วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือก 'ธนฤกษ์ นิติเศรณี' ประธานศาลอุทธรณ์คนใหม่ ชง ก.ต. ชี้ขาด 31 ก.ค.

อนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เลือก "ธนฤกษ์ นิติเศรณี" สมควรดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์คนใหม่ ชงที่ประชุมใหญ่ มีมติชี้ขาดอีกครั้ง 31 ก.ค.นี้ หากเห็นชอบ จะมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป...

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อนุ ก.ต.) ได้ประชุม ซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณาบัญชีรายชื่อผู้พิพากษาที่เหมาะสมและสมควรเสนอดำรงตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ 1 ตำแหน่ง, รองประธานศาลฎีกา 6 ตำแหน่ง และประธานแผนกคดีในศาลฎีกา 9 ตำแหน่ง และพิจารณาการสับเปลี่ยนตำแหน่งชั้น 4 ระดับผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอชื่อนายธนฤกษ์ นิติเศรณี รองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 4 สมควรขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ตามอาวุโส โดยปัจจุบันนายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1 ได้ผ่านมติการแต่งตั้งจะขึ้นดำรงตำแหน่งแล้ว ขณะที่นายชาติชาย อัครวิบูลย์ และนางพฤษภา พนมยันตร์ รองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 2 และ 3 จะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เนื่องจากครบอายุเกษียณราชการ 65 ปี

สำหรับนายธนฤกษ์ นิติเศรณี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าของสำนวนคดีระบายข้าวจีทูจีที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับอดีตนักการเมือง-เอกชนรวม 28 รายตกเป็นจำเลยในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยังร่วมเป็นองค์คณะคดีโครงการจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลย และเป็นหนึ่งในองค์คณะคดีสลายม็อบพันธมิตร ปี 2551 ที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร กับอดีตรองนายกรัฐมนตรี และ 2 อดีตนายตำรวจใหญ่ รวม 4 ราย ตกเป็นจำเลยด้วย

ส่วนตำแหน่งรองประธานศาลฎีกานั้น มีการขยับตำแหน่งตามลำดับอาวุโส จากประธานแผนกคดีในศาลฎีกาขึ้นมา ซึ่งบัญชีมีการเสนอรายชื่อดังนี้

นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1 

นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 2 

นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 3 

นายโสภณ โรจน์อนนท์ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 4

นายวิชัย เอื้ออังคณากุล ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 5 และ

นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา สมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 6

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ถูกเสนอชื่อสมควรเป็นรองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1-4 นั้น ปัจจุบันแต่ละคนได้ร่วมเป็นองค์คณะผู้พิพากษา บางคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย ซึ่งมีคดีระบายข้าวจีทูจีที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับอดีตนักการเมือง-เอกชนรวม 28 ราย ตกเป็นจำเลยในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีโครงการจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีตกเป็นจำเลย และคดีสลายม็อบพันธมิตร ปี 2551 ที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร กับอดีตรองนายกฯ และ 2 อดีตนายตำรวจใหญ่ รวม 4 รายตกเป็นจำเลย

สำหรับตำแหน่งประธานแผนกคดีในศาลฎีกา ที่ถือว่ามีอาวุโสรองจากตำแหน่งรองประธานศาลฎีกานั้น มีการสับเปลี่ยนตำแหน่ง ที่เสนอบัญชีรายชื่อตามอาวุโสดังนี้

1.นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา

2.นายนิพนธ์ ใจสำราญ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา

3.นายสุนทร ทรงฤกษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

4.นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา

5.นายสุรพันธุ์ ละอองมณี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าในศาลฎีกา

6.นายทวี ประจวบลาภ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา

7.นายชัยยุทธ ศรีจำนงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา

8.นายธีระพงศ์ จิระภาค ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา

9.น.ส.บุญมี ฐิตะศิริ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา

สำหรับนายพิศล พิรุณ ที่มีการเสนอสับเปลี่ยนตำแหน่งสมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ปัจจุบันร่วมเป็นองค์คณะคดีจำนำข้าว, คดีระบายข้าวจีทูจี, คดีสลายม็อบ พธม.ปี 2551 

ส่วนนายนิพนธ์ ใจสำราญ ซึ่งบัญชีรายชื่อสมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกานั้น ปัจจุบันร่วมเป็นองค์คณะคดีสลายม็อบ พธม.ปี 2551 

ขณะที่นายสุนทร ทรงฤกษ์ ซึ่งบัญชีเสนอสมควรเป็น ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกานั้น ปัจจุบันเป็นเจ้าของสำนวนคดีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ ตกเป็นจำเลยคดีอัยการสูงสุดฟ้องออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยมิชอบ (คดียังรอไต่สวนพยานเดือน ส.ค.นี้) 

ส่วนนายทวี ประจวบลาภ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา สมควรเสนอเป็น ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา นั้นอดีตก็เคยได้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ช่วงปี 2554-2556

อย่างไรก็ตาม การเสนอบัญชีดังกล่าว รวมทั้งการสับเปลี่ยนตำแหน่งระดับผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกานั้น จะต้องรอการประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ มีมติชี้ขาดอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 31 ก.ค.นี้ ซึ่งหากที่ประชุม ก.ต.มีมติเห็นชอบ การแต่งตั้งดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป.