วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พี สะเดิด เปลือยชีวิตติดเหล้าหนัก เสียงาน ตกอับจะโดนยึดบ้าน-รถ! (คลิป)

เป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่มีผลงานเพลงมานักต่อนัก สำหรับนักร้องเสียงดี พี สะเดิด ล่าสุดมาเปิดใจเล่าเรื่องราวชีวิต แบบที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ในรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ ทางช่อง 9 MCOT HD กับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ โดยเจ้าตัวเล่าถึงกรณีซุกลูกให้ฟัง รวมไปถึงชีวิตที่เคยตกอับ เพราะติดเหล้าอย่างรุนแรง ถึงขั้นที่ต้องลุกมาถอนในตอนเช้า 

“เมื่อสองสัปดาห์ก่อนมีเรื่องราวเยอะเลยในหน้าเพจ มีคำถามขึ้นมา แต่ผมก็ยังไม่ได้ตอบ รูปนี้เพื่อนส่งมาให้ก่อน ผู้หญิงในภาพนี้ไม่ใช่ลูกสาวผมครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 52 ตอนนั้นยังไม่มีเฟซบุ๊กเลยครับ มีแค่ไฮไฟว์ ผมก็ตกใจและพยายามติดต่อน้องเจ้าของภาพ แต่ก็ติดต่อไม่ได้ แต่ไม่รู้ตัวตนจริงๆ เขาอยู่ไหน และข่าวนี้ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้”

“ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาสร้างข่าวขึ้นมาด้วยเหตุผลใดเหมือนกัน ถามว่าไปไข่ทิ้งไว้รึเปล่า ก็ไม่มีครับ เท่าที่ทบทวนแล้ว ยืนยันได้เลยว่า ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีลูกครับ”

“ภาพที่ออกมาเป็นภาพเก่าเมื่อปี 51-52 ร่วมมา 10 ปีแล้ว และเกิดขึ้นมาอีก ไม่รู้ใครขุดขึ้นมาให้เป็นข่าวอีก ก็ยืนยันนะครับว่าไม่ใช่เรื่องจริง ถ้าเป็นลูกผมจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นน่าจะอายุประมาณ 30 กว่าแล้ว เพราะมันในอดีต ตอนนั้นน้องเขาน่าจะ 20 กว่าด้วยซ้ำ มันไม่น่าเกิดขึ้นได้โดยความเป็นจริง และยืนยันว่าไม่เคยมีลูกครับ”

อย่างนี้จะฟ้องไหม เพราะทำให้เราเสื่อมเสีย? “มันมีความจริงอยู่ และมันไม่ใช่เรื่องจริงอะไร ก็คงไม่เสื่อมเสียครับ แต่น้องเขาเองที่บอกว่าเป็นลูกพี สะเดิด เนี่ย เขาจะเสื่อมเสียรึเปล่าผมไม่รู้ น่าจะเป็นที่ตัวน้องมากกว่าครับ ส่วนตัวผมไม่ได้เสื่อมเสียอะไรอยู่แล้ว”

เราไม่เคยเปิดตัวภรรยาเลย? “ถ้าถามถึงอดีตที่ผ่านมา เคยมีแฟน แต่ปัจจุบันก็ดูๆ อยู่ ก็คบๆ กันอยู่ครับ ไม่ได้เปิดเผย คือผมยังโสดอยู่ ก็มีคนที่คบๆ กัน คุยๆ กัน เป็นคนนอกวงการครับ ถามว่าจะมีข่าวดีมั้ย ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะก็ดูๆ กันอยู่ และเขาก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจกับผม (ยิ้ม)”

อดีตที่ผ่านมา เราคบผู้หญิงเยอะมาก จริงไหม? “สมัยอดีตเด็กๆ เราก็ชอบคนสวยเนอะ เห็นใครน่ารัก ใครสวย เราก็อยากจะเป็นแฟนเขาเป็นธรรมดา แต่มีไม่กี่คนที่คบเป็นแฟนครับ ที่คบแบบลึกซึ้งเลยก็มีคนสองคน แล้วก็เลิกรากันไป ด้วยวัยที่ยังไม่ได้มีอะไร ยังไม่ได้คิดไกลถึงขั้นแต่งงาน ตามประสาเด็กวัยรุ่นครับ ถามว่ามีทำร้ายจิตใจของผู้หญิงบ้างมั้ย อาจจะทำร้ายด้วยความที่ไม่ได้ตั้งใจครับ ด้วยความเป็นเด็กด้วย”

ความเป็นคนดัง มีผู้หญิงมาเสนอตัวให้ฟรีๆ บ้างไหม? “ก็มีอยู่บ้างครับ ณ ปัจจุบัน แต่เข้าไม่ถึงตัวผม มันอยู่ที่ตัวผมด้วยกลัวบาป เลยเลือกที่จะไม่ทำร้ายจิตใจใคร”

เราปฏิเสธเขายังไง เพราะบางคนเขาเข้ามาหาเรา เขาอยากจะมีอะไรด้วย? “ก็มองเขาด้วยความสงสารครับ แล้วเขาก็เหี่ยวไป เพราะผมไม่รู้ว่าผู้หญิงเหล่านั้นเขามีแฟนอยู่มั้ย หรือเขาเข้ามาแบบไหน แต่ถ้าเราห้ามใจ เราก็อยู่ของเราได้ครับ ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้เขาและเราด้วยครับ”

สรุปว่าเรามีชีวิตที่เป็นโสด? “ก็ถือว่าโสดก็ว่าได้ครับ เพราะว่ายังไม่ได้คิดการณ์ไกลในเรื่องของการมีครอบครัวอย่างจริงจัง ถามว่าเหงามั้ย ไม่เหงาครับ ผมเล่นดนตรี ผมเขียนเพลง ผมทัวร์คอนเสิร์ต ผมมีชีวิตที่เหนื่อยมาเยอะ ทุกข์มาเยอะ วันนี้ก็หาความสุขของตัวเองด้วยทางออกของตัวเองครับ ไม่เหงาครับ มีเพื่อนฝูงเยอะแยะมากมาย”

มีคนเม้าท์ว่าเราเกี่ยวข้องกับยาเสพติดข้ามชาติ? “ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน มีพาดหัวข่าวในหนังสือบันเทิงฉบับหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นแค่การพาดหัวข่าวครับ แล้วส่วนเนื้อในเป็นเรื่องราวดีๆ ครับ มันเกิดจากการที่เขาเอกซเรย์กระเป๋าผม เจอตอนที่ผมไปแสวงบุญที่อินเดียครับ แล้วก็มีหลายเหตุการณ์ตั้งแต่วันแรกที่ผมไปเหยียบแผ่นดินที่อินเดียครับ

ส่วนเหตุการณ์ที่เอกซเรย์เจอเงินเป็นปึกในกระเป๋าผมที่เมืองพาราณสี ก่อนที่จะกลับเมืองไทย ก็มีเจ้าหน้าที่ประกาศออกแล้วมาเรียกผมให้ไปดูกระเป๋าตัวเอง ว่าเอกซเรย์เจอเงินในกระเป๋าจนไม่มีที่ว่าง แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ถือปืนมาหลายกระบอก ทุกคนก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอินเดียเขาเข้มงวดเรื่องยาเสพติดและการค้ายา ซึ่งกระเป๋านั้นเป็นของผมครับ และมีเงินเต็มเลย

พอผ่านเครื่องเอกซเรย์ออกมา เขาก็ให้ผมไปเปิดกระเป๋า ซึ่งกระเป๋าใบนั้นมีแค่ผ้าห่ม กับเหรียญ 3-4 เหรียญ และยาหม่องอยู่อันนึง สรุปไม่มีเงินในนั้นเลย มีแค่ผ้าห่ม ทุกคนก็สาธุกันหมด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาตกใจกันหมด มองหน้ากันเหรอหรา ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง แต่มันกระจ่างด้วยการเปิดกระเป๋าออกมา เราก็ตกใจปนขำนะ ตอนที่เขาบอกว่าในกระเป๋าเรามีเงิน แต่สิ่งที่ผมคิดคือ ใครเอาเงินมายัดในกระเป๋าเรารึเปล่า”

เรื่องเกิดที่อินเดีย แต่ทำไมถึงมีข่าวมาออกที่เมืองไทยได้? “คือผมให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เพื่อจะให้มีข่าวดีๆ ออกไปเกี่ยวกับที่เราไปแสวงบุญ มีเรื่องราวดีๆ แต่พอพาดข่าวออกไปว่า พี สะเดิด ค้ายาข้ามชาติ โดยที่เรามารู้ทีหลัง มีพี่ๆ ที่อยู่ในสายเดียวกับเราโทรมาบอกเรา”

“ก็เป็นเรื่องราวดีๆ ครับ การไปอินเดียครั้งนั้นก็เจอเหตุการณ์ดีๆ เจอปาฏิหาริย์ดีๆ ให้เราได้เจอเรื่องราวหลายอย่าง เดินทางได้สะดวกขึ้น รวมถึงกระเป๋าใบนี้ที่เอกซเรย์เจอเงินเป็นปึกๆ แต่พอเปิดออกมาก็ไม่มี ก็ไม่ได้เกิดจากการค้ายาครับ ก็เป็นการเอกซเรย์ผิด ที่เปิดมาเจอหมอน เจอผ้าห่ม และเจอเหรียญเท่านั้นครับ”

เราใฝ่ธรรมะมา 20 ปี จริงไหม? “ก็ 20 ปีมาแล้วครับ ที่เราเดินสายทำบุญ ว่างปุ๊บก็ไปทำบุญครับ”

เรามีพระคุ้มครอง? “ก่อนที่รถจะชนเมื่อปีที่แล้ว เหมือนมีเสียงกระซิบในหูผมว่า จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แล้วบอกให้ผมอาราธนาศีล 5 ถ้าเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้น ศีลจะปกป้องเรา ถามว่ามีแบบนี้บ่อยมั้ย ผมก็ไม่ได้จำทุกเหตุการณ์ แต่มีเหตุการณ์นี้ที่เรากำลังเคลิ้มๆ หน่อย

ได้ยินเสียงมากระซิบ จากนั้น 10 นาที รถก็ชนเลย คนที่ขับรถน้องผมก็ไม่ได้หลับใน ขับไปปกติ แต่เราไม่เห็นรถที่อยู่ตรงหน้า พอชนปึ้งก็แน่นิ่งสนิท คนในรถไม่เป็นอะไรมาก ผมเจอกีตาร์ที่แขวนไว้หลังรถลอยมาชนหัว แต่มีผ้ามากั้นไว้ ก็เลยลดทอนความรุนแรงลง หลังจากนั้นก็ไปเอกซเรย์ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ”

เห็นมีข่าวว่า เราไปเจอปาฏิหาริย์เป็นรอยพาดไปพาดมาอยู่หลังรถ? “จริงๆ กับชีวิตผม เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นมาเป็นสิบๆ ปีแล้วนะ แต่ผมไม่ค่อยเอามาตีแผ่ที่ไหน ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นรอยอะไรหรอก แต่เวลามาก็จะมาคล้ายๆ กันบนหลังคารถของผม ผมเจอด้วยความบังเอิญทุกครั้ง มาบ่อยครับ ทุกวันพระ ก็จะเห็นรอยเหล่านี้ แล้วหลังวันพระจะหายไปเอง”

เรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตที่เล่ามา เรารู้สึกว่ามีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตไหม?​ “มนุษย์ทุกคนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ผมคิดแบบนั้นนะครับ เรามีพ่อแม่คุ้มครอง คนดีมีเทวดาคุ้มครอง ผมเชื่อเรื่องนี้ครับ แล้วผมก็พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง ว่าตั้งแต่เข้าวัดมา ศึกษาธรรมะมา ก็ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ผมเชื่อว่าถ้าเราไปเจอสิ่งที่ไม่ดี จะทำให้เรารอดพ้น ผมกล้าพูดได้เต็มปากครับ ว่าธรรมะทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ในอดีตที่ผ่านมา เราติดเหล้าจนเมา? “เรื่องจริงครับ เมาแบบเสียการเสียงาน ไม่กลับบ้าน ชนิดที่เรียกว่าเมาหลับทั้งที่มีเหล้าอยู่บนหัว ตื่นมาต้องมาถอน ตามประสาวัยรุ่นในยุคหนึ่งที่เป็นไปตามกระแสสังคมในตอนนั้นครับ”

ไปข้องแวะได้ยังไง? “เหมือนเราไปเที่ยวด้วยกัน มันก็เริ่มจากสุรา ยา นารี บุหรี่ มันเป็นสเต็ปของมันไป เหตุการณ์พาไปมากกว่า เป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลอง ก็กินเหล้าเกือบทุกวันครับ เรียกได้ว่าเมาเผื่อหมาเลย ไม่ได้กินแล้วมันสั่นนะครับ แต่ตื่นมาต้องถอน”

กินจนถูกหามส่งโรงพยาบาล? “เข้าโรงพยาบาลบ่อย เพราะว่าพอดื่มแล้วมันเกิดโรคกระเพาะ นอนโรงพยาบาลที 1-2 อาทิตย์ พอหายแล้วก็กลับมากินใหม่ แต่ตอนนี้ผมเลิกหมดทุกอย่างแล้ว มันทำให้เสียการเสียงาน”

ในตอนนั้นเราหลงใหลกับมันเพราะอะไร? “จริงๆ ครูบาอาจารย์หรือพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ห้ามให้ดื่มนะครับ แต่ดื่มแล้วต้องรู้จักตัวเอง ผมเลยเลือกที่จะเลิกดื่ม เพราะมาศึกษาธรรมด้วย ถ้าไม่ดื่มได้ก็ดีครับ แต่ถ้าดื่มแล้วต้องมีสติ ถามว่าตอนนั้นเสียงานเสียการเยอะมั้ย ก็เยอะครับ พอมันดื่มก็ทำให้มีผลงานหดหายไป ชีวิตที่ย่ำแย่ ทุกอย่างก็แย่ลง ทำให้งานเพลงออกมาไม่ดี ดื่มแล้วร้องเพลงไม่ได้ ก็แย่ ทุกอย่างแย่หมดเลย ถึงขั้นที่บ้านก็จะโดนยึด”

วันที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตนี่ขนาดไหน? “มีเงิน 0 บาท เชื่อมั้ยว่าผมหุ้นส่วนกับเพื่อนคนนึง ก็เหมือนผมขอข้าวเขากินในผับแห่งหนึ่ง อาศัยอยู่กับเขา แล้วเขาก็ชวนผมเข้าวัด โดยที่ยังมีกลิ่นละมุด เพิ่งตื่นจากการดื่มเหล้า แล้วเราเข้าวัดกัน ได้ไปฟังธรรมะกับพ่อ วันนั้นเป็นวันที่แย่ที่สุด เงินก็ไม่มี ต้องอาศัยข้าววัด รถก็จะโดนยึด ต้องเอาเงินไปโปะหนี้ ตอนนั้นติดหนี้เป็นล้านๆ ครับ ถ้าแค่แสนหรือหมื่นก็เยอะแล้ว เพราะมันเป็นทางตัน ถามว่าเงินเก็บมีมั้ย ไม่มีครับ”

ผ่านวันเหล่านั้นมาได้อย่างไร? “ก็มีเพื่อนที่ดี มีกัลยาณมิตรชวนเข้าวัด แล้วก็หลวงพ่อที่ผมรู้จักครั้งแรกท่านก็เทศน์อยู่ 2 ชม. เราก็น้ำตาตกเลย เทศน์ในสิ่งที่เราเป็นอยู่ ท่านพูดถึงเรื่องการประพฤติตัว คนไม่มีศีล ทำให้เราตกต่ำ ณ เวลานั้นผมไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่นึกถึงหน้าแม่ขึ้นมา เลยลองกลับไปรักษาศีลเผื่อจะดีขึ้น พอกลับไปกรุงเทพฯ ก็หักดิบเลย ถามว่าทำไมไม่ทำก่อนหน้า คือมันคิดไม่ได้ ไม่มีคนพาไป”

ตอนนี้เลิกหมดรึยัง? “เลิกหมดแล้วครับ บุหรี่ผมก็เลิกสูบตั้งแต่วันนั้น ส่วนเหล้าตอนนี้ก็เลิกกินแล้วครับ เลิกหมดทุกอย่างแล้วครับ”.