเศรษฐกิจ 6 เดือนบีโอไอออกบัตรส่งเสริมกระฉูด 50%

บีโอไอเผย 6 เดือนออกบัตรส่งเสริมลงทุน 3.22 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% บ่งชี้เอกชนพร้อมลงทุนแล้ว คาดสร้างเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก ด้าน “นายกฯตู่” สั่งกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและเมืองรองมากขึ้น พร้อมย้ำรัฐพร้อมอำนวยความสะดวก และให้สิทธิประโยชน์เต็มที่

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รับทราบถึงภาวะการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 60 โดยมีการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 612 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 291,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นโครงการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย 302 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 133,494 ล้านบาท หรือคิดเป็น 46% ของมูลค่าการลงทุนที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด จึงมั่นใจว่าเป้าหมายมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งปี 60 ที่ 600,000 ล้านบาท ได้ตามเป้าหมายแน่นอน

สำหรับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 6 เดือนแรก มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 341,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การออกบัตรส่งเสริมการลงทุนช่วง 6 เดือน แรกมีมูลค่าเงินลงทุนรวม 322,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการพร้อมก่อสร้างและลงทุนแล้ว จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอีกจำนวนมาก

“นายกฯ พอใจตัวเลขการลงทุนครึ่งปีแรก มาก และฝากให้บีโอไอไปเจาะลึกในรายละเอียดถึงการส่งเสริมเซ็กเตอร์ที่จะกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรและประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น เช่น การแปรรูปภาคเกษตร รวมถึงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวให้กระจายไปในท้องถิ่นหรือเมืองรองมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะในเมืองหลักเท่านั้นเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันนายกฯ ยังต้องการให้ภาคเอกชนเสนอโครงการที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศมาเป็นแพ็กเกจ ซึ่งภาครัฐพร้อมอำนวยความสะดวกและให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างจากสิทธิประโยชน์ทั่วไป”

สำหรับคำขอรับส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด คือ กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล 95 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2,033 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด คือ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 31,594 ล้านบาท ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ 3,615 ล้านบาท กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 26,169 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร 26,735 ล้านบาท กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ 25,780 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 16,913 ล้านบาท เป็นต้น

ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศช่วง 6 เดือนแรกพบว่า มีจำนวนยื่นขอรับส่งเสริม 372 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 141,065 ล้านบาท โดยญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนมากที่สุด คือ จำนวน 117 โครงการ เงินลงทุนรวม 65,435 ล้านบาท อันดับ 2 สิงคโปร์ จำนวน 45 โครงการ เงินลงทุนรวม 15,260 ล้านบาท อันดับ 3 จีน จำนวน 35 โครงการ เงินลงทุนรวม 7,134 ล้านบาท อันดับ 4 คือ ฮ่องกง และอันดับ 5 คือ ไต้หวัน ส่วนการขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในช่วง 6 เดือนแรก พบว่า มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 150 โครงการ เงินลงทุนรวม 87,430 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 30% ของมูลค่าขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด และคาดว่าตลอดทั้งปีจะมีการขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซีตามเป้าหมาย 150,000 ล้านบาท

นอกจากนี้บอร์ดบีโอไอยังเห็นชอบให้การส่งเสริมการลงทุนรวม 5 โครงการรวมมูลค่าเงิน ลงทุน 128,177 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บริษัทไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลล์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับส่งเสริมขยายกิจการประกอบรถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบตั้งแต่ 500 ซีซีขึ้นไป เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,359 ล้านบาท กำลังผลิตปีละ 120,000 คัน ตั้งโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร 2.บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้รับส่งเสริมขยายกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicles-HEV) กำลังการผลิตปีละ 70,000 คัน การผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ปีละ 70,000 ชิ้น เงินลงทุนรวม 19,016 ล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ ฉะเชิงเทรา 3.บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้รับส่งเสริมขยายกิจการขนส่งทางรางในโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย) ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทางรวม 27 กิโลเมตร เงินลงทุนทั้งสิ้น 22,036 ล้านบาท 4.บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการ ขนส่งทางราง (โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี)ระยะทางรวม 34.5 กิโลเมตร เงินลงทุนทั้งสิ้น 46,064 ล้านบาท 5.บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการขนส่งทางราง (โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง) ระยะทางรวม 30.4 กิโลเมตร เงินลงทุน 43,404 ล้านบาท.