บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.พัทยาเจ๋งรวบ 2 ผู้ต้องหาใช้กระบองตีหัว ชิงทรัพย์นักศึกษาสาวชาวจีน

ตำรวจพัทยาโชว์ผลงานรวบ 2 ผู้ต้องหาใช้ไม้กระบองตีหัวสาวจีน แล้วชิงทรัพย์มูลค่ากว่า 30,000 บาท ขึ้นรถกระบะหลบหนี เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จากกรณีที่เกิดเหตุอุกอาจ 2 คนร้ายใช้ไม้ทำร้าย Miss Laichu Han อายุ 18 ปี นักศึกษาสาวชาวจีน ก่อนชิงเอาทรัพย์สินเป็นกระเป๋าเงิน ซึ่งภายในมีเงินสดเป็นเงินสกุลหยวนและเงินไทย รวมทั้งโทรศัพท์ มือถือรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท ก่อนพากันขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณหลังโรงแรม แอลเค แกรนด์ ลิฟวิ่ง เพลส พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเวลา 10.00 น.วันนี้ 27 ก.ค. 60 พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา และกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคน ร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวได้ประกอบด้วย นายไฮ ซอง ไท อายุ 32 ปี สัญชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นคนลงมือทำร้ายและชิงทรัพย์ ซึ่งให้การรับสารภาพ และ นายชัยยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) คนขับรถซึ่งให้การปฏิเสธ พร้อมของกลางเป็นรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน ผร-1840 ชลบุรี ไม้กระบอง 1 ด้าม และเสื้อผ้าของคนร้ายที่ใช้ในวันเกิดเหตุมาทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยกล่าวหาว่าร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธและใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย

พล.ต.ท.จิตติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามและสืบหาเบาะแสในพื้นที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจสอบภาพจากวงจรปิดพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายไฮ ซอง ไท สัญชาติกัมพูชา ซึ่งทำงานเป็น รปภ.ของบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จึงนำกำลังไปจับกุมตัวซึ่งจากการสอบสวนคนร้ายให้การรับสารภาพและซัดทอดว่า นายชัยยุทธ ที่ทำงานร่วมกันพากันนำรถที่ใส่ทะเบียนปลอมออกมาก่อเหตุโดยดักซุ่มรอเหยื่อในพื้นที่เปลี่ยว กระทั่งพบเห็นผู้เสียหายเดินผ่านมา นายไฮ ซองไท จึงลงจากรถเข้าไปยื้อแย่งทรัพย์สินแต่ผู้เสียหายต่อสู้ จึงใช้กระบองที่เตรียมมาทำร้ายจนผู้เสียหายล้มลงกับพื้น จากนั้นจึงวิ่งหนีมาขึ้นรถที่นายชัยยุทธ จอดรออยู่ก่อนพากันหลบหนี และนำทรัพย์สินที่ได้มาแบ่งกัน กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว.